0476
10/7/50 .. บล๊อกแท็ก (2) : ดนตรี - …
แสดงทั้งหมด

17/7/50 .. บล๊อกแท็ก (3) : ดนตรี - เล่นตอบ: 11, อ่าน: 1259

ตอนที่แล้วเขียนเพลินยาวไปหน่อย วันนี้จะพยายามเขียนให้สั้นลงครับ
เพราะมีอะไรมาให้ฟังเยอะเลย.. ก่อนอื่นรับไปก่อน 1 เพลงครับ เพิ่งอัดสดๆ เมื่อกี๊นี้เอง
=== An Airport Song (กรกฎา 2550) (0.63 MB) ===
เอาไว้เป็นตัวเปรียบเทียบกับเพลงต่อๆ ไป ที่จะพูดถึงในวันนี้ :P

--------------------------------------------------------------------

ได้ว่ากันถึงเรื่องฟังเพลง และซื้อ(เทป+ซีดี)เพลงมาฟัง กันไปแล้ว ก็ต้องมีการหัดเล่นดนตรีกันบ้าง
ผมเล่นเครื่องดนตรีเป็นเพียงชิ้นเดียวคือกีตาร์ (โปร่ง) โดยเริ่มหัดจริงจังก็ตอนปี 3
ในปีนั้น (2544) ผมตัดใจซื้อกีตาร์โฟล์คมาเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง ทั้งที่ยังเล่นแทบไม่เป็น
(เน้นเพื่อนสอนอย่างเดียว ..กิจจาซและกิ๊กสอนฟอร์มทาบ, อ๋งสอนทฤษฎีคอร์ด, พี่อั้มสอนคีย์เมเจอร์)
..คือคิดปลอบขวัญตัวเองไว้ว่า กีตาร์มันก็คงเหมือนกับคอมพิวเตอร์นั่นแหละว่ะ
ถ้าไม่ซื้อมาใช้ซักที มัวแต่ยืมใช้ของชาวบ้านเวลาที่เจอกัน แล้วมันจะ "เป็น" ขึ้นมาได้ไง..

ผลก็จริงอย่างที่คิดด้วยครับ เพราะฟังจากที่อัดเสียงเก็บไว้ตลอดมาจนทุกวันนี้ ก็รู้สึกได้เลยว่า
ในช่วง 2 ปีแรกนั้น ฝีมือพัฒนาอย่างเร็วมากจนน่าชื่นชม ไปเล่นในวงเหล้า ทริป ตจว. ได้สบาย
ถ้าเปรียบว่ามี 10 สเต็ป.. การพัฒนาในช่วงนั้นก็เหมือนขึ้นไปถึงสเต็ป 5 ปานวอก (โห..ดูใช้คำ..)
..แต่ทว่า ในช่วง 3-4 ปีหลังนี้ ฝีมือก็ยังคงหยุดอยู่ที่สเต็ป 5 เหมือนเดิม
แถมบางวันเล่นได้ห่วยลงกว่าเดิมด้วย..
เลยรู้ว่าการเล่นดนตรีนี่ต้องพึ่งอารมณ์+พลัง ขนาดไหน
(แม้แต่เพลงช้าๆ เนิบๆ ก็ตาม ถ้าวันไหนเพลียๆ แล้วมานั่งเล่นล่ะก็ มันจะฟังแทบไม่ได้เลย)

เคยมีคนเชียร์ให้ไปเล่นในผับกลางคืนดู เห็นผมเล่นได้ครอบจักรวาลดี รีเควสท์เพลงไหนได้หมด
(ซึ่งที่จริงเพลงใหม่ๆ จะรู้จักเฉพาะเพลงไม่ดัง ไม่ฮิต.. ไม่ก็ต้องขอเพลงเก่าๆ ยุคสิบกว่าปีนู่นอ่ะ..)
เขาว่า ถึงยังไงอยู่บ้านเราก็ร้องก็เล่นอยู่คนเดียวแทบทุกวันอยู่แล้ว ก็ถือว่าไปเอาตังค์มาใช้ฟรีๆ
ทีแรกผมคล้อยตาม แต่ตอนนี้ตัดความคิดเรื่องนี้ทิ้งไปโดยสิ้นเชิงแล้วครับ!
..เหตุผลเรื่องไม่มีเพื่อนไปเล่นด้วยกันนั่นก็ส่วนนึง แต่เรื่องฝีมืออันย่ำแย่นี่แหละ ปัญหาใหญ่

มีตัวอย่างเสียงการเล่นกีตาร์สุดเห่ยในช่วงแรกๆ มาให้ฟังกันเล่นๆ ด้วยครับ

อันนี้เล่นแบบกระท่อนกระแท่น กระอักกระอ่วน หลังซื้อกีตาร์สองอาทิตย์ และสามเดือน
=== เล่นมั่วๆ (พฤศจิกา 2543 และกุมภา 2544) (0.70 MB) ===
อันต่อมาเริ่มพอฟังได้แล้ว.. หลังซื้อกีตาร์ได้แปดเดือน
=== คว้าฝัน (กรกฎา 2544) (1.61 MB) ===
(ว่าจะเอาตัวอย่างของแต่ละปี ไล่มาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน มาใส่ไว้ ..แต่ไม่ไหวอ่ะครับ เยอะเกินไป)

ก่อนหน้าที่จะซื้อกีตาร์มา ถ้ามีใครถามว่าชอบฟังเพลงขนาดนี้นี่เล่นเครื่องดนตรีอะไรหรือเปล่า
ผมมักจะแกล้งตอบติดตลกไปว่า เล่นคีย์บอร์ดครับ.. แต่เป็นคีย์บอร์ดคอมฯ นะ!
เพราะผมเริ่มทำเพลงในคอมฯ เล่นๆ มาตั้งแต่ตอนรอผลเอ็นท์ฯ (ว่างๆ เลยอยากหาอะไรฝึกบ้าง)
และเพลงแรกที่พอฟังได้ก็คือ === นิทานหิ่งห้อย Music Box (เมษา 2542) (0.88 MB) ===
เพลงนี้แอบมีความภูมิใจ เพราะช่างกล้าถึงขนาดส่งไปให้พี่จิก (เจ้าของเพลง) ฟังกันเลยทีเดียว
(แต่จำไม่ได้แล้วว่าพี่จิกมีปฏิกิริยาอย่างไร.. ชอบหรือไม่ชอบหว่า..)

ย้อนไปจน ม.6 (ปี 2541-42) ก็มีอัลบั้มเพลงเล่นๆ กับเพื่อนๆ (พี่อ๋ง, กิจจาซ, ณัฐ, ป๊อป, ต้น, กิ๊ก)
เป็นโปรเจ็คท์ต่อเนื่องจากนิตยสารทำกันเอง (+อ่านกันเอง) ที่ชื่อ "เม็นเยี่ยไร" (หรือ MYR)
(มักมีคนถามว่า เม็นเยี่ยไร แปลว่าอะไร.. คือมันมาจาก.. ลองอ่านออกเสียงแบบเร็วๆ ดูสิครับ :)
..โดยอัลบั้มเพลงเฉพาะกิจนี้ ก็ไม่วายตั้งชื่อกันเอาฮาอีกแล้ว ว่าอัลบั้ม "นู้ด" (N.U.D.E)
(จุดประสงค์เดิมของอัลบั้มนี้มันช่างขำจริงๆ.. ต่างคนต่างร้องเพลงเพื่อมอบให้หญิงที่ตัวเองแอบชอบ!)

ก็ปล่อยให้กิจจาซและอ๋งเขาทำดนตรีกันไปตามถนัด ส่วนผมก็ได้รับหน้าที่ดูแลการผลิตร่วมกับอ๋ง
และได้ออกแบบปกเทปสุดอลังการด้วย (อันนี้คิดเองเออเองอยู่คนเดียวมั้ง.. ฮ่ะๆๆ)
ในอัลบั้มเป็นการคัฟเวอร์เพลงคนอื่นทั้งหมด สิบกว่าเพลง และมีเพลงที่ผมร้องอยู่ประมาณสี่เพลง
ตอนนั้นแอบเข้าข้างตัวเองว่า ตูร้องเพลงดี ไม่ผิดคีย์ ..ส่วนเพื่อนๆ นี่ร้องไม่เห็นดีกันเลย (ฮา)
แต่ความจริงมาฟังตอนนี้ ก็ไอ้พอๆ กันแหละฟะ.. ไม่ผิดคีย์ก็จริงแต่ร้องเพี้ยนอิ๊บอ๋าย!

ตัดส่วนมาให้ลองฟังกันขำๆ นะครับ..
=== ตลอด + อิ่มอุ่น + เก็บฝัน (สิงหาและธันวา 2541) (1.35 MB) ===

--------------------------------------------------------------------

ถ้าย้อนไปกว่านั้นอีก ก็คงจะถึงเรื่องที่แทบไม่มีใครรู้แล้วล่ะ
นั่นก็คือ.. ผมเคยประกวดวงดนตรีใน ร.ร. ตั้งแต่ตอนอยู่ ม.4 นู่น (2540)
ซึ่งแน่นอนว่า ในตอนนั้นยังเล่นดนตรีไม่เป็นเลยซักอย่าง!
เอ้า แล้วไปอยู่ในวงเขาได้ไงฟะ.. อ๋อเป็นนักร้องนำเหรอ.. ไม่ช่าย เป็นคนเล่นดนตรีนั่นแหละ
พูดไปก็เขินชะมัดเลย.. ตำแหน่งเครื่องดนตรีที่ผมเล่นในตอนนั้นคือ กระป๋อง ครับ..

เรื่องก็มีอยู่ว่า ตอนนั้นโรงเรียนมีงานประกวดดนตรีอะคูสติก (ตามที่วง "อัลเตอร์" ยุคนั้นนิยมกัน)
โดยใช้ชื่อการประกวดสุดเชยว่า Folk Song Contest (ตูไม่ได้เล่นเพลงพื้นบ้านหรือคันทรี่นะเฟ่ย)
และเพื่อนนาม กิจจาซ (ปัจจุบันเขาคือ Kijjaz Monotone อ่ะนะครับ) ก็เกิดอยากเข้าประกวดขึ้นมา
ต้องบอกก่อนเลยว่า กิจจาซนี่เซียนดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ทั้งเล่นเปียโน กีตาร์ และเป่าแซ็กโซโฟน
แต่ไม่รู้แกคิดยังไง ไม่ยอมไปชวนคนเล่นดนตรีเก่งๆ ทัดเทียมกัน มาร่วมวง
กลับมาชวนผม (ที่เล่นดนตรีไม่เป็น แค่ชอบฟังเพลงเฉยๆ) ให้เล่น "กระป๋อง" ซะงั้นน่ะ

ในวงก็มีกันแล้ว 2 คน คือกิจจาซ เล่นกีตาร์คลาสสิค (แต่เล่นแบบริทึ่มนะ) และร้องนำด้วย
และอีกคนที่ดูจะรักกันดีคือ มหกิจ เล่นไวโอลิน ซึ่งไม่เห็นมีปากมีเสียงอะไรเลย ว่าไงว่างั้นตามกัน
สงสัยว่ากิจจาซจะฟอร์มวงเด็กเรียนหรือไงก็ไม่ทราบนะครับ
(ใครได้คะแนนดีๆ จะถูกเรียกว่าเป็นเด็กเรียนทันทีเลย.. ทั้งที่ตูก็ไม่ได้ชอบเรียนซักกะหน่อย)

นอกเรื่อง : ผมเพิ่งไปงานแต่งงานของมหกิจมา ..ซึ่งสาเหตุที่แต่งสายฟ้าแลบผมก็ไม่รู้ และไม่เกี่ยว
แต่ที่ผมฟังแล้วตะขิดตะขวงใจคือ เพื่อนมหาลัย+ญาติพี่น้อง เล่นเปลี่ยนชื่อเขาเป็น "หมอบิ๊ก" ๆๆ
..เอ่อคือคุณครับ คนที่จบหมอและกำลังเรียนโทอยู่เมืองนอกเนี่ย เขายังไม่ได้เป็นคุณหมอนะครับ
และอีกอย่าง คนจบอะไรมาไม่จำเป็นต้องเติมเป็นคำนำหน้าชื่อหรอกนะครับ.. (ฮา)
(ไม่งั้นเราคงได้ยิน.. ครูบุ๊ค, 'เต็กบ๊อง, วอ'แบงค์, ทนายบู๊, 'ชีบาส, หรือสิงห์..เบียร์ กันให้ลึ่มไปหมด)

เอาล่ะ กลับมาต่อเรื่องวงเด็กเรียนครับ
ผมล่ะกลุ้มจิต! ..วงที่มีกีตาร์ 1, ไวโอลิน 1, แล้วกระป๋องถั่วบลูไดมอนต์อีก 1 ..เนี่ยนะจะไปขึ้นแข่ง
ก็พยายามปฏิเสธหัวซุกหัวซุน.. แต่แล้วสุดท้ายก็แพ้ความเกรงใจจนได้ เพราะรับของเค้ามาแล้ว
อ้าว!.. มันยังไงเนี่ย

ก็กิจจาซเล่นแผนสูง เอาสมุดมาให้ผมเล่มนึง บอกว่ารับไปเถอะเป็นของขวัญปีใหม่ ผมก็เลยรับไว้
แล้วหลังจากนั้นก็ได้รู้ว่า เฮ้ยมันให้ตูคนเดียวเลยนี่หว่า.. กรรม! ..จะทำเล่นตัวอีกมันก็คงเกินไป
(จะว่าโลภก็ไม่ใช่ เพราะสมุดเล่นนั้นนี่ตูไม่เห็นจะชอบเลย.. เรียกว่าหลงกล ดีกว่า)
สุดท้ายก็เอ้า! ไปซ้อมกันก๊องๆ แก๊งๆ 2-3 รอบ ..ถึงวันจริงก็เดินขึ้นเวที (โรงอาหาร) ประกวดเลย

เชื่อไหม ผมกินข้าวเที่ยงมื้อนั้นไม่ลงครับ คิดแต่ว่า อีก 10 นาทีจะต้องขึ้นไปอนาถอยู่บนเวทีแล้ว
..จำได้แม่นเลยว่าวันนั้นของหวานคือถั่วแดง+น้ำเชื่อม เพราะผมได้กิน (ลง) แค่นั้นจริงๆ
ตื่นเต้นยังกะขึ้นเวทีฮอตเวฟรอบสุดท้ายยังงั้นน่ะ.. 55555 (เปรียบเทียบได้เข้ากับวัยแมะ)
..และสุดท้ายก็ได้แค่รางวัลชมเชย ..ซึ่งไม่น่าดีใจเลย เพราะแข่งกันแค่ 5 วง (หงิ่ว! ..ที่โหล่นี่หว่า)
แต่ที่ดีใจคือมีอาจารย์ท่านหนึ่งเดินมาที่ขอบเวที แล้วควักตังค์ให้พวกเราคนละ 100 บาท
(ออกแนวแม่ยกกันไป)
ผมว่า กิจจาซมันต้องเลือกสมาชิกเป็น 3 คนนี้ เพราะอยากให้อาจารย์ประทับใจแน่เลย..

เป็นสิริมงคลแก่หูทุกท่านแล้วครับ.. เพราะต่อไปนี้คือเทปบันทึกเสียงจากงานวันนั้น
(ต้องขอบคุณป๊อปที่สู้ทนยืนฟังและอัดเก็บไว้ ได้ตลอดรอดฝั่ง, และขอบคุณอุ้มที่ถ่ายเทปมาให้)
เพื่อถนอมหูคุณผู้ฟังที่รัก จึงขออนุญาตตัดตอนมาแค่เพลงละนิดละน้อย..
ฟังแล้วกรุณาฮาแต่พองามนะครับ! ..เดี๋ยวผมอาย!

=== เหนื่อยใจ + So Much in Love + Come Together + ความลับ (มกรา 2540) (3.07 MB) ===


ป.ล. นี่เป็นเกร็ดเพื่อการฟังเทปให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้น..

(1) เสียงคนพูดและร้องเพลง (บนเวที) ทั้งหมด คือเสียงกิจจาซ
ส่วนเสียงเพื่อนๆ ที่แซวกันข้างล่าง เป็นเสียง หนุ่ม (เสียงกวนๆ) กับ เอิบ (เสียงปกติ) ครับ

(2) ความจริงเพลงแรก (เหนื่อยใจ / XL Step) กิจจาซให้ผมเป็นคนร้องนำ (เพราะยังไม่ต้องตี'ป๋อง)
แต่ผมดันไม่กล้า กิจจาซเลยบอกจะช่วยร้องคลอๆ เบาๆ ก็ละกัน แต่ยังไงนวยก็ต้องร้องด้วย
..ก่อนขึ้นเวทีผมเปลี่ยนใจบอกว่า เอาล่ะ เราร้องเดี่ยวก็ได้ (เพราะร้องคลอด้วยกันมันจะดูประหลาด)
แต่สายไปซะแล้ว กิจจาซร้องดังกว่า และกลบเสียงผมไปหมดเลย (แถมไม่มีใครยอมหยุดร้องด้วย!)

(3) ชื่อวง จูนีไวล์ ที่กิจจาซพูดนั้น ตั้งโดยมหกิจ .. เขาบอกว่า คำนี้หมายถึง "เยาวชน"
(โอ้โห กลัวไม่รู้ว่าวงเด็กเรียน..นะ ล่อซะศัพท์ยากเลย) ..ผมก็ไปเปิดดิกฯ ดู แล้วก็พบว่า
คำว่าเยาวชนเนี่ย มันต้องเป็น จูวีไนล์ (juvenile) ต่างหาก แต่กิจจาซและมหกิจก็ไม่ยอมเชื่อ..
ซึ่งถ้าเป็นตอนนี้ผมต้องเถียงหัวชนฝาแน่ แต่ตอนนั้น ช่างเห๊อะ..จะชื่ออะไรก็ตีๆ ไปให้จบๆ เถอะ (ฮา)
นวย 17/07/2007 13:06 
ว้า... สั้นจัง (อะหงิ่ว !)

เดี๋ยวโหลดมาฟัง (ไม่โง่แล้วนะค้า :P) แล้วโปรโมทให้ติด chart อาทิตย์นี้เลยดีกว่า
Shauฯ 17/07/2007 17:09  [ 1 ] 
จะรอดูว่าเพลงไหนได้รับความนิยมสูงสุดจ่ะ ..55555
หวังว่าคงไม่ใช่อันที่เล่นมั่วๆ นะ..
นวย 17/07/2007 18:35  [ 2 ] 
จ๊าก.. คุณน้องพูดจริงทำจริงนะนี่.. นวยยกแผงเลย..  :P
ถ้ารู้ว่าจะช่วยโปรโมทกระหน่ำ จะเลือกเพลงเสียงหล่อๆ มาให้เลย.. อิๆๆๆ


view full size (577 x 392 px)


ป.ล. รูป :]  สีส้ม สองรูป สวยจัง.. ชอบๆๆ..
นวย 17/07/2007 19:16  [ 3 ] 
มีเพื่อนผ่านมาได้ยินนิทานหิ่งห้อย Music Box แล้วชอบใจด้วย
ขออนุญาต forward นะคะ (เฉพาะ Music Box ค่ะ ไม่ต้องตกใจ :P)



Shauฯ (เจ๊ดัน 555) 18/07/2007 00:52  [ 4 ] 
"อนุญาต" ครับ

(ช่วยเปลี่ยน info ในไฟล์ จาก มี.ค.43 เป็น เม.ย.42 ด้วยเด้อ)
นวย 18/07/2007 11:44  [ 5 ] 
อะโห มีสั่งแฟนเพลงด้วยอะ :P

เพิ่งเห็นเต็มๆ รูป (เมื่อวานมันโหลดไม่ขึ้น)
จริงแล้วถ้ารออีก 4 เพลงแล้วค่อยเอารูปมาเนี่ย รูปจะสวยกว่านี้นะคะ
Shauฯ 18/07/2007 14:25  [ 6 ] 
ว้าย.... อายจัง
ฟังมาตั้งหลายรอบแล้ว เพิ่งนึกออกว่าเพลง 'ตลอด' เนี่ย เราก็รู้จักนี่นา
Shauฯ 21/07/2007 22:38  [ 7 ] 
สงสัยจะมิกซ์เสียงร้องเบาเกินไปหน่อยเนอะ.. เลยฟังไม่ถนัด
ตอนนั้นยังเด็กก็นึกว่า เนี่ยทำดีสุดแล้ว..55 ..ฟังตอนนี้อายตัวเองแท้ๆ
นวย 22/07/2007 00:30  [ 8 ] 
พี่นวยสู้ๆ เดี๋ยวออกเทปแล้วจะช่วยซื้อ
ไอซ์ 02/08/2007 09:22  [ 9 ] 
ฟังมาตั้งนาน เพิ่งนึกได้
ทำไมเพลงแรกต้อง An Airport Song ด้วยอะคะ
Shauฯ 04/08/2007 13:44  [ 10 ] 
เป็นเพลงของวง Morningsurfers ครับ เนื้อหาเป็นช่วงเวลาที่ไปส่งคนรักเรียนต่อเมืองนอกอ่ะ
เนื้อร้องที่พี่นวยร้องนี่ไม่ครบ ถ้าแบบเต็มๆ ต้องเป็นอย่างงี้..

A1 ดูเธอสับสนและยังลังเลไม่แน่ใจ กับสิ่งที่เธอต้องการจะบอกฉัน
กลัวสิ่งนั้นจะทำให้ฉันไม่เข้าใจ และทำให้รักของเราต้องห่าง

B อยากให้เธอได้ลองหันมาสบตาฉัน จับมือไว้แทนคำมากมายเหล่านั้น
ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ขอให้เธอเชื่อใจว่าฉัน..

C จะยังมั่นใจในรักที่เธอมีให้ฉันทุกวัน จากวันนั้นไม่เคยจะเปลี่ยนแปลงไป
แต่ก็รู้เธอมีทางที่เคยฝันที่ต้องไป จากพรุ่งนี้จะเป็นไงจะไม่หวั่นไหว
หากวันนั้นจะเป็นวันที่เราต้องห่าง หลับตาลงในความฝันจะยังมีกัน ตลอดไป

A2 เมื่อเรื่องจริงในความฝันที่เธอต้องการ อาจไม่มีฉันร่วมทางในวันนั้น
ก็ยังจะรอและยังเชื่อใจในเธอนั้น ไม่ว่าจะนานแสนนานสักเท่าไร
(ซ้ำ B, C)

Bridge เธอกลัว ว่าจากนี้ไป จะเป็นยังไงเมื่อไม่มีกัน
เธอกลัว ว่าเวลาแสนนาน จะทำให้อะไรมันไม่เหมือนเดิม
จากนี้ ทุกนาที ที่เธอนั้นเดินไปสู่ฝันที่ตั้งใจ
แม้ว่าเธอไม่เหลือใคร หลับตาครั้งใดเธอนั้นก็จะเจอ ฉัน อยู่ตรงนั้น..


สาเหตุที่เลือกเพลงนี้มาร้องก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษครับ
บังเอิญคืนก่อนหน้า (วันที่จะโพสต์) นั่งเล่นกีตาร์+ร้องเพลง ไปเรื่อยๆ
แล้วมาถึงเพลงนี้รู้สึกว่ามันโดนใจ.. ปกติก็ชอบมากอยู่แล้วนะเพราะความหมายดี
(แทบไม่มีใครใช้ฉากนี้เป็นเหตุการณ์ในเพลงเลย)
แถมดนตรียังเป็นการจากลาที่แอบครื้นเครง ไม่มีความเศร้าปนอยู่
พี่นวยก็เอามาร้องเล่นๆ กับน้องยุบ่อยๆ สนุกสนานกันไป.. แต่ก็ตะหงิดๆ ติดอยู่ในใจด้วยว่า
วันนึงเราเองอาจจะเจอเหตุการณ์นี้เข้าจริงๆ แล้วจะทำใจให้รู้สึกแบบในเพลงได้แค่ไหนก็ไม่รู้

แต่ก็แปลกนะ ในเพลงทำไมต้องพบกันในความฝันด้วย
ทำอย่างกับว่าจะติดต่อกันไม่ได้เลยยังงั้นแหละ.. ไม่สมกับเป็นวงวัยรุ่น ยุค msn เลย..

ป.ล. แล้วทำไมต้องตั้งชื่อเพลงแบบนี้ อันนี้ก็ไม่รู้ครับเพราะไม่ได้เป็นคนแต่ง
แต่แอบคิดเองว่าถ้าไม่ตั้งชื่อนี้ คนฟังก็จะไม่รู้ว่าฉากของเพลงเป็นแบบไหน

ป.ล.2 ที่จริงเรื่องนี้ก็ตรงกับวัยอย่างเราๆ ทุกคนเลยเนอะ ไปนอกกันเป็นว่าเล่น
(น้องชอเองก็มีเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกันนี่.. เพราะฉะนั้นต้องฟังเพลงนี้บ่อยๆ แหะๆๆ )
นวย 04/08/2007 21:35  [ 11 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ