0466
17/4/50 .. คนใต้ใจดี (ตอนท้าย)
แสดงทั้งหมด

20/4/50 .. นวย ซีเลคชั่น : Beatlesตอบ: 3, อ่าน: 2056

ที่ผ่านมาอุตส่าห์เป็นซีเลคชั่นของ "เฉลียง" กับ "คาราบาว" แล้ว
ก็ว่าจะตามน้ำด้วยวง "โมเดิร์นด๊อก" ซะเลย ไม่ต้องคิดมาก..
(เป็น 3 วง จากสารคดีดนตรีเล่าเรื่อง "น้ำคือชีวิต" ของเวิร์คพ้อยท์)
แต่บังเอิญว่ายังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับการเลือกเพลงของวงโมเดิร์นด๊อก
และดันไปอยากเลือกเพลงของ the Beatles ขึ้นมาซะได้

คงเพราะตอนทำงานผมชอบเปิดเพลงฝรั่งคลอๆ มั้ง
คือมันดีกว่าเพลงไทยตรงที่ฟังเนื้อไม่ค่อยออก ไม่ค่อยรบกวนสมาธิเท่าไหร่
และก็อุตส่าห์ฟังเพลงของ Beatles วนไปวนมาอยู่ 80 กว่าเพลง แทบทุกวันจนขึ้นใจ
เอ้าไหนลองคัดเลือกทำอัลบั้ม "เด็ดยอด" ดูหน่อยดีกว่า..

--------------------------------------------------------------------------------------

วง Beatles เป็นวงดนตรีจากประเทศอังกฤษ
ออกผลงานมาทั้งหมดประมาณ 13 ถึง 16 อัลบั้ม (แล้วแต่ว่าจะนับยังไง)
โดยปล่อยอัลบั้มออกมาอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 2 แผ่น ในช่วงปี 1962-1970
ถ้าใครฟังแบบผ่านๆ เพียง 1 เพลง หรือ 1 ส่วนในเพลง อาจจะไม่รู้สึกอะไร
เพราะว่าไม่ได้เป็นเพลงที่แบบ โดดเด้ง หวือหวา หรือโชว์ฝีมือในการเล่น

ผมคิดว่า เพลงของวงนี้จะต้องฟังโดยรวมๆ หลายๆ เพลง ซะก่อนครับ
แล้วจะรู้สึกขึ้นมาตะหงิดๆ ถึงความเจ๋งของพวกเขา.. ยกตัวอย่างเช่น..

1. เพลงหลากหลายแนวมาก จนไม่น่าเชื่อว่าบทเพลงทั้งหมดนี้
เป็นฝีมือการแต่ง+เล่น ของคนกลุ่มเดียวกัน.. แถมยังเกิดขึ้น, ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง
พลิกผันแนวทาง, จนกระทั่งสิ้นสุดลง ภายในเวลาเพียง 8 ปี

2. แต่งเพลงและเรียบเรียงเพลงได้ดี มีชั้นเชิงให้ศึกษาไม่รู้จักจบเลยครับ
คือถึงจะพูดไม่ได้ว่าเป็นนักดนตรีระดับฝีมือชั้นเซียน แต่ใครก็ดูถูกไม่ได้เชียว!
โลกนี้ไม่ได้มีแค่นักดนตรีในแนวทางฮีโร่ แต่ยังมีนักดนตรีสายเอ็นเตอร์เทนด้วย
วงนี้ผมยกให้เป็นเบอร์หนึ่งของโลกในทางเอ็นเตอร์เทน อย่างไม่ต้องสงสัย

3. ผมไม่รู้ว่าแนวเพลงทั้งหลายนี่มันเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่ก็พูดอ้อมแอ้มๆ ได้ว่า
แม้วงนี้อาจไม่ใช่ต้นแบบของแนวเพลงหลายๆ แนว ก็คงจะใกล้เคียงล่ะครับ

ป.ล. รายละเอียดพอสังเขปเกี่ยวกับวง สามารถย้อนอ่านได้ใน "ตอนที่ 452" นะครับ :]

--------------------------------------------------------------------------------------

คัดเลือกเพลงในแบบ 2 แผ่นจบ

Beatles Disc1/2
01 Love Me Do (Please Please Me) / 2:19
02 Twist And Shout (Please Please Me) / 2:32

03 From Me To You (-single-) / 1:56
04 She Loves You (-single-) / 2:21
05 I Want To Hold Your Hand (-single-) / 2:25

ห้าเพลงแรกนำมาจากอัลบั้มชุดเปิดตัวของพวกเขา "Please Please Me (1962)"
รวมทั้งซิงเกิ้ลที่ตามมาในช่วงระยะเวลาหลังจากนั้นด้วย (ไม่ได้อยู่ในอัลบั้มเต็ม)
รูปแบบของเพลงก็จะเป็นแบบ วงป๊อปร็อคสี่หนุ่มหน้าใส สาวๆ กรี๊ดสลบ.. ประมาณนั้น
แต่เสียงดนตรี+เสียงร้องนี่ มาเปิดฟังในวันนี้ สาวๆ ส่วนใหญ่คงจะรำพึงว่า เชยสุดๆ
บางอารมณ์ผมก็รู้สึกว่า เท่ดีไม่หยอกอยู่นา.. ซาวด์ย้อนยุค แนวดนตรีรุ่นคุณแม่ยังสาว..

ทั้งหมดนี้มีเพลงคัฟเวอร์อยู่เพลงหนึ่งคือ Twist And Shout
ฟังแล้วน่าจะมันส์ได้ไม่ยาก ลีลาออกไปในทาง บาลาลาลา ลาบัมบา..
นอกนั้นเป็นเพลงที่ทางวงได้แต่งเอง
เพลง She Loves You (ต้องมี เย้ เย เหย่.. ด้วย) ได้ยินบ่อยในการ์ตูนฟลิ้นท์สโตน
ส่วนเพลง I Want To Hold Your Hand เพิ่งได้ยินในทีวีไม่กี่ปีก่อน
วงไต้หวัน F4 เอามาร้องใหม่ในละครทีวีที่ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง (ไทย) นั่นแหละครับ

06 All My Loving (With the Beatles) / 2:04
07 Till There Was You (With the Beatles) / 2:13
08 Please Mister Postman (With the Beatles) / 2:31

09 A Hard Day's Night (A Hard Day's Night) / 2:33
10 And I Love Her (A Hard Day's Night) / 2:26

อัลบั้มที่สองและสามตามมาติดๆ ด้วยแนวเพลงที่ไม่ได้ต่างไปจากอัลบั้มแรกเลย
แต่เริ่มมีการขายเพลงรักๆ ช้าๆ เพราะๆ มากยิ่งขึ้น..

All My Loving คือเพลงที่ถูกนักร้องยุคปัจจุบันนำมาร้องใหม่บ่อยมาก
(เพลงในโฆษณาที่ร้องว่า close your eyes, and i kiss you, tomorrow i miss you..)
อีกสองเพลงจากอัลบั้ม "With the Beatles" เป็นเพลงคัฟเวอร์กลุ่มสุดท้ายของวง
(หลังจากนี้ก็ไม่มีเพลงคัฟเวอร์ออกมาอีกเลย คงเพราะวงตัวเองมีแนวทางชัดแล้ว)
Till There Was You ร้องโดยพอล แมคคาร์ทนี่ย์ (มือเบสหน้าหนุ่ม) ได้โรแมนติคสุดๆ!
ส่วน Please Mr. Postman เป็นเพลงจากวง Carpenters ที่โด่งดังอยู่แล้ว
เวอร์ชั่นของ Beatles เคยถูกเปิดเป็นจิงเกิ้ลในคลื่นฮอตเวฟอยู่พักนึงตอนเราเด็กๆ

ภาพยนตร์ A Hard Day's Night เป็นเรื่องแรกของทางวง สานต่อความดังเข้าไปอีก
(ติด 1 ใน 100 อันดับหนังดีตลอดกาลของเว็บสมาพันธ์อะไรซักอย่างของฝรั่งด้วย)
เพลงนำซึ่งมีชื่อเดียวกับภาพยนตร์เป็นเพลงที่ผมชอบมากๆ เลย
เพราะเนื้อหาสุดจะโดนใจ แบบว่าทำงานเหนื่อยๆ กลับบ้านมาเจอสุดที่รักก็แฮปปี้!

11 No Reply (Beatles for Sale) / 2:14
12 I'll Follow The Sun (Beatles for Sale) / 1:47
13 Eight Days A Week (Beatles for Sale) / 2:44

14 Help! (Help!) / 2:18
15 Yesterday (Help!) / 2:05
16 You've Got To Hide Your Love Away (Help!) / 2:06
17 It's Only Love (Help!) / 1:55

อีกสองอัลบั้มถัดมาเป็นยุคที่สาวๆ กรี๊ดน้อยลง ดนตรีก็สุขุมนุ่มนวลยิ่งขึ้น
และเป็นยุคที่เผยความสามารถในการแต่งเมโลดี้เสนาะหูให้เราได้ซาบซึ้งกัน
Help! คือชื่อเพลงและชื่อหนังเรื่องที่สองของวง เพลงนี้คงเคยได้ยินกันในทีวีบ้าง
Yesterday ก็เป็นเพลงดังเพลงเด่นจนเกือบได้ชื่อว่าเป็นเพลงที่เพราะที่สุดในโลก
(ใครเป็นคนคัดเลือกฟะ.. แล้วใช้มาตรฐานอะไรเป็นเกณฑ์วัดฟะ.. อยากรู้!)

นอกนั้น.. No Reply นี่เมโลดี้ก็เจ๋งดี แต่เนื้อหาออกไปทางโรคจิตหน่อยๆ
แบบว่า แอบไปตามผู้หญิงจนถึงบ้าน แล้วผู้หญิงก็ให้คนมาบอกว่าไม่อยู่ๆ
..เอ่อ เอาเป็นว่าทั้ง 4 เพลงที่เหลือ ล้วนเป็นเพลงป๊อปชั้นดี เมโลดี้เสนาะหูก็ละกัน
เรียกว่าฟังปุ๊บ แทบจะได้ level ทางดนตรีป๊อป ขึ้นอีก 1 ขั้น ปั๊บ..

18 Drive My Car (Rubber Soul) / 2:24
19 Nowhere Man (Rubber Soul) / 2:41
20 Michelle (Rubber Soul) / 2:39
21 In My Life (Rubber Soul) / 2:23
22 Girl (Rubber Soul) / 2:27

ไม่รู้จะบรรยายยังไงแล้ว เพราะอัลบั้มที่หก "Rubber Soul" นี้ก็ยังต่อเนื่องจากเดิม
คืออยู่ในยุคที่เพลงช้าเพราะจับใจ (Michelle, In My Life, Girl, Norwegian Wood)
แต่อย่างไรก็ตาม เพลงเปิดอัลบั้มก็ยังเป็นเพลงเร็วแบบร็อคแอนด์โรลส์ อยู่นะ

ฟังเพลง In My Life แล้วนึกถึงหมิว ลลิตา จากโฆษณาสบู่ลักส์ในยุคดึกดำบรรพ์นู้น
(แต่ในโฆษณาทีวีเป็นแบบคัฟเวอร์ ผู้หญิงร้อง นุ่มๆ เหมือนเพลง All My Loving)

ป.ล. เพลง Drive My Car ในเวอร์ชั่น "Love (2006)" ที่เอามามิกซ์ใหม่ผสมกับเพลงอื่น
ฟังแล้วสนุกโคตรๆ ชนิดที่ว่าเพลงเดิมนี่ให้อรรถรสแบบนั้นไม่ได้เลย..
(ต้องขอแอบชื่นชมลูกชายจอร์จ มาร์ติน ที่เป็นคนทำ.. ว่าไอเดียและฝีมือแน่มากจริงๆ)

23 We Can Work It Out (-single-) / 2:15
24 Day Tripper (-single-) / 2:48
25 Paperback Writer (-single-) / 2:18
26 Rain (-single-) / 2:58

ถ้าใครสังเกตดีๆ จะพบเอกลักษณ์ของเพลง Beatles อีกอย่างนึงคือ
แทบทุกเพลงจะแต่งท่อนแยกได้สร้างสรรค์ และน่ามันเขี้ยวกว่าท่อนฮุคหลายๆ
(ท่อนแยกหมายถึงท่อนที่ทำนองแปลกๆ ไป มักจะร้องครั้งเดียว หลังท่อนฮุคอ่ะ)
เช่นเพลง From Me To You, I Want To Hold Your Hand, A Hard Day's Night
..และเพลง We Can Work It Out ก็เป็นเพลงในลักษณะนี้เช่นกัน

เพลง Day Tripper มีท่อนริฟฟ์กีตาร์เฉพาะตัวที่ชวนขยับแข้งสุดๆ
(คงไม่ต้องบอกว่าชื่อเพลงนี้ถูกนำมาใช้เป็นชื่อวง Low-Fi สุดจ๊าบวงหนึ่งของไทย)
เพลงในลักษณะกีตาร์ริฟฟ์เท่ๆ เร็วๆ ยังมีอีกหลายเพลง แต่ว่าไม่ได้คัดเลือกมา

27 Yellow Submarine (Revolver) / 2:38
28 Eleanor Rigby (Revolver) / 2:06
29 Here, There, And Everywhere (Revolver) / 2:22
30 For No One (Revolver) / 1:57

นี่คืออัลบั้มสุดท้ายก่อนที่ Beatles จะสติหลุดกระเจิงไปเป็นเพลงแนวล้ำๆ และงงๆ
Yellow Submarine = ร้องโดยริงโก้ สตาร์ (ชื่อมือกลองนะ ไม่ใช่ยี่ห้อขนม..)
เป็นเพลงที่ออกแนวการ์ตูนต๊องๆ จนภายหลังก็ถูกนำไปทำเป็นการ์ตูนจริงๆ เลย
Eleanor Rigby = เครื่องสีเครื่องสายทำได้สวยมากๆ ขับเคี่ยวกับโน้ตเพลงได้สนุก
เนื้อหาเริ่มจะเป็นเพลงเล่าเรื่องยาวๆ แล้ว (หรือเรียกว่าเพลง ballad)
Here, There, And Everywhere = เพลงรัก เพราะซึ้ง เมโลดี้จ๊าบ
(โยกย้ายคีย์กันอย่างเนียนๆ ไม่น่าเชื่อว่าในเพลงรักหวานๆ ยังโชว์ของได้อีก)

For No One เป็นเพลงที่แบบ ชิลล์ๆ แบบขื่นๆ อธิบายไม่ถูก
เพลงของวงนี้จะมีเนื้อหาแบบนี้หลายเพลง ใจความคือ "วันนี้เธอทิ้งฉันไป"
แต่เล่นเล่าเรื่องแบบว่า เธอนั่งแต่งหน้า หยิบนี่หยิบนั่น เปิดประตู ขึ้นรถไป ฯลฯ
(นอกจากเพลงนี้ก็มี Ticket To Ride, She's Leaving Home)
มันแบบ โอ้โห.. โคตรได้อารมณ์เศร้าเลย ทั้งที่บางเพลงดนตรีก็ไม่ได้เศร้านัก
อย่างเพลงนี้ก็เป็นเพลงชิลล์ๆ พอได้เนื้อหาแบบนี้เข้าไปแล้วกลายเป็น ชิลล์ขื่นๆ

31 She's Leaving Home (Sgt.Pepper's) / 3:34
32 A Day In The Life (Sgt.Pepper's) / 5:03

อัลบั้มที่ 8 ของ Beatles ถือเป็นการเข้าสู่ยุคจ๊าบ ..เป็นหนึ่งอัลบั้มที่มีเพลงดีๆ เยอะ
She's Leaving Home เป็นเพลงเศร้าหม่นใจ บรรยายเรื่องลูกสาวหนีออกจากบ้าน
(เนื้อหาคล้ายที่เล่าไปแล้ว คือการอธิบายฉากเหตุการณ์ที่ "วันนี้เธอทิ้งฉันไป")
A Day In The Life เพลงสะท้อนสังคม บางคนยกให้เป็นเพลงที่ดีที่สุดของวง..
แต่ก็นั่นแหละ เอาอะไรไปวัดฟะ.. (ปิ่นโตมั้ง)

รวมแผ่นแรก 79:02 นาที



Beatles Disc2/2
01 Sgt.Pepper's Lonely Hearts Club Band (Sgt.Pepper's) / 2:00
02 With A Little Help From My Friends (Sgt.Pepper's) / 2:43
03 Lucy In The Sky With Diamonds (Sgt.Pepper's) / 3:24

เพลงนี้ก็ดี นั้นก็ดี ไม่เลือกไม่ได้แล้ว.. ถึงจะล้นแผ่น 1 ก็ขอยกมาต่อกันที่แผ่น 2
Sgt. (เซอร์เจียนท์) Pepper's.. เพลงเปิดอัลบั้ม เป็นเพลงร็อคที่หนักแน่น
With A Little Help.. เป็นเพลงที่มีเมโลดี้เท่ในสไตล์ British Pop ของแท้และดั้งเดิม
(แถมยังเพิ่มเอกลักษณ์โดยใช้เสียงร้องใหญ่ๆ บื้อๆ ของริงโก้ มือกลอง ..ฟังดูกวนดี)
Lucy In The Sky.. เป็นเพลงเนื้อหาหลุดโลกเพลงแรก
ว่ากันว่าเป็นการชี้ชวนเป็นนัยๆ เพราะชื่อเพลงมันย่อได้เป็น LSD (ยาหลอนประสาท)

04 The Fool On The Hill (Magical Mystery Tour) / 2:55
05 I Am The Walrus (Magical Mystery Tour) / 4:32
06 Hello, Goodbye (Magical Mystery Tour) / 3:27
07 Strawberry Fields Forever (Magical Mystery Tour) / 4:04
08 Penny Lane (Magical Mystery Tour) / 2:59
09 All You Need Is Love (Magical Mystery Tour) / 3:47

และนี่คืออัลบั้มที่ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า เป็นอัลบั้มที่ (โชว์กึ๋น) ดีที่สุดของวง
แม้ว่าชุดนี้จะเป็นอัลบั้มเพลงประกอบโชว์ในทีวี แบบสารพัดสัตว์ ก็ตาม
ขนาดคัดแล้วคัดอีก อัลบั้มนี้ยังถูกเลือกมาถึง 6 เพลง ..ก็ของเค้าดีจริงๆ อ่ะ!
มีเพลงดังขึ้นชาร์ทอันดับ 1 ของอังกฤษ 3 เพลงคือ
Hello, Goodbye (เพลงเร็วฟังเพลินๆ เนื้อร้องก็สั้นๆ ง่ายๆ)
Penny Lane (ต้นแบบ British Pop อีกแย้ว.. เพลงนี้ใช้ 2 คีย์สลับกันไปมา ร้องยากดี)
และ All You Need Is Love ซึ่งเป็นเพลง theme ในเทศกาลความรักได้สบาย
(คุณจะได้ยินเพลงนี้ในฉากงานแต่งงานของเพื่อน จากหนังเรื่อง Love Actually)

เพลงที่เหลือที่ไม่ได้ขึ้นชาร์ทอันดับ 1 นี่สิ.. มันจ๊าบๆ ทั้งนั้นเลย
I Am The Walrus .. เพลงเนื้อหาสุดเพี้ยน แต่ร้องแล้วมันส์ดี วรรณยุกต์ยังกะฮิพฮอพ
(และเป็นอีกเพลงที่แต่งท่อนแยกได้วิจิตรอลังการ แยกไปเป็นอีกเพลงนึงได้เลยนะนี่)
Strawberry Fields Forever .. ชอบตรงประโยคเปิดมากๆ เลยครับ คลาสสิคสุดๆ
"let me take you down, 'cause i'm going to.. strawberry field, nothing is real.."
แล้วแบบ..คอร์ดที่ใช้ กับเสียงดนตรี ก็ฟังดูหลอนๆ นิดๆ ..เท่ดีนะ
แม้จะแปลเนื้อไม่ค่อยรู้เรื่อง.. (ที่จริงก็งงมาตั้งแต่ Lucy, Walrus, Penny Lane แล้ว)

The Fool On The Hill ..มันคือเพลงเพื่อชีวิตแนวคาราบาว ในแบบของพอลนั่นเอง
มีคนอยู่บนเนินเขา ไม่มีใครอยากสนใจเขา เพราะมองว่าเขาเป็นพวกปัญญาอ่อน
แต่ที่จริงคนบนเนินเขานั้น อยู่ในจุดที่มองเห็นความเป็นไปทุกๆ อย่าง
..มันเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่มีใครใส่ใจจะฟังอะไรจากปากของเขาเลย

10 Hey Jude (-single-) / 7:04
11 Revolution (-single-) / 3:22

Hey Jude น่าจะเป็นเพลงที่ยาวที่สุดของ Beatles..
พอลแต่งเตรียมไว้สอนหลาน (ลูกชายของจอห์น) ที่ชื่อ Julian ในการเทคแคร์หญิง
..ผมเคยได้ยินตอนเด็กๆ ในร้านอาหารกึ่งผับ แล้วทำนองก็ติดหูมาจนโตเลย
(ก็เล่นร้องแต่ท่อน นา นา นา.. อยู่นานหลายนาที ไม่ยอมจบนี่ฝ่า)

12 Glass Onion (White Album) / 2:17
13 Ob-La-Di, Ob-La-Da (White Album) / 3:08
14 While My Guitar Gently Weeps (White Album) / 4:40
15 I Will (White Album) / 1:45

16 Get Back (-single-) / 3:12

อัลบั้มนี้ไม่มีชื่อชุด เพราะเป็นปกสีขาวเกลี้ยงเกลาไร้รูปหรือข้อความใดๆ
(มีแต่ตัวอักษรปั๊มนูนเล็กๆ ว่า The Beatles) ..คนนิยมเรียกกันว่า White Album
เป็นอัลบั้มที่ 10 และเป็นอัลบั้มเดียวที่มีเพลงมากถึง 2 แผ่น (20 กว่าเพลง)
แต่ด้วยความที่เพลงมันประหลาดๆ ยังไงบอกไม่ถูก และเริ่มรู้สึกว่าไม่เท่แล้ว
(อาจเพราะวงกำลังค่อยๆ ไหลกลับไปสู่แนวร็อค แต่ยังสลัดจากเนื้อหาหลุดโลกไม่ได้)
ก็เลยเลือกเพลงมาได้แค่เนี้ย.. 4 เพลงเท่านั้นแหละครับ

Glass Onion เป็นเพลงร็อคแบบเรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่ฟังแล้วก็มันส์ดี
เนื้อหาก็แบบมองย้อนอดีตไปถึง Walrus, Fool on the Hill, Strawberry Field ฯลฯ
Ob-La-Di, Ob-La-Da นอกจากเรือดำน้ำสีเหลืองแล้ว เพลงนี้ก็เป็นเพลงคิขุอีกเพลง
While My Guitar.. เพลงเด่นเพลงแรกที่มาจากฝีมือแต่ง+ร้อง ของจอร์จ แฮริสัน
เพลงนี้ทำให้โลกรู้ว่าวง Beatles มีมือกีตาร์ที่ชื่อจอร์จอีกคนนะ ไม่ได้มีจอห์นคนเดียว
I Will นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงรักที่ถูกนำมาร้องคัฟเวอร์บ่อยมาก

17 Come Together (Abbey Road) / 4:18
18 Something (Abbey Road) / 3:01
19 Octopus's Garden (Abbey Road) / 2:47
20 Here Comes The Sun (Abbey Road) / 3:03

อัลบั้มที่ 11 คือซาวด์แทรคหนังการ์ตูน Yellow Submarine ซึ่งไม่มีเพลงน่าสนใจ
(มีเพลงใหม่ของวงแค่ 4 เพลง นอกนั้นเป็นเพลงเก่า และเพลงบรรเลงออเคสตร้า)
ข้ามมาถึงอัลบั้มที่ 12 "Abbey Road" กับปกข้ามถนน ที่ถูกนำไปล้อเลียนมากที่สุด
อัลบั้มนี้ Beatles กลับสู่แนวร็อคเน้นๆ (ในแบบรุ่นใหญ่ ไม่ใช่ว๊ากๆๆ แบบวัยรุ่น)
..เอกลักษณ์ของอัลบั้มนี้คือ ครึ่งอัลบั้มหลังเป็นเพลงเมดเล่ย์ยาวเหยียด 8 เพลง!
(เลือกมาไม่ได้เพราะมันจะยาววววว กินที่เพลงอื่นหมดเลย..)

Come Together เพลงนี้คงจะคุ้นหูกันกับเสียงร้องไมเคิล แจ๊คสัน ในโฆษณาสปาย
(come together, right now! over me..)
Something เพลงรักระดับเทพ จากจอร์จ แฮริสัน
Here Comes The Sun เพลงสว่างไสวให้อารมณ์ขับรถเที่ยวเหมือนในโฆษณาทีวีเป๊ะ
สองเพลงนี้ยิ่งทำให้ผมชื่นชมฝีมือจอร์จเข้าไปอีก คนอะไรแต่งเพลงน้อยแต่โด๊นโดน!

ส่วน Octopus's Garden น่าจะเป็นภาค 2 ของเพลงด๊องๆ Yellow Submarine ล่ะครับ..
(ร้องโดยมือกลองเสียงบื้อ ริงโก้ เจ้าเก่า.. เหมาเอาเพลงแนวนี้ไปร้องหมดเลย
เอ๊ะ.. หรือว่าเพราะเขาเป็นคนร้อง เพลงเลยออกมาเป็นแนวนี้ซะหมดหว่า.. 5555
แต่ยังไงท่อนฮุคของ Yellow Submarine ก็เป็นต้นแบบเพลงประเภทแมนยูลิเวอร์พูลเชียวนะ)

21 Across The Universe (Let It Be) / 3:43
22 Let It Be (Let It Be) / 3:50
23 The Long And Winding Road (Let It Be) / 3:37

รวมแผ่นที่สอง 79:38 นาที

อัลบั้มท้ายสุดคือ "Let It Be" เป็นอัลบั้มที่มีการถ่ายทำเบื้องหลังเป็นภาพยนตร์ด้วย
สามเพลงเอกจากอัลบั้ม ได้แก่
Across The Universe เคยเป็นเพลงที่ผมชอบที่สุดของวงมาก่อน เหงาๆ เคว้งๆ ดี
เนื้อหางุนงงแต่พอจอห์นร้องก็ฟังดูเข้ากันดี (เพราะมีช่วงนึงมันงงทุกเพลงมาแล้ว)
Let It Be เพลงเดียวกับชื่ออัลบั้ม เพลงนี้น่าจะเคยได้ยินกันทุกคนอยู่แล้ว
แปลเป็นไทยก็คือ ปล่อยมันเป็นไป.. มันต้องเกิด อะไรที่มันต้องเกิด (เฮ่ย! พี่แจ้แล้ว)
The Long And Winding Road เพลงรักผิดหวัง มีออเคสตร้าประโคมมโหรทึกกันไป

ตอนที่อัลบั้มนี้วางแผงในเดือน พ.ค.1970 ก็กลายเป็นแผ่นเสียงที่ขายดีที่สุดในโลก
แต่ทว่า วง Beatles ก็เริ่มแตกคอกันด้วยเรื่องธุรกิจหุ้นส่วนค่ายเพลง
และแยกย้ายกันไปอยู่คนละที่ละทาง (ทุกคนออกอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองด้วย)
หลังจากนั้น 10 ปี จอห์นก็ถูกแฟนเพลงโรคประสาท ลอบยิงเสียชีวิตที่นิวยอร์ค
เป็นอันจบผลงานของ Beatles ตั้งแต่นั้นมา..

ป.ล. มีเพลงใหม่ในนามวง Beatles ในรอบ 30 ปี ออกมาในช่วง 1994-1995
เมื่อสามสมาชิกได้กลับมาร่วมกันเล่นดนตรี พร้อมกับเสียงของจอห์นในเทปเดโม
เป็นเพลง "Free As A Bird" และเพลง "Real Love"
อยู่ในอัลบั้มเก็บตกที่ชื่อ "Anthology" ซึ่งก็แน่นอนว่าติดอันดับขายดีเทน้ำเทท่า..
หลังจากนั้นไม่นาน จอร์จก็เสียชีวิตลง.. (ปัจจุบันเหลือ Beatles ที่ยังมีชีวิต 2 คน)


--------------------------------------------------------------------------------------

ถ้าคัดต่อไปให้เหลือเพียง 1 แผ่นจบ
..นั่งเพ่งอยู่นานเพราะคัดออกยากมากเลย ไม่อยากตัดเพลงไหนเลย
(เพราะตอนคัดเหลือ 2 แผ่น ก็ยากน่าดูแล้ว เหลือแต่หัวกะทิแล้ว)
ดังนั้นเพื่อให้ง่ายขึ้นผมเลยตั้งคอนเซปท์ไว้ว่า

1. กระจายโควต้าจำนวนเพลงไปตามอัลบั้มต่างๆ ให้ได้ใกล้เคียงกัน
2. จะเลือกให้เป็นอัลบั้มแนะนำ สำหรับคนที่ไม่เคยฟัง Beatles มาก่อน
ดังนั้น เพลงที่ยากเกินไปตัดทิ้ง, เพลงยุคแรกที่ฟังดูโบราณเกินไปก็ตัดทิ้ง
และเสริมด้วยความเอนเอียงส่วนตัว.. คือเพลงน่ารักคิขุ อาโนเนะ ก็ขอตัดทิ้ง
3. พยายามเลือกเพลงที่คิดว่าคนฟังหน้าใหม่จะชอบได้ง่ายก่อน ดังนั้น
- เพลงนั้นจะเคยขึ้นอันดับหนึ่ง หรือจะไม่เคยติดชาร์ทซักแอะ เรื่องนั้นไม่เกี่ยง
แต่ถ้าเพลงใดยังคงได้ยินทางทีวี วิทยุ อยู่จนทุกวันนี้ ก็จะได้รับเลือกทันที
- เพลงรักๆ ที่มีเมโลดี้แจ่ม ทำนองไพเราะ จะรอดมามากกว่าเพลงร็อคๆ


ผลการคัดเลือกเป็นดังนี้ครับ..

01 I Want To Hold Your Hand (-single-) / 2:25
02 She Loves You (-single-) / 2:21
03 Twist And Shout (Please Please Me) / 2:32
04 All My Loving (With the Beatles) / 2:04
05 Please Mister Postman (With the Beatles) / 2:31
06 A Hard Day's Night (A Hard Day's Night) / 2:33
07 And I Love Her (A Hard Day's Night) / 2:26
08 I'll Follow The Sun (Beatles for Sale) / 1:47
09 Eight Days A Week (Beatles for Sale) / 2:44
10 Help! (Help!) / 2:18
11 Yesterday (Help!) / 2:05
12 Nowhere Man (Rubber Soul) / 2:41
13 In My Life (Rubber Soul) / 2:23
14 Day Tripper (-single-) / 2:48
15 Eleanor Rigby (Revolver) / 2:06
16 Here, There, And Everywhere (Revolver) / 2:22
17 Sgt.Pepper's Lonely Hearts Club Band (Sgt.Pepper's) / 2:00
18 With A Little Help From My Friends (Sgt.Pepper's) / 2:43
19 Hello, Goodbye (Magical Mystery Tour) / 3:27
20 Strawberry Fields Forever (Magical Mystery Tour) / 4:04
21 All You Need Is Love (Magical Mystery Tour) / 3:47
22 Hey Jude (-single-) / 7:04
23 Come Together (Abbey Road) / 4:18
24 Something (Abbey Road) / 3:01
25 Here Comes The Sun (Abbey Road) / 3:03
26 Across The Universe (Let It Be) / 3:43
27 Let It Be (Let It Be) / 3:50
..รวม 79:06 นาที

นวย 20/04/2007 13:41 
ไหนๆ ก็พาดพิงถึง 'น้ำคือชีวิต' แล้ว
ขอบอก (จริงๆ คือบ่น :P) ให้เซ็งโดยทั่วกันว่า...

มันมี DVD แล้วค่ะ

ยังไม่ได้ไปดูที่ร้านว่ามีขายหรือเปล่า แต่เห็นแจกในทีวีแล้ว
เอ.. หรือว่า น้ำคือชีวิต ที่วางขายในงานหนังสือคือ DVD หว่า ??
ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจจะมองซะด้วย เพราะมัวแต่กรี๊ดหนังสือพิมพ์ซ้ำของพี่อิทฯ
Shauฯ 21/04/2007 02:24  [ 1 ] 
อ๊ะนั่นไงตูว่าแล้ว ตอนซื้อก็แหม่งๆ ว่าทำไมมันต้องเอาซีดีเพลงมาใส่กล่อง DVD
ยังงี้ก็เสียตังค์อีกรอบล่ะครับทั่น :]
นวย 22/04/2007 00:26  [ 2 ] 
ลองไปหาฟังดูนะ
JOHN PIZZARELLI อัลบัม Meets the beatle
เอากีตาร์มาเล่น beatle แนวสวิง น่าจะโดนใจนายว่ะ
oj 07/05/2007 16:44  [ 3 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ