0465
14/4/50 .. คนใต้ใจดี (ตอนต้น)
แสดงทั้งหมด

17/4/50 .. คนใต้ใจดี (ตอนท้าย)ตอบ: 0, อ่าน: 976

อ๊ะ.. ตอนที่แล้วลืมยายบนรถไฟไปคนนึง (ตั้งแต่ลำดับแรกสุดเลย)
ยายขึ้นมาโหนตอนเราเพิ่งได้นั่ง หลังรถออกจากนครปฐมได้ไม่นาน
เราก็สละที่นั่งให้ ยายเลยมีชวนคุยนิดหน่อย..
สรุปว่าการปรากฏตัวของยาย ต้องแทรกเป็นลำดับที่ 1.5


ทีนี้ก็ต่อครับต่อ!

19 ไอ้หนุ่มขับเรือหางยาว พาเราไปส่งยังแพที่พัก (ซึ่งเพื่อนๆ ไปรออยู่แล้ว)
คนนี้ก็ปรากฏตัวมาช่วยเราได้ทันเวลาพอดี ก่อนเราจะงงไปกว่านั้น
ว่าจะเข้าแพยังไงดีหว่า เพราะไม่ยักมีใครจะไปที่แพเดียวกับเราเลย
ครั้นจะเหมาเรือไปกัน 2 คน เที่ยวละพันสอง ก็แย่สิ!
ไอ้หนุ่มคนนี้มาถึงฝั่งก็โทรมาบอก รอแป๊บนึง เดี๋ยวไปพร้อมแขกกลุ่มอื่น
ก็รออยู่นานจนเงกเลย.. 2 ช.ม. ก็ได้เข้าไปกับกลุ่มป้าๆ 4 คน

ก่อนขึ้นแพ ตาคนขับเรือก็ยื่นกระดาษที่เพื่อนเราเขียนฝากไว้มาให้
ใจความคือ เพื่อนๆ คอยอยู่ที่แพนี้ๆ นั้นๆ นะ ให้ขึ้นเรือลำนี้มาเลยนะ
อ่านแล้วเราก็.. เวรกรรม! เพิ่งจะมาให้อ่านอะไรตอนนี้ฟะ
กำลังจะก้าวขาขึ้นเรืออยู่รอมร่อแล้วเนี่ยนะ.. ดีจริงๆ..

20 พี่หนวดงาม ..มือกีตาร์และนักร้องเพื่อชีวิตประจำที่พัก "แพต้นน้ำ"
แนะนำจุดเที่ยวชมแถวๆ นั้น อธิบายดีจนเห็นภาพราวกับได้ไปถึงเอง
วันต่อมาคุณยุแอบไปนั่งคุยอีกที เพื่อถามว่าจะไปทะเลต่อที่จังหวัดไหนดี
ก็บอกว่าพี่คนนี้คุยดีสุดๆ.. (เอ๊ะ ที่ผ่านมาก็ใจดีหมดทุกคนนี่ฝ่า)

21 แม่ครัวสาวประเภทสอง ของที่แพนั้น
หน้าตาละม้ายคล้ายตาลุงห้องคอมฯ คณะเรามากๆ เลย แต่ดันชื่อ "จีจี้"
คนนี้ก็บริการเต็มที่ สั่งอะไรก็ได้หมด
(เพียงแต่ไม่อร่อยซักอย่างแค่นั้นเอง.. อ๊ะ! คิดอารายออกปาย..)

22 คุณตาชาวบ้าน เป็นคนจับปลา อยู่ข้างๆ จุดนั่งแพไปถ้ำปะการัง
น้องยุเข้าไปชวนคุยตามธรรมเนียมที่ว่า ถ้าอยากรู้เรื่องของที่นั่น
มากกว่าที่จะหาอ่านได้จากหนังสือ ก็ต้องเข้าไปคุยกับคนท้องถิ่น..
คุยกับคุณตาก็ได้ความรู้เกี่ยวกับปลาในเขื่อนมาพอสมควร
(แกใช้สวิงจับปลาทีละตัวเลยนะ เปรี้ยวมาก!)
ป.ล. เราเรียกแกลุง แต่แกเรียกตัวเองตาเลยวุ้ย สงสัยเราจะหน้าเด็กจริง

23 พี่ดูหมอ.. เป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกัน อยู่ห้องพักข้างๆ
เขานั่งดูหมอกันตอนดึกๆ ตะคุ่มๆ อยู่หน้าห้อง
คุณยุซึ่งกำลังสับสนชีวิตเรื่องงาน ก็เข้าไปขอให้เขาดูให้ด้วยเฉยเลย

24 ลุงวินมอเตอร์ไซค์หน้าดุ ที่ท่ารถบ้านตาขุน (ชื่อย่านอ่ะนะ)
นี่คือวันที่สาม หลังออกจากเขื่อนแล้ว และตัดสินใจได้ไม่กี่นาทีก่อนนั้น
ว่าจะไปเขาหลัก พังงา เพราะเป็นหาดที่อยู่ใกล้ และเคยถูกสึนามิมาก่อน
(อยากไปดูว่าสภาพหาดและที่พักตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว..)
ก็ถามลุงวินมอ'ไซค์ ตรงนี้มีรถตู้ไปพังงาไหมครับ
แกตอบ ไม่มีครับ! ทำเสียงดุๆ ห้วนๆ ไม่ถามอะไรเพิ่มเติม ทำเราตกใจ
แต่พอเราจะก้าวขึ้น บขส.สีส้ม แกและพวกรีบตะโกนห้ามกันใหญ่
นึกว่าเราขึ้นผิด (แต่ความจริงถูกแล้วเพราะจะไปหาด ไม่ใช่ตัวเมือง)
..นี่ล่ะนะ ขนาดหน้าดุพูดจาห้วน แต่ยังอดเป็นห่วงเราจะขึ้นรถผิดมิได้
ต้องร้องช่วยกันใหญ่.. น้ำใจคนไทยนี่เหลือล้นจริงๆ ครับท่าน

25 กระเป๋ารถ บขส.ส้ม ไปเขาหลัก (สาย 465 สุราษฎร์-พังงา-ภูเก็ต)
..ถ้าพี่พนักงานรถไฟเป็นไคลแมกซ์ของวันแรก
พี่กระเป๋าคนนี้ก็ต้องเป็นไคลแมกซ์ของวันนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
เผลอๆ เป็นไคลแมกซ์ของงานได้เลย ประทับใจจัดๆ
(คนอื่นที่ว่าใจดีแล้ว คนนี้ชนะทุกคนเข้าไปอีกอ่ะ)

เขาเป็นพี่ชายชาวใต้หุ่นผอม ขาว จมูกงุ้มแบบคนใต้ ปากบาง
พูดจาสุภาพ และยิ้มหวานโคตร.. ดูแลผู้โดยสารดีมากเลย
(โดยเฉพาะกับเราที่เป็นคนต่างถิ่น)
..พอถึงใกล้ๆ เขาหลัก เราก็ส่งภาษามือบวกภาษาหน้าตาไปว่า "ถึงยังครับ"
เขาก็ยิ้มและโบกมือกลับว่า "ยัง..ยัง.."
สุดท้ายให้คนขับส่งเราลงที่หาดนางรอง (1 ในบรรดา 7 หาดที่เรียงกันอยู่)
บอกว่าตรงนี้ที่พัก+บังกะโลเยอะ เดินเข้าไปในซอยนี้ๆๆ เลยนะ
เล่นลงมายืนอธิบายและชี้ให้ดู บนถนนเลยอ่ะ
เราก็กลัวผู้โดยสารคนอื่นจะว่าเอา ว่าเฮ้ย กระเป๋าลงไปข้างล่างทำม้าย..
(คือถ้ามีเวลาเดินเข้าไปส่งที่หาดได้ เขาคงทำไปแล้วนิ ใจดีจัด)

แล้วน้องยุยังนัดแนะกับเขาเสร็จเลยว่า พรุ่งนี้เช้าจะผ่านตรงนี้ 8 โมงนะ
เดี๋ยวมาดักรอเจอกันอีกทีตอนขากลับ จะมารับเราไปลงท่ารถตะกั่วป่า
(เราจะต่อรถกลับกรุงเทพฯ ที่นั่น รอบ 9 โมงเช้า)

ป.ล. เหตุการณ์เช้าอีกวันคือ เรากระหืดกระหอบไปถนนใหญ่ ดักรอรถ
นั่งรอจน 8 โมง 20 ถึงจะมา.. คุณพี่เจ้าเก่าก็ลงจากรถมาต้อนรับเลยนะ
ทักแบบ สวัสดีๆ วันนี้ไปลงไหนดี.. ยิ้มทักจนเราแบบ โห! เป็นมิตรจริงวุ้ย
เราก็ร้อนใจ กลัวไปถึงตะกั่วป่าไม่ทันรถรอบ 9 โมง
กระเป๋าบอก ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมไปกำชับคนขับให้เร่งให้ ทันแน่นอน!
โห! สุดยอดเลยพี่.. แล้วก็ไปถึงตะกั่วป่าก่อนเวลาตั้ง 5 นาที.. เจ๋งจริงๆ!
(ขาไปใช้เวลา 1 ช.ม. แต่ขากลับใช้เวลาแค่ 35 นาทีอ่ะ ขับเร่งให้สุดๆ)
ลงรถก็ยิ้มโบกมือล่ำลาพี่กระเป๋ากันไป แกก็พูดบ๊ายบายๆ กับเราอีกตะหาก
แหม่มันช่างประทับใจจ๊อดจริงๆ ค่ะ..

26 เด็กตัวดำแต่ยิ้มน่ารัก ที่เบาะหน้าบนรถ บขส. ขาไปเกาะหลัก
นี่เป็นเด็กคน (กลุ่ม) ที่ 4 แล้วนะ ที่เจอในระยะประชิดและน่าถ่ายรูปจริงๆ

27 พนักงานชายหญิงที่รีสอร์ทแรก ที่เราลองไปถามราคา
ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่ reception แต่ถามราคาก็บอกได้ ถามถึงที่พักอื่นก็แนะนำได้
แถมยังบอกให้เราเดินตัดทะลุรีสอร์ท (ผ่านบังกะโลและสระว่ายน้ำของเขา)
ไปยังหาดได้เลย ไม่ว่ากัน! (เราเลยเดินทะลุของเขาตลอดเลยทีนี้)
โอ้!.. ถ้าเป็นที่อื่นๆ เหรอ ถามราคาคงบอกให้ไปที่เค้าเตอร์ลูกเดียว
และถ้าไปเดินผ่านที่ของเขานะ โดนยามมาไล่แน่ๆ

28 พนักงาน reception หญิง อีกรีสอร์ทนึง ข้างๆ กันกับที่แรก
ก็เช่นกันคือ พอรู้ว่าราคาของที่เขาสูงไป ก็อาสาแนะนำที่อื่นให้อย่างเต็มใจ
คือแบบเราไม่ต้องเอ่ยถามเลยอ่ะ เขาบอกให้เองเสร็จสรรพเลย..

29 คุณน้องกระเทยเด็กเสิร์ฟที่โรมแรมแห่งหนึ่ง
คือว่า เมื่อได้ที่พักแล้วเราจะออกมาเดินหาดถ่ายรูปเล่น ฝนก็เทลงมา
ต้องรีบเข้าไปหลบฝนใต้ร่มชายหาด (ริมสระว่ายน้ำ) ของโรงแรมแห่งหนึ่ง
ไปไหนไม่ได้เพราะกล้องจะเปียก ต้องยืนนิ่งๆเอากล้องยัดไว้ที่พุง (ในเสื้อ)
ฝนตกหนักยิ่งขึ้นๆ ลมก็แรงขึ้นๆ จนเสื้อกางเกงแฉะกันหมดแล้ว
ฝรั่งชุดว่ายน้ำทั้งหลายยังตัดสินใจกลับขึ้นห้องหมดเลย
เวรกรรม! มันลุยฝนไปได้แต่เราไปไหนไม่ได้เลยอ่ะ ยืนโดดเดี่ยวเลย
..ในที่สุด พนักงานเสิร์ฟ คุณน้องคนนี้ ก็ปรากฏกาย
แบกร่มยักษ์ (ร่มชายหาดนั่นแหละ) ฝ่าพายุฝนออกมารับเราเข้าตึก!
แล้วเราก็เลยรอดชีวิต และรักษาสุขภาพของกล้องตัวใหม่ไว้ได้ในที่สุด
ประโยคเด็ด "แวร์ยูโก๊.." (นึกว่าเราเป็นเกาหลี.. หงิ่ว!)

ป.ล. ฝรั่งบนรถไฟตู้นอนคืนนั้นก็มาทักเรา "อาร์ยูเจแปนนี๊ส?"
ฮาจริงๆ เลยตู หน้าตาสารพัดชาติ..

30 น้องพนักงานหญิงในตึกโรงแรมนั้นเอง
ระหว่างเรายืนรอฝนหยุด พลางพยายามเช็ดหยดน้ำที่ผลุบเข้าไปในปุ่มกล้อง
เธอก็พยายามเรียกให้เราไปนั่งในร้านอาหาร (ของโรงแรม) เช่นกัน
สุดท้ายก็เดินเอาไม้จิ้มฟันมาให้เป็นอุปกรณ์ช่วยซ่อมด้วย!
ประโยคเด็ด "ไปนั่งซ่อมกันตรงนั้นดีกว่าค่ะ สบายๆ ฝนไม่สาดด้วย
..เลือกเอาเลยนั่งโต๊ะไหนก็ได้" (ฟังแล้วนึกขำว่า เออ ไล่ไปนั่งจริงๆ วุ้ย)
ป้ายบนโต๊ะบอกราคาเครื่องดื่มผลไม้ แก้วละ 180 อัพ..
เอื๊อกเลย! ถ้าฝนไม่ตกตูจะมีโอกาสได้รับการเชื้อเชิญมานั่งตรงนี้มั้ยฟะเนี่ย

ฝนซาก็รีบบอกลาพนักงาน ลุยฝนหลบเข้าห้องกันไปตามเรื่องตามราว
และบุคคลน่าสนใจ (ใจดี) ทั้งหมดก็มีอยู่เท่านี้ล่ะครับ
(วันสุดท้ายนั่งรถทั้งวัน 8 โมงเช้า ยัน 4 ทุ่ม ไม่ได้คุยกับใครเลย
มีการจับแรงงานพม่าหลบเข้าเมืองกันสดๆ แบบประชิดตัวเราด้วย)

หวังว่าทริปหน้าจะกล้าขอผู้คนต่างๆ ถ่ายรูปเขาสักทีนะ
ส่วนงานนี้ก็ขอตัดจบดื้อๆ แต่เพียงเท่านี้เอย..
นวย 17/04/2007 12:56 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ