0443
เรามาใช้ Firefox แทน IE กันเต๊อะ..
แสดงทั้งหมด

ว่ากันเรื่องเพลง (3) : คุณภาพ mp3 นั้นน่ะหรือ..ตอบ: 2, อ่าน: 2040

-1-


ผมมักจะบอกใครๆ เสมอ จนเขาเข้าใจกันผิดไปแล้วว่าผมต่อต้าน mp3

อันที่จริงน่าจะพูดเคลียร์ๆ ไปกว่านี้ ว่าผมไม่ได้ต่อต้านฟอร์แมต mp3 นะครับ
เพราะดูดีๆ มันก็เป็นงานที่เข้าท่า ถึงขนาดพลิกวงการ multi-media ไปเลย!
(ฟอร์แมต mp2, mp3 ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนของเสียง ในแผ่นหนัง VCD ครับ..
ซึ่งก็ทำได้ดีน่าปลื้มมากๆ คือลดขนาดไฟล์ลงนับสิบเท่า แต่คุณภาพเสียงที่ได้ยินด้อยลงนิดเดียว
และเราต่างก็รู้กันดีว่า media แบบอนาล็อกกับดิจิตัล มันเก็บรักษาและใช้งาน
รวมถึงยักย้ายถ่ายเทข้อมูล ได้ยากง่ายกว่ากันแค่ไหน
จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่โลกตะวันออกจะพลิกความบันเทิงในบ้าน
จากวีดิโอเทปไปเป็นหนังแผ่น อย่างพร้อมเพรียงกัน)

แต่ที่ผมต่อต้านคือการซื้อแผ่น mp3 จากพ่อค้าครับ.. ผมว่าจะก๊อปแจกกันก็ทำไป ไม่ว่ากัน
เพราะสมัยก่อนนู้นก็มีการอัดเทปแบ่งกันฟังเยอะแยะไป
ฉะนั้นมันไม่กระทบวงการเพลงหรือธุรกิจซักเท่าไหร่หรอกครับ
(เพียงแต่มันก๊อปกันง่ายขึ้นและใช้งบน้อยลงเท่านั้นเอง)
แต่ไอ้การเอาเงินไปซื้อของโจรนี่สิครับ บาปกรรมจะตามมาในชาตินี้
ทำให้ไม่มีใครอยากมาทำเพลงให้คุณฟังอีกต่อไปแล้ว..
ก็นักแต่งเพลง นักร้องนักดนตรี ใครจะมาทนทำงานแทบตายแล้วไม่ได้เงินกลับมาอยู่ล่ะครับ
เขาคงจะหันไปทำอาชีพอื่นกันหมดแล้วล่ะ..

โอเค.. สรุปว่าการฟังเพลงจาก mp3 ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นพกพา หรือเครื่องเล่นซีดี
ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องแย่ตรงไหน..
(ตราบใดที่คุณภาพเสียงที่ได้ยินยังโอเคอยู่ และไม่ได้เป็นการอุดหนุนของโจรนะ)
เพราะว่าสะดวกดี ไม่ต้องคอยหยิบจับแผ่นซีดีบ่อยๆ เก็บทะนุถนอมมันไว้นานๆ ดีกว่า..

-2-


แต่ทีนี้! ประเด็นคือ.. ยังมีอยู่มากคน ที่เชื่อว่าเสียงเพลงที่ได้จาก mp3 นั้น ไม่ต่างจากแผ่น CD
แถมบางคนยังท้าว่า หากเปิดให้ตึ้บๆ หน่อย จะแยกไม่ออกแล้วว่าเป็น mp3 หรือ CD
.. ถ้ามีใครมาท้านะ ผมนี่แหละจะรับคำท้าคนแรกเลย!
ยังไงก็จะขอยืนยัน ยืนยัน.. (ทำเสียงแผ่วระโหยเหมือนแบลคเฮ้ด) ว่าต่างครับ..
เพียงแต่ว่า mp3 เจ้าไหนทำออกมาได้เนียนกว่ากัน คมชัดใสแจ๋วกว่ากัน เท่านั้น
พูดง่ายๆ ถ้าใช้ตัวเข้ารหัสที่มีคุณภาพหน่อย ก็จะแจ่มหน่อย จะจับผิดยากขึ้น
แต่ถ้าใช้ตัวเข้ารหัสคุณภาพต่ำ หรือเลือกความเร็วให้สูงสุดๆ มันก็จะได้ผลงานที่หยาบ
นั่นคือฟังผ่านๆ รู้เลยว่านี่แหละ mp3..
และคงไม่ต้องบอกกันนะครับว่า แผ่น mp3 ที่เขาขายๆ กัน ใช้ตัวเข้ารหัสแบบไหน
ใช่.. เสียงที่ได้ยินมันสุดจะหยาบ แห้ง กร้าน เหมือนหุ่นยนต์มาตีฉาบให้ฟัง..

ขอบอกว่าตัวเข้ารหัส mp3 ที่ดีที่สุดมี 2 ยี่ห้อ คือ Lame และ FraunHofer (FhG) ครับ..
Lame ถูกใช้ในโปรแกรม Easy CD-DA Extractor, WinAmp Pro, UltraISO, J.River ฯลฯ
FraunHofer ถูกใช้ในโปรแกรม Nero, MusicMatch, CoolEdit ฯลฯ
(และหลายโปรแกรมที่มีทั้ง 2 ตัวให้เลือกตามความชอบ เช่น WaveLab, SoundForge)
ดังนั้นถ้าคุณอยากแปลงเพลงจาก CD เป็น mp3 ก็แนะให้ใช้โปรแกรมเหล่านี้ครับ
แต่มีข้อแม้ด้วยว่า (1) แชนเนลและบิตเรทต้องเป็น Joint Stereo, 128kbps ขึ้นไป
(ยกเว้นเพลงที่เป็น Mono อยู่แล้วก็เลือก Mono 64kbps เพื่อลดขนาดไฟล์ลงได้ครึ่งนึงครับ)
และ (2) ต้องไม่เลือกคุณภาพแบบ Fast นะ อดใจนั่งรอนานหน่อยแต่ผลออกมาจะนิ้งเลยล่ะ..

สำหรับคนที่สะสม mp3 เป็นชีวิตจิตใจ (ไม่ว่าจากการดาวน์โหลดหรือจากการซื้อของโจรก็ตาม)
ขอแนะนำโปรแกรมนี้ครับ.. "EncSpot"
เป็นโปรแกรมที่ไว้ใช้ตรวจว่าไฟล์ mp3 ที่คุณมีนั้นทำมาด้วยตัวเข้ารหัสตัวไหน
และบอกคุณภาพว่าเป็น Bad (แดง), Good (เหลือง), หรือ Very Good (เขียว)
ดังนั้นจึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีเพลง mp3 ซ้ำซ้อน และขี้เกียจมานั่งฟังดูว่าอันไหนชัดกว่ากัน
อีกทั้งเหมาะกับตอนดาวน์โหลดด้วย คือตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่ตอนโหลดมาได้นิดหน่อยเลย
ถ้าแย่นักจะได้เลิกโหลด ไปเปลี่ยนเป็นเจ้าอื่นแทน เผื่อว่าคุณภาพอาจจะดีกว่า..

ป.ล. เนื่องจากโปรแกรมมันไม่มีหู การตรวจสอบว่าคุณภาพดีหรือแย่นั้น
จึงเป็นการสรุปจากยี่ห้อตัวเข้ารหัสเท่านั้นนะครับ..
..ถ้าเป็น Lame, FraunHofer ซึ่งยังมีการพัฒนาอยู่ตลอด มันจะบอกว่าดี หรือดีมาก (แล้วแต่บิตเรท)
แต่ถ้าเป็น Xing, Gogo, BladeEnc ซึ่งเป็นยี่ห้อโบราณแล้ว มันจะบอกว่าแย่.. (ซึ่งก็แย่จริงๆ)
ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพ Very Good เสียงจะชัดใสปิ๊ง.. เพราะต้องขึ้นอยู่กับ CD ต้นฉบับด้วย
คือ Good หมายถึงว่าต้นฉบับมายังไง mp3 ก็ได้แบบนั้น.. ไม่ด้อยลงเท่าไหร่ นั่นแหละครับ..
แต่ถ้าอัดเพลงมาจากเทปซึ่งไม่คมชัด แล้วมาแปลงด้วย Lame ก็รับคุณภาพ Good ไปเลย!

-3-


ยังไงแล้วอยากฝากทิ้งท้ายสำหรับคนที่ "สะสม mp3" (ของสะสมสุดประหลาดของคนยุคนี้!)
ว่า ดูดีๆ นะครับ มันเป็นการสะสมที่ออกจะแปลกๆ ไปหน่อยหรือเปล่า แต่ตัวเองอาจจะไม่ได้ตะหงิดใจ
.. ผมขอเปรียบเทียบอย่างงี้แล้วกันนะครับ
ถ้าคุณชื่นชอบดาราคนหนึ่ง และอยากได้รูปของเขาเก็บไว้
1. มีรูปถ่ายเป็นไฟล์ jpg ขนาดใหญ่พอควร 400 kB อยู่ในคอมฯ
2. รูปเดียวกันนี้ถูกนำมาเซฟเป็น jpg เหมือนเดิม แต่ลดคุณภาพให้เหลือ 40 kB
คุณจะเลือกเก็บอะไร..

เอาใหม่
1. รูปภาพสำคัญที่คุณอยากเก็บ ถูกพิมพ์ลงในนิตยสารอาร์ตอย่างงาม กระดาษก็ดี
2. รูปเดียวกันนี้ถูกปริ๊นท์ด้วยหมึกอิงค์เจท
คุณจะเลือกเก็บอะไร..

ใช่ครับ ผมจะเปรียบเทียบกับไฟล์เพลงจาก CD ที่วางขาย และไฟล์เพลง mp3 นั่นแหละครับ
แต่ว่าความละเอียดของหูคนเราช่างอธิบายยาก เลยขอเทียบเป็นรูปภาพที่มองรายละเอียดด้วยตาแทน..

อีกทีนะครับ..
1. รูปดาราน่ารัก สมมติน้องโฟร์ละกัน.. อัดจากร้านถ่ายรูป ขนาดพกพาเหมือนว่าจะใส่กระเป๋าตังค์น่ะ..
2. รูปน้องโฟร์ รูปเดียวกันเลย ขนาดกว้างยาวเท่ากัน.. แต่ตัดจากหนังสือพิมพ์ แล้วมาพกใส่กระเป๋าตังค์!

นี่แหละครับเปรียบได้ชัดเจนสุดแล้ว..
..เวลามีคนอวดกันว่า มี mp3 ของคนนู้นคนนี้ครบทุกเพลงทุกชุด
ผมก็จะรู้สึกเหมือนว่า มีคนพยายามสะสมรูปน้องโฟร์ที่ลงในหนังสือพิมพ์ให้ครบ นั่นแหละครับ!

ถึงผมจะบอกเขาว่า ไม่ชัดนะ ถ้าชอบแล้วทำไมไม่ไปซื้อที่ดีๆ หน่อยมาเก็บไว้ล่ะ
เขาก็จะตอบว่า ประหยัดดี แล้วแค่นี้ก็ชัดออก
ดูแล้วก็เห็นหน้าเห็นตาเหมือนกันแหละ ไม่เห็นจะต่าง..!
นวย 04/07/2006 18:57 
แหะๆ ขอสารภาพค่ะว่าเป็นคนหูดีมาก จนไม่สามารถแยกได้ว่าอันไหนเทปจริง อันไหนเทปอัด ฉะนั้น พอผ่านมาถึงยุค CD กะ mp3 ก็ยังแยกไม่ออกอยู่ดี ว่าอันไหนเป็นอะไร ยกเว้นแต่ว่า mp3 อันนั้นมันจะเห่ยขนาดหนัก ^ ^'

แต่สำหรับพี่ป้าน้าอาที่ชอบพอกันจริงๆ เราก็ซื้อของจริงอยู่ดี แถมบางแผ่น(เอ่อ...ม้วน - เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยซื้อแล้ว) ก็ยังอุตส่าห์ซื้อมาซ้ำแค่เพราะปกมันไม่เหมือนกันอีกต่างหาก
Shauฯ 09/07/2006 12:41  [ 1 ] 
เราก็เคยตั้งใจซื้อซ้ำเพราะเปลี่ยนปกแหละ..

แต่ที่ประหลาดกว่านั้น เทปบางชุดปกเดิมออกมาขายใหม่ก็ยังซื้ออีกซะงั้น!
(กลัวม้วนแรกเสียแล้วจะหาซื้อทีหลังไม่ได้ เลยสำรองไว้ก่อนเลย)
ไม่กี่เดือนก่อน เจอน้องคนนึงบอกว่ามี cd อัลบั้มโปรดอยู่ 4 ชิ้น (ซ้ำกัน)
โอ้โห! ตูกลายเป็นคนปกติไปเลย..

ปัจจุบันเลิกซื้อซ้ำแล้ว เพราะรู้ตัวว่าไม่ใช่นักสะสม เป็นแค่คนฟังเพลงอ่ะ
ก็เลยจะซื้อซ้ำเฉพาะชุดที่ชอบจริงๆ และต้องมีการ remaster ก่อนด้วย ถึงจะคุ้ม

ป.ล. การ remaster คือการปรับปรุงคุณภาพเสียงของอัลบั้มนั้นๆ ให้เข้ากับหูคนยุคนี้
คือแก้ความทุ้มแหลมแบบโบราณๆ ให้มาฟังรื่นหู กลมกลืนไปกับเพลงปัจจุบันได้
อาจจะมีการโยกย้ายตำแหน่งเครื่องดนตรีใหม่.. แต่ไม่ใช่การอัดเสียงใหม่นะครับ
และก็มีการตกแต่งจุดบกพร่องทั้งหลายด้วย เช่นเสียงปุๆ จากแผ่นเสียง
สรุปว่าเพลงเดิมที่เคยฟังในวัยเด็กจะมีคุณภาพเสียงเนี้ยบนิ้งอย่างไม่เคยได้ยินมาก่อน!

ตัวอย่างการ remaster ที่ง่ายที่สุดคือการทำรวมฮิต
แผ่นรวมฮิตก็ต้องมีการ remaster อย่างง่ายๆ คือปรับความดังเบา, ปรับทุ้มแหลม
ทั้งๆ ที่เวลามันอยู่ในอัลบั้มของมันเองก็ฟังดูปกติดี ไม่มีตะขิดตะขวงใจ
แต่ถ้าลองดึงเพลงจากหลายๆ อัลบั้มมาวางเรียงกันดื้อๆ เท่านี้เลย ก็จะรู้สึกได้ครับ
เวลาฟังจะโดดๆ คือบางเพลงเบาไป บางเพลงดังไป บางเพลงเสียงทุ้มเกินไป..
นวย 12/07/2006 20:14  [ 2 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ