0427
ปัญหาหนังสือต่อ
แสดงทั้งหมด

มันคือ..ดีวีดีตอบ: 2, อ่าน: 1307

พ้นจากยุค analog เข้าสู่ยุค digital แล้ว สื่อบันทึกข้อมูลก็เปลี่ยนหน้าตากันไป จากเทปคาสเซ็ตหรือวีดิโอเทป ก็เปลี่ยนเป็นแผ่นซีดี และล่าสุดคือดีวีดี.. ความจุของแผ่นซีดีคือแผ่นละ 650 ถึง 700 MB แต่ความจุของแผ่นดีวีดีสูงถึง 4.7 และ 9.5 GB นั่นคือ 6 ถึง 13 เท่ากันเลยนะครับ.. หลังจากที่เราต้องทนดูหนังจากแผ่น vcd ซึ่งแม้จะจุแค่แผ่นละ 1 ชั่วโมง ภาพก็ยังไม่ค่อยดีเลย ถ้าช่วงไหนของภาพมีการเคลื่อนไหวเยอะๆ ก็จะเกิดบล๊อกสี่เหลี่ยมขึ้นมาตรึม ยังกะถูกเซ็นเซอร์แน่ะ แต่นับจากนี้มาตรฐานของสื่อแบบแผ่นๆ จะเปลี่ยนไปเป็น dvd อย่างเต็มตัวแล้วล่ะ หนึ่งแผ่นจุหนังได้ทั้งเรื่อง (โดยมีคุณภาพชัดขึ้นได้หลายเท่าตัว คือจาก vcd 1.3 Mbps กลายเป็น 3 ถึง 8 Mbps กันเลย ไม่มีปัญหาเรื่องบล๊อกๆ อีกต่อไป) แล้วยังแถมเบื้องหลังได้ในเนื้อที่แผ่นที่เหลือด้วย.. อะไรมันจะเข้าท่าเช่นนี้!!

ย้อนอดีตไปแค่ห้าหกปี ถึงแม้คนจะรู้ว่าแผ่นซีดีคุณภาพมันดีกว่าเทปคาสเซ็ตเยอะ ทั้งความคมชัด ความทนทานเก็บได้นาน ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลแต่ละจุด (เลือกเพลงเล่นได้ทันทีโดยไม่ต้องนั่งรอเหมือนการกรอเทป) แต่ซีดีก็ไม่ได้รับความนิยมซักที แล้วเวลาผ่านอีกไม่นานจากนั้น ผมก็ได้รู้ว่า กว่าแผ่นซีดีจะได้รับความนิยมในเมืองไทยแทนที่เทปคาสเซ็ตได้ (เหมือนเป็นมาตรฐานของแผ่นเพลงในยุคปัจจุบันนี้แล้ว) จะต้องเคลียร์ประเด็นเหล่านี้ให้ครบทุกข้อก่อน

1. ราคาต้องลดลงมาเกือบเท่ามาตรฐานเดิมก่อน แพงกว่านิดนึงไม่เป็นไร ถือว่าเป็นค่าคุณภาพ ... อันนี้ช่วงแรกซีดีเพลงไทยราคาปก 350 ลดลงมาเป็น 290 และ 240 ก็ยังไม่ได้รับความนิยม จนกระทั่ง โอ้ ต้องขอบคุณปัญหาเทปผีซีดีเถื่อนครับ (รวมทั้งเทปพี่ซีดีเพื่อนด้วย) ที่ทำให้ค่ายเทปใจป้ำลดราคาซีดีลงเหลือราคาปกเพียง 150 ถึง 200 บาทเท่านั้น (ราคาขายปลีกอยู่ที่ 125 ถึง 180 บาท) ถือว่าเป็นราคาที่ยุติธรรม ยอมรับได้ :] ... แผ่นวีซีดีหนัง จากเรื่องละหลายร้อยบาท มาอยู่ที่ร้อยต้นๆ และบางเรื่องไม่ถึงร้อยบาทก็มี (ตอนนี้ต่ำสุดคือ 50 บาท หนังใหม่ค่ายแมงป่อง สะท้อนวัฒนธรรมหนังซอง โคตรๆ)

2. ต้องไม่เป็นการอ่านอย่างเดียว จะต้องบันทึกหรือทำสำเนาได้ด้วย ... พูดง่ายๆ ว่าต้องไรท์ได้เองด้วยนั่นแหละครับ นึกดูให้ดี กว่าซีดีจะเป็นที่นิยม รู้ตัวอีกทีราคาเครื่องซีดีไรท์เตอร์ (สำหรับติดคอมพิวเตอร์) ก็ถูกแสนถูก ถูกจนแทนที่ไดรฟ์ซีดีรอม (อ่านอย่างเดียว) ได้อย่างหน้าตาเฉย จากเครื่องละหมื่นกว่าบาท ลงมาเหลือห้าหกพัน และปัจจุบันนี้เหรอครับ เครื่องละพันเดียวเลย!.. และอีกปัจจัยคือ แผ่นซีดีเปล่าๆ สำหรับเอามาไรท์นี่ก็ถูกลงอย่างน่าใจหาย จากหลายสิบบาทลงมาเหลือแค่ 5 บาทแล้วเดี๋ยวนี้ ราคาปลีกนะเนี่ย..

ประเด็นข้อ 2 นี้ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่า อะไรจะมาเป็นมาตรฐานในเมืองไทยได้จะต้องสามารถก๊อปปี้ได้ก่อน ยืมของคนอื่นมาก๊อปกันได้ก่อน (ด้วยต้นทุนแสนถูกทั้งค่าเครื่องค่าแผ่น อย่างที่ว่าไว้) ถึงจะมีใจนิยมชมชอบมาตรฐานใหม่นั้น.. หงิ่ว!

3. เครื่องเล่นต้องราคาถูกด้วย ... สมัยก่อนเครื่องเล่นซีดีราคาสูงหน่อย จนกระทั่งมีเครื่องเล่นวีซีดีจากจีนเข้ามาบุกเมืองไทยนั่นแหละครับ มาตรฐานฟังเพลงจากซีดีและดูหนังจากวีซีดีก็เลยฮิตกระจาย!

รู้อย่างงี้แล้วผมเลยวิเคราะห์ต่อไปเองว่า อีกไม่นาน (ไม่น่าจะเกิน 2 ปี) มาตรฐานการดูหนังจะเปลี่ยนจากแผ่น vcd เป็น dvd อย่างเต็มตัวแล้วล่ะ เพราะ 1. ราคา dvd (หนัง) ผลิตในไทยตอนนี้ลดลงมาเหลือ 100 ถึง 400 บาทต่อเรื่อง ซึ่งน่าจะลดลงเรื่อยๆ จนเกือบชนราคา vcd (เหมือนอย่างที่ราคา cd ลงมาชนกับราคาเทปคาสเซ็ต) 2. ราคา dvd-writer ตอนนี้ลงมาอยู่ที่ 2,000 บาทถ้วนแล้ว! และราคาแผ่น dvd เปล่าๆ แค่แผ่นละ 7 ถึง 15 บาทก็มี (ถ้าลองหารกับความจุดูแล้วจะพบว่า คุ้มกว่า cd นะ ถ้าจะเอาไปเก็บสำรองข้อมูลส่วนตัว) หลังจากราคาสูงลิบอยู่นานมากๆ 3. เครื่องเล่น dvd ตอนนี้ราคาพันเดียวก็มี! (อย่างกลางๆ ก็สามพันบาท) ทำให้ชาวบ้านทั่วไปอย่างเราๆ มีปัญญาเล่น dvd ซักที..

ปัญหาอย่างนึงที่มักเกิดขึ้นเมื่อมีความพยายามจะให้อะไรเป็นมาตรฐานใหม่ คือจะมีคนกลุ่มนึงยึดติดกับมาตรฐานเก่า แบบว่ายังพอใจอย่างนั้นอยู่ ยังไม่เปลี่ยนง่ายๆ.. พูดไปแล้วช่วงที่คนฟังซีดีแรกๆ ผมก็ยังยืนยันจะซื้อเทปคาสเซ็ตต่อไป เพราะว่ามันถูกกว่า (นิดนึงก็ยังดี, หรือยิ่งกับค่ายเบเกอรี่นี่ซีดีแพงโคตรด้วย) และมันคุ้นเคยกว่า จนกระทั่งเริ่มมีบางอัลบั้มบังคับซื้อซีดี เพราะไม่ยอมทำเทปคาสเซ็ตนั่นแหละ จึงต้องหันมาบริโภคซีดีโดยดุษฎี.. ลองแล้วก็ติดใจในคุณภาพเสียง จนตอนนี้ไม่เอาอีกแล้วเทปคาสเซ็ต..

หลายปีมาแล้วที่ซีดีเป็นมาตรฐานในไทย แต่เทปคาสเซ็ตก็ยังไม่หมดไป น้องผมให้ความเห็นว่า ยังงี้ก็ต้องมีบางกลุ่มเขายังคงฟังคาสเซ็ตอยู่น่ะสิ.. หรืออย่างบางคนฟังในรถ (ที่ไม่ใหม่) ก็คงไม่ลงทุนซื้อวิทยุติดรถยนต์ใหม่ให้เล่นซีดีได้หรอก.. พอคิดเรื่องนี้แล้วก็เลยถอนใจว่า dvd ก็คงไม่พ้นปัญหานี้ เมื่อคนกลุ่มใหญ่ของประเทศยังคงศรัทธาใน vcd อยู่อ่ะ น้องผมบอกว่า เขาไม่สนใจหรอกนะว่ามันจะชัดกว่าขนาดไหน แถมเบื้องหลังอะไร หรือมีเสียงพูดหลายภาษา หลายซับไตเติ้ล เขาก็เอาราคาถูกเข้าว่าและไม่คิดจะเปลี่ยนเครื่องเล่นด้วย..

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้แผ่นหนังบางเรื่อง แผ่นบันทึกคอนเสิร์ตบางชุดที่ออกใหม่ๆ มีราคา vcd กับ dvd เท่ากันเป๊ะ (หรือต่างกันไม่กี่บาท) ไม่หยุดออก vcd ซักที ยกตัวอย่างเช่นแผ่นหนัง my little bride ราคา vcd กับ dvd5 อยู่ที่ 95 บาทเท่ากัน หรือว่าคอนเสิร์ต B-Day vcd ราคา 200 คูณ 4 แผ่น กับ dvd ราคา 245 คูณ 3 แผ่น พร้อมแถมเบื้องหลังอีกเพียบ! ...นี่ผมไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย มันเห็นแล้วคาใจ ว่าเป็นแบบนี้แล้วทำไมคนดู vcd ไม่เปลี่ยนมาเล่น dvd กันให้หมดล่ะฟะ ไปทนซื้อ vcd ราคาเท่า dvd อยู่ได้ยังไง..

มีถามหนึ่งในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง (ที่คึกคักไปด้วยคนหลงใหลใน dvd) เป็นคำถามที่น่าคิดครับ นั่นคือ ..ทั้งๆ ที่แผ่น dvd ก็มีขนาดเท่ากับ vcd แล้วทำไมต้องทำกล่องให้ใหญ่ขึ้นด้วย เอ่อนั่นสิ ผมก็เคยสงสัยเหมือนกัน.. อันนี้มีคนเสนอคำตอบที่หลากหลาย

- จะได้รู้ว่าอันไหน vcd และอันไหน dvd ไง
(ก็เป็นไปได้นะ แต่ vcd การ์ตูนบางเรื่องก็ใส่กล่อง dvd เฉยเลย)

- จะได้ดูหรูหราสมราคาที่แพงขึ้นหน่อย
(อันนี้ก็เป็นไปได้นะ แต่มันยังไม่มีรายละเอียดพอ)

- จะได้เป็นปกสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายๆ ใบปิดหนัง
เวลาเอาหนังมาทำแผ่นขายจะได้ไม่ต้องจัดอาร์ตใหม่
(อันนี้เริ่มเข้าท่าแล้ว ผมชอบเหตุผลนี้ที่สุดเลย)

- จะได้มีพื้นที่เยอะขึ้นในการใส่รายละเอียดเกี่ยวกับแผ่น
ในด้านหลัง เช่น ความจุเท่าไร มีเสียงกับซับไตเติ้ลภาษาอะไรบ้าง
ระบบเสียง dts มีไหม ฯลฯ ไม่ให้ดูแน่นสายตาเกินไป
(ไม่น่าจะใช่มั้ง)

เหตุผลที่ลงความเห็นกันแล้วว่าน่าจะมีน้ำหนักที่สุดคือ ในเมืองนอกนั้นเขายังเล่นเทปวีดิโอกันอยู่เลย (ไม่มีวีซีดี เพราะวีซีดีนี่ฮิตกันในหมู่ประเทศรอบๆ จีน ซึ่งจีนหมายจะส่งเครื่องเล่น vcd ต่างๆ มายึดตลาด) เมืองนอกจึงไม่ประสบปัญหาหรอกว่าคนจะยึดติดกับ vcd เพราะเขาไม่มี.. เขาเปลี่ยนจากวีดิโอมาเป็น dvd เลย ดังนั้น ขนาดของกล่อง dvd จึงทำความสูงเท่ากล่อง (หรือม้วน) วีดิโอ เวลาเก็บจะได้เป็นระเบียบสวยงาม..

อ๋อ... งี้นี่เอง!
นวย 31/10/2005 16:43 
เห็นด้วยอย่างยิ่งในเรื่องการเอา dvd มา backup ข้อมูลค่ะ format เครื่องไปล่าสุด ซัด cd ไปตั้ง 8-9 แผ่น เซ็งเป็นบ้าเลย...

จากการสอบถามพี่คมสัน 108ฯ ซึ่งเจอกันโดยบังเอิญ พี่เค้าบอกว่า vcd/dvd ครบเด็กสร้างบ้านยังเถียงกันไม่เสร็จว่าจะทำอะไรดี ประมาณว่าเถียงกันอยู่ว่าจะ vcd หรือ dvd  เหมือนว่าจะอยากทำแต่ dvd แต่คนทำดันไม่ยอม บอกว่าต้องทำ vcd ด้วย(ฮ่วย - -')
Shauฯ 07/11/2005 15:48  [ 1 ] 
ทำด่วนเลยนะdvd หรือ vcd หรือจะจัดให้มีการแสดงขึ้นอีกครั้ง เราก็ยินดีเสียเงินไปดู จะได้พาแม่ไปดูด้วย อยากดูมาก มาก
dookdick 18/07/2009 13:47  [ 2 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ