0422
งงจัง ตังค์อยู่ครบ??
แสดงทั้งหมด

ปัญหาหนังสือตอบ: 1, อ่าน: 811

สองเดือนเต็มผ่านไปกับการเร่งทำหนังสือคณิตศาสตร์ ไอ้ช่วงที่ทำน่ะก็อยากให้เสร็จไวๆ ซะที จะได้มีเวลาว่างๆ ไปทำอย่างอื่นมั่ง ไม่ได้แต่งเพลง ไม่ได้เขียนหนังสืออะไร มานานมาก แต่ว่าพอถึงวันนี้ทำหนังสือเสร็จแล้ว กลับรู้สึกแปลกๆ

คืองี้ครับ.. ผมใช้เวลา 1 ปีในการทำ Math E-Book แจกในเว็บ และใช้เวลาอีก 1 ปี ในการแก้ไข ปรับปรุง เพิ่มเติม โดยที่ สิงหากับกันยาที่ผ่านมานี้เป็นช่วงไคลแมกซ์ คือติดต่อสำนักพิมพ์ได้แล้ว จึงต้องเร่งจัดหน้าด่วนๆ เรียกว่าเอาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพราะออกขายก่อนจะได้เปรียบ อันนี้ขอยกความดีความชอบให้น้องชายผม (ที่ชื่อบอย) กับน้องยุ สองคนกำลังอยู่ในช่วงเพิ่งเรียนจบรอหางานทำเลยได้ช่วยพิมพ์เฉลยกันอย่างขันแข็ง ตั้ง 200 หน้า

เรื่องที่น่ากังวลมันผุดมาเรื่อยๆ เมื่อรู้ว่าหนังสือใกล้ทำเสร็จเต็มที.. หนึ่งคือหนังสือเราดีแน่หรือ จะขายได้จริงๆ ไหม (กลัวไม่มีคนซื้อ หรือคนซื้อไปแล้วด่ากลับมาว่ามันเขียนอะไรของมัน) เรื่องนี้คิดมาตลอดตั้งแต่ที่เอาแจกลงเว็บ เพราะไอ้การแจกน่ะมันก็มีคนชื่นชมมาตลอด ผมก็เข้าใจดีว่า มันดีพอสำหรับแจกแน่ๆ แต่จะดีพอสำหรับขายด้วยไหมไม่รู้เลย ก็คิดว่าจะคอยปรับๆ แก้ๆ ไปเรื่อยๆ จนพอใจก่อนแล้วค่อยส่งพิมพ์ แต่ว่า เมื่อเดือนเมษานี่เองก็มีญาติผู้หนึ่งแวะมาหาถึงที่ เขาเป็นอาและเป็นอาจารย์ด้วย สอนเคมีระดับมหาวิทยาลัยและเขียนหนังสือส่งสำนักพิมพ์บ้างประปราย (อันนี้ก็เพิ่งรู้) เขามาถามว่าได้ข่าวว่าสอนคณิตศาสตร์อยู่ มีเขียนหนังสือไว้บ้างไหมล่ะ.. ให้ลองเอาไปส่ง สนพ. เดียวกันนี้ดู สนพ. นี้เขาดีนะ เชื่อใจได้ ไม่โกงกันแน่นอน รู้จักกันมานาน

วันต่อมารู้สึกเอะไจ ชื่อ สนพ. นี้มันแปลกๆ นะ.. เดินไปร้านหนังสือลองหาดู .. บ๊ะ ว่าแล้ว สนพ. ไหนก็ได้ ขออย่า สนพ. นี้ได้มั้ยเนี่ย ทุกเจ้าหนังสือผ่านเกณฑ์หมด แต่เจ้านี้เป็นเจ้าที่ผมไม่ชอบเอาซะเลย ไม่ชอบแบบออกหน้าออกตากันเลยล่ะ หนังสือหนาๆ จัดหน้าใหญ่ๆ ปกเชยๆ กระดาษไม่ดี มีข้อที่พอจะชมได้อย่างเดียวคือราคาโคตรถูก เห็นเพื่อนที่ซื้อ สนพ.นี้เยอะๆ ก็ให้เหตุผลว่า มันคุ้มดีถ้าคิดถึงราคาต่อจำนวนหน้า.. โธ่ เวร!

นั่งคิดนอนคิดอยู่ไม่กี่วัน แล้วผมก็เลยเอาตัวอย่างต้นฉบับสิบกว่าหน้าไปให้เขาดู คิดซะว่าลองๆ ไปดูก่อนอาจจะไม่แย่อย่างที่คิด (อยากลองดูว่าหนังสือเราจะผ่านการพิจารณาไหม) ปรากฏว่าการคุยกับเจ้าของสำนักพิมพ์เกิดขึ้นในร้านหนังสือเก่าๆ แห่งหนึ่ง ชักรู้สึกงงๆ ไม่เหมือนที่คาดไว้ว่าเป็นออฟฟิศ ห้องแอร์ มีคนเยอะๆ หลายๆ ฝ่าย.. เจ้าของที่ไปคุยด้วยเป็นคนแก่ๆ คนนึง ใส่เสื้อซาฟารี ชอบมองตาแล้วยิ้มหวานๆ ถูกเนื้อต้องตัวผมแบบไม่น่าไว้ใจ (ชักระแวงว่าผมต้องทำงานร่วมกับ "คนแบบที่ผมไม่เคยอยากเข้าใกล้" รึเปล่า) ลักษณะการพูดก็เนิบๆ ธรรมะธัมโมบ้างบางเวลา แต่ก็หวังผลทางธุรกิจบางเวลา จนผมสับสนว่าเขาเป็นคนยังไง.. หลังจากพลิกอ่านไปๆ มาๆ เขาบอกก็โอเคนะ ใช้ได้ๆ มีเนื้อหาครบรึยัง มีแล้วเอามาให้หมดเลยทั้งเล่มสิ.. ก็นี่ไงครับแผ่น CD (ไฟล์ pdf).. ไม่เอา หนูเอามาเป็นกระดาษนะ ปริ๊นท์มาเลย..

ไอ๊หยา ปริ๊นท์ 400 หน้าเหรอ แล้วตูจะไปปริ๊นท์ที่ไหนฟะ.. ค่าหมึกปริ๊นเตอร์ที่ใช้อยู่ก็โคตรแพงเลย ตกหน้าละบาทห้าสิบตังค์เลยนะ เอาไงดีวะตู

ระหว่างคิดๆ ผมก็ได้ปรับแก้ เติมตัวอย่างอะไรลงไปในหนังสืออีก เพื่อให้มันสมบูรณ์พอที่จะขายเอาตังค์คนอ่านได้ (แม้ว่าใส่ไปแล้วจะรู้สึกว่าใส่ไปแค่กะปริบกะปรอย ไม่เห็นจะรู้สึกว่าอ่านเองแล้วจะเข้าใจขึ้นมาได้เลยก็ตามเหอะ) แล้วถึงวันนึงเขาโทรตามงาน ผมก็เลยไปเดินวนในจุฬาอยู่ทั้งวัน หาเพื่อนที่กำลังเรียนโททุกคนทุกแล็บเท่าที่นึกได้เพื่อดูว่าเขามีบริการปริ๊นท์อ๊ะป่าว หน้าละบาทอะไรเงี้ย เป็นเลเซอร์จะได้ไวและสวยหน่อย ปรากฏว่าไม่ได้เลย ไม่มีใครยอมช่วยเลย (ก็เข้าใจอ่ะนะ ใครจะยอมวะ มาปริ๊นท์ทีนึง 400 หน้า) สุดท้ายตัดใจอำลาสุขภาพปริ๊นเตอร์ของตัวเอง โดยการซื้อหมึกเลียนแบบมาเติมเอา ถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่รู้คุ้มรึเปล่า ใช้เวลาปริ๊นท์อยู่ 2 วัน 2 คืน (มันปริ๊นท์ช้ามาก) ปริ๊นท์เสร็จเกิดนึกเสียดาย เลยคิดว่าเอาเก็บไว้เองดีกว่า แล้วถ่ายสำเนาไปให้เขาดูแทน.. เสียค่าซีรอกซ์และเข้าเล่มไปอีกหลายร้อย.. ทีนี้ก็เริ่มคิดหนักแล้ว.. ถ้าเกิดสุดท้ายไม่ได้พิมพ์ขายอย่างที่หวังไว้นี่ ขาดทุนอื้อ..

โอ้คุณครับ ใครจะไปคิดว่า เขาเปิดอ่านอยู่ไม่กี่หน้าแล้วก็บอกว่า โอเค ดีๆๆ น่าจะขายได้ แต่ต้องจัดหน้าใหม่ให้มันน่าอ่านกว่านี้หน่อย อันนี้แน่นเกินไป หนูเอาไฟล์มาให้แล้วกันเดี๋ยวลุงไปจ้างคนจัดหน้าเอา ... โธ่เว้ย แล้วไม่บอกตั้งแต่คราวก่อนละโว้ย! ให้ตูปริ๊นท์เก้อ.. เซ็งกันไป.. ยิ่งพอคิดถึงหน้าตารูปเล่มของ สนพ.นี้แล้วแทบอยากถอนตัว สุดท้ายตัดสินใจขอเขาเป็นคนจัดหน้าเองดีกว่า แบบว่าหวงผลงานอ่ะ.. วันนั้นกลับบ้านมาพร้อมต้นฉบับหนังสือคณิตศาสตร์ของคนอื่นที่เขียนมาส่ง ที่จัดเสร็จหมดแล้ว ถูกยัดเยียดมาให้ผมเอากลับมาตรวจปรู๊ฟ ไม่ใช่แค่ตรวจอักษรแต่ให้ตรวจความถูกต้องของการคิดเลขด้วย มีคิดผิดหรือพิมพ์ตัวเลขผิดก็ต้องวงแก้ให้หมด ปรากฏว่างานนั้นกินเวลาและน่าเบื่อโคตรๆ สองสัปดาห์ต่อมาผมก็เอางานตรวจปรู๊ฟนี้ไปส่งเขาแล้วก็ชิ่งกลับบ้านเลย ไม่อยากอยู่คุยด้วยนาน เพราะแกชอบพูดยาวๆ เรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา ขี้เกียจฟัง ต้องหนีอย่างเดียว จะไปบอกว่าพูดซ้ำแล้วครับ เบื่อแล้วครับ ก็ไม่ได้..

วันเข้าพรรษา ผมอยู่บนรถกับเพื่อนๆ มุ่งหน้าสู่หัวหิน เที่ยวทิ้งทวนด้วยเหตุที่จะมีหนึ่งนายไปร่ำเรียนต่อที่อเมริกา มีโทรศัพท์จากเจ้าของ สนพ. มาหาผม.. เรียนเชิญท่านอาจารย์คณิตมารับปัจจัยที่ได้ช่วยตรวจปรู๊ฟครับ.. โอ้โห คุณคิดดูดิ คนแก่อายุคราวลุงแต่มาเรียกผมว่าท่าน เรียกว่าอาจารย์ แถมยังใช้คำว่าปัจจัยด้วย เหมือนทำบุญที่วัดเลย ถึงกับขำปนกลุ้ม.. กลับจากเที่ยวก็หาเวลาไปรับตังค์ เขาบอกนี่คนอื่นผมให้หน้าละ 2 บาทนะ 200 หน้า ก็ 400 บาท แต่เห็นคุณเป็นลูกเป็นหลาน เป็นหลานท่านอาจารย์*** (เอ่ยชื่ออาผม) ท่านเป็นคนดีนะ ฯลฯ (ร่ายเรื่องเดิมอีกยาวอ่ะ) ก็เลยสรุปว่าให้มาพันบาทถ้วน.. เอ้อ.. ค่อยยังดีหน่อย.. โอ้โห กดราคาโคตรๆ ใครจะไปยอมทำวะ ตรวจปรู๊ฟกันมึนหัวเลยนะ ได้แค่หน้าละ 2 บาท ถ้าแก้เฉพาะคำสะกดผิดหรือพิมพ์ผิดยังพอว่า แต่นี่ต้องเอากระดาษทดมาคิดเลขด้วย..

ที่จริงเขามีแผนว่า เมื่อเรียกมารับตังค์แล้ว จะเอาอีกเล่มให้ผมตรวจต่อ เพราะผมตรวจได้ละเอียดดีมาก (อันนี้มันแน่อยู่แล้วครับ ฮี่ๆๆ) ผมต้องบอกปัดก่อนเลย ถ้าตรวจปรู๊ฟต่อไปนี่ก็ไม่ได้ทำหนังสือตัวเองแน่ๆ เขาก็เลยยินยอมไม่ยัดเยียดงานให้ผมต่อ.. และแล้วผมก็ใช้เวลาเก็บตัวจัดหน้าเอกสาร แล้วถือโอกาสทำปกเองด้วยซะเลย ไหนๆ ก็ถอนตัวไม่ได้แล้วนี่ (ไม่งั้นคุณอาคนที่มาแนะนำคงจะเกิดการผิดใจกันทุกฝ่าย ทั้งผม ทั้ง สนพ. เนี่ยถ้าไม่ติดเรื่องนี้ผมเอาไปลองส่ง สนพ.อื่นตั้งนานแล้ว) ทำเองซะให้หมดทุกอย่างในเล่มเลย จะได้ถูกใจ เรียกว่าพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ไหนๆ สนพ.นี้ก็เป็น สนพ.เงาอยู่แล้วนี่ ทั้งสำนักมีคนอยู่คนเดียว แล้วรับงานมาก็ไปหาจ้างเด็กรับจ๊อบเอา พิมพ์ จัดหน้า ตรวจปรู๊ฟ พวกนี้หาจ้างเอาเป็นครั้งๆ ไป โห.. มีงี้ด้วยในโลก.. นั่นแหละครับก็เลยขอเขาทำเองซะเลย เราถูกใจด้วย เขาประหยัดตังค์ค่าจ้างด้วย แล้วหวังว่าถ้าผมทำออกมาแล้วจะเป็นการช่วยเปลี่ยนรูปแบบหนังสือของ สนพ.นี้ให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้นะ (โห คิดการณ์ใหญ่) ไม่ต้องมาแพทเทิร์นเดิมๆ โบราณๆ..

ความคิดในใจผมตอนนั้นคือ เหตุที่คนซื้อหนังสืออ่ะอย่างแรกเลย ดูเล่มไหนปกสวย กระดาษดี และมีครบทุกเรื่องที่ต้องการ แค่นั้นก็ซื้อแล้ว ฉะนั้นผมจึงซีเรียสกับเรื่องปก เรื่องการจัดหน้ามากๆ ปล่อยให้เขาทำไปนี่ผมแทบไม่อยากรับเลยว่าเป็นคนเขียนเล่มนี้ แบบว่าเอาชื่อผมออกไปก็ได้นะ รับไม่ได้.. แต่ว่าความคิดของเจ้าของ สนพ. คือ ต้องหนาและต้องราคาถูกเท่านั้นจึงขายดี (นั่นไง ว่าแล้ว ก็เดาๆ ไว้ตั้งแต่ก่อนมาเจอตัวแล้วล่ะ) และก็มีอีกเรื่องที่คิดไม่ตรงกันเลยโดยสิ้นเชิง .. เขาว่า การจะเรียนคณิตศาสตร์ให้ดีเนี่ยมี 2 อย่าง คือทำข้อสอบให้ทัน และทำข้อสอบให้ถูก ทันและถูก ทันและถูก ท่องไว้เลย แล้วคุณรู้ไหมอะไรที่ทำให้เด็กทำข้อสอบทันและถูก ผมก็ตอบไปว่า เด็กจะต้องเรียนเนื้อหาให้เข้าใจก่อน แล้วก็ต้องกลับไปนั่งฝึกทำโจทย์ด้วยตัวเองต่ออีกขั้นนึง แบบนี้จะทำให้เกิดความคุ้นเคยและทำให้แม่นยำขึ้นด้วย ตอนสอบจะทำข้อสอบได้ไวขึ้นและมั่นใจขึ้น อุตส่าห์ตอบซะจริงจังขนาดนี้เขาโต้กลับมา.. ไม่ใช่! ทันและถูก ต้องใช้สูตรลัด! (เขาชอบโปรยบนปกว่าเล่มนี้มีสูตรลัด! จะได้ขายดีขึ้น)

โอ้โห เซ็งเลยตรู..
ก็ตัวผมเป็นคนต่อต้านสูตรลัดอยู่แล้ว จะมาบอกให้เขียนหนังสือใส่สูตรลัด ตีกรอบลงไปเยอะๆ ข้อไหนใช้สูตรลัด 2-3 บรรทัดออกได้ก็ให้ใส่ลงไปด้วย.. เฮ่ ไม่เอาเด็ดขาดอ่ะ.. แล้ววิธีเฉลยของผมมันก็ไม่ได้ยาวอะไร กึ่งละเอียดกึ่งลัดในตัวอยู่แล้ว อาศัยความเข้าใจช่วยพากระโดดข้ามขั้นตอนอะไรเงี้ย ไม่ใช่ใช้สูตรสำเร็จแบบว่าแทนค่าแล้วตอบกันไปเลยเหมือนฟิสิกส์อย่างงั้น ไม่เอา.. ไม่มีให้ด้วย.. แล้วไอ้สูตรลัดนี่ไม่เห็นว่ามันจะช่วยให้เด็กเอ็นท์ติดขึ้นมาได้ยังไงเลย มันเหมือนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่า ท่องๆ ไปก่อน ถ้าออกมาตรงตามสูตรก็ดีไป มันใช้ได้ผลแค่ที่ ร.ร. เท่านั้นแหละ โจทย์เอนท์อ่ะนะแทบไม่มีทาง!

คงเป็นความผิดของผมด้วยส่วนนึงที่เออออกับเขา ไม่เถียงไปแต่แรก คิดแค่ว่ารับๆ ไปงั้น แต่ผลงานจริงๆ ที่เอาไปส่งก็เป็นแบบสไตล์เรา ใครก็มาแก้ไม่ได้.. ที่จริงแล้ว เขาแก้ได้! นี่คือความกังวลอย่างที่สอง (ที่พิมพ์ค้างไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกๆ นั่น) คือเขาจะแอบไปแก้งานของเราหรือเปล่า...

เพราะในที่สุด 2 เดือนผ่านมา อดทนทำจนเสร็จและงดสอนไปเยอะมากๆ (ขาดรายได้ไปหมื่นกว่าบาทใน 2 เดือนอ่ะ!) เมื่อวันจันทร์ผมเอาตัวอย่างปกกับคำชี้แจงก่อนเข้าสู่บทเรียนไปให้เขาดู เขาไม่อยู่เลยวางทิ้งไว้ แล้ววันถัดมาโทรไปถามข่าวคราว เขาบอกกำลังอ่านอยู่.. ถามไปว่าต้องแก้ตรงไหนไหมจะได้แก้ให้เลย (ตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าให้แก้มากเกินรับได้ จะบอกเลิกไม่ส่งงานให้แล้ว จะเอาไปยื่นที่อื่น สบายๆ) และปกใช้ได้ไหม เขาบอกว่าดีแล้วๆ ไม่ต้องแก้เลยๆ ส่งต้นฉบับได้เลย ผมก็ขอเบอร์โทรโรงพิมพ์ที่เขาจะส่งไปพิมพ์ อยากจะถามถึงฟอร์แมตไฟล์หน่อยว่า pdf ส่งได้ไหม (เนื่องจากผมมีการปรับแต่งสมการในเครื่องคอมฯ เยอะเลย ถ้าส่งไฟล์ doc ไป เครื่องคนอื่นก็จะผิดเพี้ยนหรือเปิดไม่ได้อยู่ดี) และจะถามว่าไฟล์ปกต้องการความละเอียดเท่าใด ฟอร์แมตใด.. ปรากฏแกบอก เอามาเป็นกระดาษทั้งหมด ปริ๊นท์มา โรงพิมพ์จะเอากระดาษไปถ่ายเพลต (โอ้โห.. โรงพิมพ์ระบบนี้ยังมีด้วยรึ นึกว่าส่งเป็นไฟล์ไปเลยจะสะดวกกว่าซะอีก พิมพ์ออกมาป้าบๆๆ ชัดเจน.. นึกว่าเขาเป็นระบบคอมพิวเตอร์กันหมดแล้วนะนี่) แล้วตูต้องปริ๊นท์ไปให้อีกรึนี่ แถมจะเอาต้นฉบับจากอิงค์เจ็ตไปถ่ายเป็นหนังสือเนี่ยนะ.. มันก็ไม่คมชัดเด่ะวะ.. ส่วนหน้าปกคงจะแก้ชื่อหนังสือนิดหน่อยให้เป็นแปลกๆ เพื่อเรียกให้คนซื้อได้ เพราะเด็กต้องการณิตศาสตร์โอเน็ตมีเปล่า คณิตศาสตร์ช่วงชั้นที่ 4 มีเปล่า ฯลฯ (ร่ายยาว) สรุปคือผมก็ไม่รู้เขาต้องการอะไร นั่นแหละจึงกังวล ถ้าในที่สุดปล่อยต้นฉบับไปถึงมือเขาอาจจะถูกแก้ไขแหลกได้.. ผมคงเข้าใจผิดมาตลอดว่าคนเขียนหนังสือจะเป็นคนดูแลเนื้อหาทุกอย่างในหนังสือ.. ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม ถ้าโดนแก้ไขจริงๆ ก็ไปขัดเขาไม่ได้ แล้วผมจะทำไงต่อไป แน่นอนถ้ามีโอกาสเขียนเล่มหน้าไม่ส่งที่นี่แล้วชัวร์ๆ แต่เล่มนี้ก็จะออกมาเป็นผลงานที่เหมือนโดนหักหลังน่ะ ทำเสร็จเหมือนที่ตั้งใจ ส่งไปแล้วพอออกวางขายกลายเป็นโดนแก้ไข ตัดทอน อะไรเงี้ย.. คงรู้สึกแย่น่าดู

เฮ้อ.. สิ่งที่ต้องคิดตอนนี้ก็คือ จะพูดยังไงดีหว่า ให้เขาเชื่อสิ่งที่เราทำไปส่ง ไม่ปรับแก้ของเราให้เข้าสู่ระบบโบราณที่เขาวางไว้ใช้กับหนังสือทุกเล่มของ สนพ.เขา.. ไม่ก็ถอนตัวซะเลย ถอนได้ยังไงหว่า ก็ถูกบังคับให้ทำจนเสร็จแล้วเนี่ย เสียเวลา 2 เดือน เสียเงินไปเกือบ 2 หมื่น เฮ้อ.. นี่ทำส่งไปได้เงินคืนมาแทบไม่เหลือกำไรแล้ว.. อีกอย่างคือวิธีพูดเนิบๆ ของเขานี่แหละทำตูเถียงไม่เคยออกเลย เอ้อ อยากจะเรียนถามท่านอาจารย์คณิตถึงหนังสือครับ.. อะไรแบบเนี้ย แล้วคำก็ชม สองคำก็ชม บอกว่าหนูสอนดีนะ เขียนหนังสือก็ดีนะ ดีเดออะไรฟะ พูดเหมือนเคยเห็นเราสอนแล้วงั้นเลย.. ชมไปเรื่อยอ่ะ ชมทุกครั้งที่คุย ทำเราอึดอัดสุดทีนแล้ว..

สรุปว่างานนี้ผมร่วงฟรีรึเปล่าฟะตู!
นวย 28/09/2005 16:29 
บอกเค้าไปเลยค่ะว่าพวกชอบใช้สูตรลัดน่ะ ถึงจะฟลุคเอนท์ติดเข้าไปได้ พอเรียนปี 1 ก็ไม่รอดแล้ว

อ้อ...  ตอนนี้มี print ปีละ 1000 แผ่นแล้วนะคะ แต่ต้องเอากระดาษมาเอง เครื่อง Laser ธรรมดาเหมือนของคณะเรา น่าจะโอเคอยู่มั้งคะ

...ท่าทางอาแปะแกจะเขี้ยวลากดินทีเดียว พี่นวยเติมเขี้ยวเล็บทุกครั้งก่อนไปคุยกะเค้าก็ดีนะคะ - -'
Shauฯ 29/09/2005 13:46  [ 1 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ