0415
รวมข้อความจากเล่ม 15
แสดงทั้งหมด

รวมข้อความจากเล่ม 16ตอบ: 0, อ่าน: 853

8 ส.ค. 46
สอนวันนี้ผ่านพ้นได้ด้วยดี ไร้การเบียดเบียนจากเจ๊ชุดดำ
ที่จริงเมื่อเช้าตอนขึ้นรถเมล์ไปสอน
เกือบถอดใจจะเลิกสอนด้วยหลายเหตุผล
(1) ไปสายตลอดสำหรับรอบเช้า สายกว่าชั่วโมงทุกที
(2) สอนแล้วน้องๆ ไม่ค่อยจะกลับไปทบทวนเลย
สอนเข้าใจแล้วลืม ไม่ยอมจำได้เสียที
(3) ถ้าเคลียร์รอบไปบ้างจะได้เอาเวลาไปสมัครงาน
ไม่ก็รับจ๊อบอื่นอยู่กะบ้าน เช่นทำเว็บ..

แต่พอได้ลุยสอนไปจริงๆ
ความรู้สึกไม่อยากสอนนั้นก็สลายไปหมด
เราอาจมีดวงหรือมีพรสวรรค์ทางการสอน การถ่ายทอดวิชา
รู้สึกว่าการสอนดีขึ้นเรื่อยๆ ปรับตัวเข้ากับน้องแต่ละคนได้
บางทีคิดอยากเรียนโททางเลข
แล้วไปเป็นครูประจำโรงเรียนมัธยมให้รู้ไป!

20 ส.ค. 46
เจ๊ชุดดำก็ยังตามเขม่นไม่เลิกรา และมีเปิดทีวีดังๆ ขู่
แต่เราทนได้แล้ว ตราบใดที่ยังไม่มาไล่ตรงๆ
ก็ยังทนอยู่เช่นนี้แหละ
(ที่จริงเบื่อนะ สอนไม่เป็นสุขเลย
เพราะเป็นถิ่นเจ๊.. เราก็ระแวงระวังเหมือนกัน)
น้องๆ มาแตร์และพระหฤทัยก็ถามอยู่ตลอดไม่ขาด
ว่าเดี๋ยวตอนปิดเทอมไปแล้วและเทอมต่อๆ ไป
จะยังสอนอยู่ไหม.. เราก็ยังรับปากไม่ได้

ทำออฟฟิศ เต็มเวลา ... ไม่มีเวลา สอนไม่ได้
ทำออฟฟิศ แต่ทำที่บ้าน ... ไม่มีสถานที่ สอนไม่ได้
ไม่ทำออฟฟิศ เรียนโท ... สอนได้
ไม่ทำออฟฟิศ เปิดร้านอาหาร ... น่าจะสอนได้

2 ก.ย. 46
เราให้ลิงก์เว็บตัวอย่างผลงานไปกับพี่กล้า เพื่อให้คนที่รู้จัก
เป็นคนรับทำเว็บอิสระ ไปดูๆ หาจ๊อบให้เรา..
เว็บที่ให้ดูคือ รูปรับปริญญา และเว็บทุมวัน 41
ก็ปรากฏ เขาหาว่า กระจอกมาก เอาสไลซ์มาแปะทั้งดุ้น
โชว์ถึกแต่ไม่โชว์ออกแบบกราฟิกเลย (เว็บรูปรับปริญญา)
ส่วนเว็บ 41 ก็บอกว่าโล่งไป ไม่มีอะไร ไม่ประทับใจ
คนจะเป็นฟรีแลนซ์ได้ต้องเจ๋งจริง และขยันหางาน!

โอ้โห เจอแบบนี้ท้อเลย
งานกราฟิกถ้าเราจะทำจริงคงต้องลุยฝึก
และสร้างผลงานให้มากๆ (และดีขึ้น) กว่านี้..
นี่ก็เพิ่งมีคนที่น่าจะเก่งกว่าเราเยอะ มาดูและติให้ฟัง
คราวนี้อยู่ที่เราแล้วว่า จะยอมล้มเลิกหรือลุยจริงจังซักที..

2 ก.ย. 46
พอซื้อแล้วก็ได้เทปมือสอง ม้วนอื่นๆ ติดมาอีก 5 ม้วน
กะว่า น่าสนใจ จะเอามาแจกคนที่มาอ่านเว็บไดอะรี่
เป็นอัลบั้มโปรดในบรรดา 50 ชุด ที่เคยเขียนแนะนำไว้
ได้แก่ เกี๊ยง-นก, พนัส, ซน (10 ปีแกรมมี่),
ซี-มิกซ์ ชุดแรก, และเดอะมัสท์ ชุดแรก

ยังนึกไม่ออกว่าจะแจกยังไงเมื่อไหร่
แต่ไม่เป็นไร เก็บไว้เป็นเสบียงก่อน
อย่างเกี๊ยง-นก ว่าจะให้น้องเอม ชอลิ้วเฮียง
(ในฐานะแฟนเฉลียง.. ไม่รู้ว่ามีหรือยัง)
พนัส ก็อยากให้พี่จุ๊ ... ไม่รู้เคยฟังไหม..
ชุดอื่นๆ ยังไม่มีไอเดีย

เรื่องฮาวันนี้..
รถติดอยู่ริมถนน หน้าร้านดอกหญ้าสาขาเซนต์คาเบรียล
คุณแม่กับลูกสองกำลังปิดร้าน เดินออกจากประตู
เหมือนจะกลับบ้าน เราก็คุยกะน้องยุไป สายตามองลงไป
สักพักเห็นลูกหิ้วถุง DK ดวงกมลสมัย ออกมา
เราก็นึก เฮ่ย..แล้วทำไมไปซื้อหนังสือที่ดวงกมลฟะ..แย่สิ
(สอดคล้องความจริงที่ว่า ร้านดอกหญ้าจะหาอะไรก็ไม่มี)
แต่พอเห็นว่า ที่จริงเด็กหิ้วถุงนั่นออกมาทิ้งต่างหาก
(เอาถุงดวงกมลมาทำถุงขยะ) เท่านั้นล่ะ ก๊ากเลย..
คิดได้ไงวะ!

9 ก.ย. 46
เป็นอีกวันที่รู้สึกชนะเจ๊ชุดดำได้
เพราะไม่โกรธแค้นอะไรสักนิดเลย
เมื่อไปถึงปั๊บ นั่งลงปุ๊บ เจ๊ก็เข้าประจำที่ทีวีแล้วเปิดเครื่อง
พร้อมเร่งเสียงกระหึ่มทันที
... เก่งมากระซิบบอกให้ดูลำโพงข้างบน
ปกติหันออกอีกข้าง แต่วันนี้หันเข้ามาหาเราเต็มๆ
กร๊าก.. เราไม่กลัวหรอก แค่นี้มันเรื่องงี่เง่าแบบเด็กๆ
ถ้าเรายังทนได้เจ๊จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ
กลัวว่าลูกค้าจะหายหมดก่อนน่ะสิแบบนี้

เห็นชัดๆ คือโต๊ะใกล้ๆ ซึ่งเป็นเฟรชชี่จุฬาฯ
มาอ่านตำรากัน 3 คน พอเจอสเต็ป 1 เร่งทีวี เข้าไป
ถึงกับเครียด เห็นลุกไปเหมือนขอร้องให้ลดเสียง
(ไม่มีคนนั่งอยู่แถวนั้นด้วยซ้ำ จะเปิดทีวีดังๆ ทำซากไรฟะ)
แล้วจู่ๆ สามคนนี้ก็ยอมไปจากสถานที่แต่โดยดี..

10 ก.ย. 46
วันก่อนตอนอาบน้ำเจอตะขาบอยู่ที่พื้น
เลยจัดการฉีดน้ำไล่ลงท่อไปอย่างทุลักทุเล
กะแล้วว่ามันต้องโผล่กลับขึ้นมาแก้แค้นเรา
วันนี้อาบน้ำ มันก็กลับมา! ตะขาบแค้น!
เห็นตอนที่มันเกาะอยู่ข้างตาตุ่มเรา ไม่รู้มาจากไหน
รีบฉีดน้ำใส่ไม่ยั้งเลย แล้วมันก็หายวับไป หาไม่เจอ
สงสัยว่าตาฝาดหรือมาจริง รีบหาตามตัวใหญ่เลย
ว่ามันเกาะอยู่ตรงไหนรึเปล่า.. เราก็พลิกตัวมองไปมา
หัวเข่าขึ้นมากระแทกก๊อกฝักบัว ได้แผลซิบเลย..
โอย! วิญญาณตะขาบแค้น!.. ทำตูได้..

14 ก.ย. 46
ช่วงนี้งานเกี่ยวกับการสอนเยอะมาก
เพราะเป็นช่วงสอบไฟนอล (ไม่ว่างานได้หรือไม่ได้ตังค์)
คนนู้นคนนี้ก็ถามตำรา
ทำเอาเราคิดว่า เออ รู้สึกการศึกษาตำรับตำรา
มันเข้าทางกับเรามากกว่างานอื่นนะ
เผลอๆ งานที่เราถนัดและทำได้ดีอาจเป็น
- เรียนโท math
- เป็นครูสอนพิเศษต่อ
- เป็นอาจารย์ประจำ
- เขียนตำราขาย

แต่อาจารย์เคยพูดไว้ก็ถูกนะ
การจะรู้ตัวว่าชอบอะไร ต้องถามตัวเองให้ดีๆ
ชอบจริงๆ หรือ ชอบเพราะเราทำมันได้ดี แค่นั้น..

17 ก.ย. 46
เจองานที่น่าทำ ในเว็บงาน
Sound Engineer Designer and Composer
ของบริษัทเกมแห่งหนึ่ง ในซอยทองหล่อ
ทำเสียงประกอบเกม ทั้งซาวด์เอฟเฟกและดนตรี
อื้ม งานนี้จะลองดู เผื่อได้ทำก็คงได้รู้อะไรดีๆ

พี่กล้าบอก เด็กจุฬาฯ ไม่ควรเรียกค่าตัวต่ำกว่า 12,000
เราเลยตัดสินใจขึ้นจากที่ตั้งไว้ เป็น 14,000
และอุ้มก็บอกเหมือนกันว่า เรียกสูงๆ ไปเลย
ถ้าเขาไม่ไหวเขาก็จะขอต่อรองเอง..
ไอ้เราอีกใจก็กลัวเรียกเยอะไปแล้วเขาจะไม่รับเอา

เจ็บใจอย่างนึง
มาพบว่าที่เรายึดมาแต่เด็กว่าอย่าทำอะไรเหมือนเป็ด
ทำได้หมดแต่ไม่ได้ความสักอย่าง
บินได้ ขันได้ ว่ายน้ำก็ได้
สุดท้ายเราก็เป็ดนี่หว่า..
คิดจะทำนู่นทำนี่แต่ไม่ทำซักอย่าง
เพราะไม่มั่นใจในฝีมือเลย
ทั้งงานเขียน งานดนตรี งานเว็บ ฯลฯ

ก็เพิ่งรู้ว่าคำว่า มากความสามารถ.. พลิกกลับมาดูอีกที
ใกล้เคียงกับ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เหลือเกิน!

22 ก.ย. 46
หลังจากเปิดดนตรีตัวอย่างให้ได้ยินกันทั้งออฟฟิศแล้ว
ดูท่าสองคนที่มาสัมภาษณ์เรา ไม่ค่อยจะประทับใจเท่าไร
ผู้หญิงว่า อีกไม่เกินสัปดาห์จะโทรมาบอกผล
เราก็เลยขอเอาตัวอย่างไฟล์ในซีดี ให้ไว้ที่บริษัทก่อน
เผื่อเขาจะได้เอาไปตั้งใจฟังดีๆ ฟังจนจบ (ไม่ใช่ผ่านๆ)
หรือเผื่อใครในบริษัทจะชอบเพลงที่เราแต่งและร้อง
อาจช่วยยุยงให้รับเราได้บ้าง..
(อันนี้ไม่เกี่ยวกับงาน แต่เป็นกลเม็ดขี้โกงเล็กน้อย)

เดินคอตกๆ ออกมาจากบริษัท ด้วยความรู้สึกว่า
ไม่ประสบความสำเร็จในการสัมภาษณ์สักนิด
ปล่ยความคิดเรื่อยเปื่อย ถ้าเขาไม่รับจะเอาไงดี
หรือถ้าเขารับ จะทำไหวไหม จะไปถ่วงเขาไหม..
คิดไปพลางเดินกลับอยู่ครึ่งชั่วโมง ชักเหนี่อย

30 ก.ย. 46
พี่อ๋งถามผลจากที่เราไปสมัครงานมา
คำตอบคือ ไม่ได้รับ ไม่ติดต่อมา..
คงด้วยหลายเหตุผล หลักๆ คงเป็นที่ตัวงานไม่เข้าขั้น
มิกซ์ไม่พร้อม และเรียบเรียงไม่สมบูรณ์
พี่อ๋งก็ว่า จะไปโชว์ผลงานแล้วทำไมไม่เต็มที่กว่านี้
ใช่ว่าเขาจะมาคอยเล็งแววเราซะที่ไหน
หรือถ้ามีคนรับ อาจจะเป็นบริษัทห่วยๆ ก็ได้..

เราก็เข้าใจ.. เราทำงานไปโชว์เท่าที่พอใจ
ฝีมือครึ่งนึงแล้วรอดวงอีกครึ่งนึง
ใช้วิธีวัดดวงว่าเราจะไปทำงานทางด้านไหน
รับก็รับ ถ้าไม่รับก็ไปสมัครอย่างอื่น วนๆ ไป
ที่ไหนรับก่อนก็ทำงานด้านนั้นก่อน..
เหมือนว่าให้จังหวะพาเราไป อะไรจะเป็น จะเกิด
พี่อ๋งว่า อาจปล่อยโอกาสทิ้งไป เพราะนึกว่ายังไม่ใช่จังหวะ
เราบอก อย่าคิดมากขนาดนั้นสิ
อันไหนคว้าไม่คว้า ผ่านไปไม่ผ่านไป
มันล้วนเป็นจังหวะชีวิตทั้งนั้นแหละ..
..พูดแบบนี้สงสัยจะคิดว่าเราทำตัวเสเพลแหงๆ

2 ต.ค. 46
ณพพัณณ์โทรมาคุยว่าอยากทำร้านอาหารด้วยกัน
สาเหตุที่เลือกเราเพราะเห็นว่าว่างงานอยู่
ก็ตกลงกันว่า อาทิตย์นี้จะมาคุยกัน
และแนะนำให้รู้จักกับกล้า เจ้าของไอเดียด้วย
สองคนนี้น่าจะไปกันได้ เพราะอยากรวยทั้งคู่..
ดีใจที่มีคนมาช่วยกระตุ้น
ไม่งั้นรออีกกี่ปีก็ยังไม่ลงมือซักกะที..

3 ต.ค. 46
ตามที่ตั้งใจไปสมัครเป็นครูในวันนี้
เพราะไม่อยากรอข้ามเสาร์อาทิตย์..
โชคดีที่เราปริ๊นท์เรซูเม่ไปเอง
เพราะในใบสมัครที่ให้กรอกนี่มันจำกัดมาก
ไม่สามารถใส่ประสบการณ์เราในช่องใดได้เลย..
การแนบเรซูเม่ไปเพิ่มเติม ช่วยกู้หน้าตาได้มาก

อย่างถามว่า เคยเป็นครูหรือไม่
ก็ต้องตอบว่าไม่เคย
ทั้งที่จริงๆ สอนพิเศษวิชานี้มา 4 ปี
แถมยังถูกเรียกไปติวเอ็นทรานซ์ที่โรงเรียนด้วย

ถามว่าเคยรับการอบรมอะไรหรือไม่
ก็ต้องตอบไม่เคยอีกแล้ว
ทั้งที่จริงๆ ความถนัดทางคอม ทางดนตรี ก็พอไหว
ค่ายก็เคยทำมาแล้ว..

แล้วตอนเย็น บริษัทที่ไปสมัครไว้ที่รอมาสิบกว่าวัน
ก็โทรมาตอบรับเราเข้าทำงาน เราก็เล่นตัวเล็กน้อย
เพราะปล่อยให้เรารอนานเกินที่ตกลงไว้
อย่ากระนั้นเลย ขอทำเป็นฟรีแลนซ์ดีกว่า..
ทางนั้นตอบว่า รับ 1 เดือน ทดลองงาน
อยากให้มาทำเต็มเวลา เพราะจ้างฟรีแลนซ์ไว้แล้ว

8 ต.ค. 46
ศุ บุญเลี้ยง : (หนังสือศุราณี เล่มสอง)
อะไรมันยังไม่เกิดก็กลัวทั้งนั้นแหละ.. ลุยเลย!

ต้า พาราดอกซ์ : (เพลงบ่วงไฟ)
โลกมีอุปสรรคกั้น ไม่ว่าจะทำอะไร

9 ต.ค. 46
พัก อยู่บ้าน ฟังเพลงคลอไป
เข้าใจมากขึ้นว่า งานก็ส่วนงาน-
เพลงก็ส่วนเพลง.. เอาไว้ฟังเวลาพักผ่อนก็ดี

ไม่ได้ว่าอย่าเอาสิ่งที่ชอบไปทำเป็นงาน
เพราะยังไม่เคย ไม่รู้ว่าอาจจะดีหรือไม่ดี
แต่ว่า ไม่ควรเอาสิ่งที่ชอบไปใส่ลงในงาน
ถ้ามันไม่ค่อยเข้าท่า หรือว่าคนอื่นไม่ชอบ
เราต้องแยกงานดนตรีเกม ออกจากดนตรีที่ชอบฟัง..
..เท่านั้นก็สบายใจแล้ว!

10 ต.ค. 46
จำได้ว่าจะเลิกสอนมาหลายหน
ตั้งแต่ปี 4 ก็ว่าจะเลิกเพื่อทำโปรเจ็ค
ก็ไม่ได้เลิก ก็มีรีเทิร์น 1 หน..
พอเรียนจบก็หวนมาสอนอีก 1 หน
วันนี้ก็เป็นอีกหนที่เลิกไป 2 สัปดาห์
แล้วกลับมาสอน..
เราคงต้องทำงานด้านนี้แล้วล่ะ
และคงไม่ใช่สอนประจำในโรงเรียน
แต่เป็นการสอนพิเศษอย่างที่เคยทำมาหลายปี..

สอนพิเศษแปลว่า การสอนที่พิเศษ
ไม่ใช่การกวดวิชา ที่หมายถึงเอาวิชามาอัดให้ทัน
และไม่ใช่การติว ที่คิดเพียงให้ทำข้อสอบได้
แต่สอน (พิเศษ) เพื่อให้เข้าใจวิชาที่เรียนลึกซึ้งขึ้น

13 ต.ค. 46
ทำไมชีวิตเราต้องมาเครียดกับดนตรีนะ
เอาเพลงคนอื่นมาใช้ก็เกรงใจ และรู้ว่าไม่ดี
ขนาดแค่ก๊อปมาดัดแปลงโน้ตและจังหวะ
ยังรู้สึกผิดนิดๆ ที่ไม่ยอมทำเอง
แต่นี่เร่งจัด วันนึงหลายเพลงจนเราคิดไม่ออก
นั่งหน้าจอตลอดวันไม่ได้พัก คิดได้ 2 คอร์ดทุกเพลงเลย
มี Dm-C กับ C-Am.. อยู่เท่านี้ เล่นมา 4 เพลงแล้ว
ไม่รู้จะหากินไปได้อีกนานเท่าไหร่
นั่งที่นั่นคิดงานไม่ออกจริงๆ
ใจก็อยากลาออก แต่เพิ่งทำมา 4 วัน
จะดูน่าเกลียดมาก..

แต่มันเริ่มทำงายอารมณ์ทางดนตรีของเราแล้ว
ไม่ได้ทำจากใจ แต่ทำจากทฤษฎี
รีบๆ เร่งๆ เอาให้เสร็จทันเวลา..

14 ต.ค. 46
ระหว่างเดินทาง คุยกันหลายเรื่อง
สิ่งที่วรุธพูดไว้น่าคิดคือ
... บางทีสงสัยว่าที่จะลาออกนั้น เพื่อสิ่งที่ดีขึ้น
หรือที่แท้เพราะเราไม่มีความอดทนเลย กันแน่..
คุยแล้วก็ตรงกับที่เราสงสัยตัวเอง

ประโยชน์ที่ได้รับ
(1) รู้บริษัทเล็กๆ อยู่กันยังไง
(2) รู้ว่าศิลปะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน
หากไม่อยากให้คนอื่นวิจารณ์ไม่ควรทำงานศิลปะ
..งานนี้อย่าใช้ศิลปะ.. และ อย่าไปทำเลย.. เบื่อ!
(3) ได้ซ้อมตื่นเช้า

16 ต.ค. 46
ออกไปสอนพิเศษ รออยู่สี่สิบนาทีชักเคือง
เลยโดดขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน ไม่รู้จะทำไร
ตัดปัญหาโดยลุกขึ้นมาพิมพ์ชีทเลขลงในคอม..
- สนองความต้องการที่อยากจัดระเบียบเรียบเรียงใหม่
อาจจะได้พิมพ์ขาย หรือแค่ได้ใช้สอนก็คุ้ม
หวังว่า เอาไปใช้แล้วน้องๆ คงเลิกแซว
เรื่องลายมือเราอ่านแล้วปวดหัวอ่ะนะ :]
- คิดว่าควรทำอะไรเป็นการเป็นงานบ้าง ในช่วงตกงานนี้

19 ต.ค. 46
ตัวเรากำลังฝันเฟื่องเกินไปอยู่ไหม
เป็นฝันที่ไม่มีวันไปถึงหรือเปล่า
เราใช้ความฝันเป็นทางหนีความจริงหรือเปล่า
และตอนนี้เรากำลังเป็นอย่างไรอยู่
เอาความจริงช่วยไปถึงฝัน
หรือว่าเอาฝันช่วยหลบไปจากความเป็นจริงกันแน่..

25 ต.ค. 46
(1) พอนึกได้ว่าเป็นครูเงินเดือนแสนจะน้อย
และเราคงทำไม่ได้ ก็คิดสำนึกบุญคุณคนเป็นครู
ที่เคยสอนเรามาทั้งหมด ครูเป็นอาชีพที่เสียสละมากจริงๆ
โดยเฉพาะครูเมืองไทย!
(2) บางทีคิดว่า พิมพ์ชีทเหนื่อยและเสียเวลามากขนาดนี้
จะทำยังไงให้ได้ใช้คุ้ม.. จะขายคงไม่มีใครซื้อ
ก็เลยคิดทางออกได้ว่า งั้นแจกฟรีในที่สาธารณะดีกว่า..
ให้เรามีชื่อออกไปบ้าง เช่นแจกตามเว็บ..

26 ต.ค. 46
เดี๋ยวนี้อะไรมันผสมกันไปหมด อันเดียวเอาคุ้มเลย
กาแฟ+น้ำตาล+ครีมเทียม
ครีมลดริ้วรอย 18 ประการ
ยาสีฟัน+ฟลูออไรด์+ขัดขาว+ลดกลิ่นปาก+ปกป้องฟันผุ
น้ำผัก+ผลไม้รวม+นมถั่วเหลือง
โทรศัพท์มือถือ+กล้องถ่ายรูป+เครื่องเล่นเพลง+ดูทีวี+เล่นเกม
+คาราโอเกะ... ฯลฯ เอาเข้าไป..
อีกหน่อยมือถือคงรีดผ้าได้ด้วย

27 ต.ค. 46
ค่าผลงานตามมาตรฐานไทย
เนื้อร้อง 5,000 บาท
ทำนอง 5,000 บาท
(โอ้โห.. แต่งเพลงๆ นึง ได้ตั้งหมื่นบาท)
เรียบเรียงดนตรี 8,000 บาท
และส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย
ก๊อปปี้ละ 0.10 บาท... เวรกรรม!

29 ต.ค. 46
เวลากลางวันเราเอาไปหางานอื่นทำดีไหม..
วันก่อนคิดอยากไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ห้องสมุด
เงียบดี.. ดูเป็นงานแปลกดี ไม่ค่อยมีใครนึกถึง..
นวย 17/04/2005 12:18 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ