0412
รวมข้อความจากเล่ม 12
แสดงทั้งหมด

รวมข้อความจากเล่ม 13ตอบ: 2, อ่าน: 768

19 ก.ค. 45
ไปรับงานซีรอกซ์หนังสือเพลง 3 เล่ม
ที่ฝากไว้ร้านเจ๊อ้อย ตึก 1
ปรากฏเจออ้อมกับเปิ้ล สองสาวห้าวแห่งกรุ๊ป L พอดี
คำทักทายที่ได้รับคือ
-- โอ๊ะ.. ที่แท้ของนวยนี่เอง ยืนด่าอยู่นานว่าใครวะ
จะสอบอยู่แล้วยังมีอารมณ์เล่นกีตาร์อีก
แหม่ คนใกล้ตัวเลย.. ไม่แปลกใจ --
ฮ่ะๆๆ โดนด่าแต่ขำดีว่ะคู่นี้..

31 ก.ค. 45
แม้จะมีคนบอกเราว่า อย่าไปพูดเรื่องนี้เลย
น้องเขาจะเป็นคนระแวงตลอดเวลาไปเปล่าๆ
เรื่องอย่างงี้ไม่ได้แก้กันง่ายๆ
และอย่าเชื่อว่าคนเราจะคุยกันได้ตรงๆ ทุกเรื่อง
...แต่สุดท้ายเราก็พูดไปแล้วอยู่ดี
อยากจะเตือนเพราะไม่รู้ว่าจะมีใครกล้าพูดแบบนี้ไหม
เราไม่ว่าเลยถ้าจะถูกโกรธ
ดีกว่าให้เธอเสียเพื่อนคนอื่นๆ ไป -- โดยไม่เจตนา..

11 ส.ค. 45
เล่าให้คนอื่นฟังเป็นครั้งแรกว่า
เรียนจบแล้วอยากเปิดร้านขายของหรือทำกิจการเอง
ไม่อยากทำงานบริษัทเลย มันไม่ชอบ
อีกอย่างคือการเปิดร้านก็ทำให้ได้ทำงานอดิเรกอื่น
หรือเอาเวลาไปหาจ๊อบพิเศษทำ
ขณะที่ได้มีร้านมีกิจการให้ป๊ากับม้าดูแล
ปัญหาอย่างแรกคือ เอาทุนจากไหน
คงไม่ไปทำออฟฟิศแน่ อาจจะสอนหนังสือไปสักพัก
ปัญหาต่อมาคือ ทำร้านขายอะไร อันนี้คงคิดอีกนาน..

13 ก.ย. 45
ถ้าพูดถึงโอกาสทำหนังสือ
อยากให้มีใครมาเห็นและชวนไปเขียนหนังสือบ้างว่ะ
ไม่แน่โอกาสจะอยู่วงการเพลงอาจมาถึงก่อนการเขียน..
วันก่อนบอยไปห้องพริ้มและเล่นกีตาร์ร้องเพลงให้ฟัง
บอกว่านวยแต่ง (คงเป็นเพลง Minute of Love มั้ง)
ชอบไปบอกใครๆ ว่าเพลงของนวย ทั้งที่จริงเราคัฟเวอร์มา
ตั้ม เพื่อนสาวของพริ้มฟังแล้วสนใจ
ฝากพริ้มมาบอกว่า อยากเข้าวงการติดต่อได้นะ
มีญาติเป็นครีเอทีฟในแกรมมี่..
ฟังแล้วก็นึกขำๆ หน่อย ว่าเราคงไม่ถึงกับอยากออกเทปมั้ง
เต็มที่คือส่งเพลงที่แต่งไว้ไปขาย.. ถ้าทำได้นะ..

20 ก.ย. 45
ซื้อซีดี กีตาร์มก มาด้วย
เลยนึกได้ว่า ท่าชูสองนิ้วที่เราใช้มาตั้งแต่ช่วงปิดเทอมน่ะ
ได้มาจากพี่หนุ่ม กีตาร์มก นี่เอง
ตอนนั้นดูงานประกวด มีกีตาร์มกมาเล่นโชว์
จังหวะนึงพี่แกพูดอะไรไม่รู้สะใจคนดู
คนดูหัวเราะขำกันลั่น แกเลยชูสองนิ้วทำหน้าน่ารัก..

30 ก.ย. 45
คะแนนวิชา *** ที่เพิ่งสอบไปหมาดๆ ออกแล้ว
และตัดเกรดแล้ว ถีงเราจะได้ A ก็ยังไม่พอใจบางอย่าง
... เรียน 26 คน เราได้คะแนนอันดับที่ 25
คือได้ A เป็นคนสุดท้าย (80 คะแนน คาบเส้นพอดี)
อีกคนได้เกรด B คะแนนต่ำมาก 60 กว่าเอง..
แล้วทำไมอาจารย์ต้องเขียนอันดับไว้ด้วยฟระ
... คะแนนมิดเทอมเราทำเองได้เกือบเต็มอ่ะ
แต่ทำไมไฟนอลเต็ม 40 ได้แค่ 23 วะ
ในเมื่อลอกพี่ชาย และไอ้ดี มาเป๊ะๆ เด๊ะๆ
สองคนนี้กลับมีคะแนนถึง 33 กว่า
นี่ถ้าได้ต่ำกว่า 80 ตูจะเอาหน้าไปไว้ไหนนี่ เค้า A ยกห้อง

สุดท้ายแล้วต้องปลงว่า.. ได้ A ยังจะเอาอะไรอีกหือ
แค่นี้ก็บุญแล้ว เรียนก็ไม่เคยเข้าเลย รายงานไม่ทำเอง
ชีทก็ไม่มีซักแผ่น ตอนสอบไร้ความรู้นั่งลอกเค้าทุกข้อ
ได้ A ถือว่ากำไรล้นเหลือแล้วไอ้นวยเอ๊ย! อย่าไปคิดมาก!

5 ต.ค. 45
สัจธรรมที่ได้จากการซ้อมพรีเซนต์โปรเจ็ค..
(1) คิดในหัวแล้วแต่แปลเป็นคำพูดไม่ถูก หรือนึกชื่อไม่ได้
(2) ไม่รู้จริงในเรื่องที่พูด เลยอธิบายไม่ได้
(3) ไม่สามารถใส่อะไรเพิ่มในคำพูดได้ นอกจากอ่านจอ
(4) ลำดับเรื่องไม่ถูก จำไม่ได้ว่าต่อไปเป็นอะไร เลยพูดผิด

วิธีแก้ไขที่อาจารย์แนะนำคือ
เขียนบทลงในกระดาษเลย ว่าหน้าไหนจะพูดว่าอะไรบ้าง
แล้วก็ท่องๆๆ หรือไม่ก็ต้องซ้อมเองบ่อยๆ..
พูดให้เพื่อนฟัง พูดให้ที่บ้านฟัง หลายๆ รอบ จะได้คล่อง

น้องยุเล่าบรรยากาศทะเลที่ประจวบซะจนเราอยากไปมาก
หาดขาว ดาวสวย น้ำทะเลมีแสงระยิบระยับตอนกลางคืน
ปัญหามีอยู่ว่า ถ้าเราไปกับเพื่อนก็คงชวนน้องยุไปด้วยยาก
ครั้นจะไปกันเองสองคน แม่น้องยุยิ่งไม่ยอมใหญ่เลย
ท่าทางเราสองคนคงไม่มีโอกาสเที่ยวทะเลด้วยกันซะแล้ว
...เพราะอย่างงี้นี่เอง เวลามีทริปกรุ๊ปทีไร
คู่รักถึงจู๋จี๋กันเสียเหลือเกิน..

7 ต.ค. 45
วันนี้พรีเซนต์โปรเจ็คเทอม 1
เช้าตรู่ ฝนตกหนักมากและนานมากเป็นประวัติการณ์
เราออกไปขึ้นรถเมล์เอาเกือบเที่ยง
โอ้โห สยามสแควร์น้ำท่วม ลงรถหน้าจุฬาฯ น้ำนองไม่สูง
หลงดีใจ.. แต่พอเดินถึงคณะ เฮ่ย น้ำท่วมเกือบถึงเข่า!
แทบจะล้นเข้าห้องภาค (ทั้งที่พื้นก็โคตรจะยกสูง)
กว่าจะหาวิธีเดินเข้าไปตึก 4 ได้ เกือบไม่มีทางแล้วตู
เพิ่งเคยเห็นน้ำท่วมคณะก็วันเนี้ย..

เข้าห้องแล็บได้ยินคนพูดกัน กลุ่มเมื่อเช้าไม่ผ่านกันเลย
อาจารย์ที่ปรีกษาไม่อยู่ เลยโดนอาจารย์อื่น 6 คน ยำเละ..
พอเราได้ยินมาว่าอาจารย์ชอบการนำเสนอแบบไหน
รีบแก้ไฟล์เลย.. เอาพวกทฤษฎีออกหมด
เหลือแต่เรื่องที่จะทำเน้นๆ เนื้อๆ พูดไม่ถึงกำหนด 15 นาที
ต้องขอบคุณโฟล์คด้วย ที่มาฟังเราวันซ้อม
แล้วกระซิบถามตอนเราพูดจบ ว่า
-- แล้วตกลงนวยทำงานอะไร..
วันนั้นเราสะอึกเลย รู้ตัวเลยว่าควรเน้นผลงานมากกว่านี้
แทนที่จะพูดทฤษฎีอันน่าเบื่อ ก็กลับมาดัดแปลงด่วน

21 ต.ค. 45
ปุ้มนี่ดีจัง ยังไม่ทันเรียนจบก็เอาเงินหุ้นกับเพื่อน
เปิดร้านเกมที่สามย่านแล้ว.. รวยจัด..
ไอ้เราอิจฉา ตูจะไปหาทุนจากไหนหนอ

ความฝันของเราเริ่มตีกรอบอยู่แค่ร้านซีดีเล็กๆ
ที่มีให้เลือกมากหน่อย แล้วก็มีมุมเป็นที่นั่งฟังเพลง
หรืออ่านหนังสือ โดยขายขนมปัง หรือนมหรือกาแฟ ด้วย
จัดร้านสบายๆ หน่อย น่าจะมีคนสนใจ..
ไม่อยากเปิดร้านขายหนังสือเพราะมันเยอะเกินไป
ดูแลลำบาก จัดของลำบาก อาจจะติดต่อมาขายไม่ครบ
และถ้าต้องอ่านหนังสือทั้งวัน เอาเป็นฟังเพลงดีกว่า..

23 ต.ค. 45
มุขจากน้องๆ อีแคมป์สอง
ทำไมผู้หญิงถึงท้อง -- ก็เพราะ คนมันซวย.. (ผวน)
โอเจรีบแถมมุขทันที
คนสวย แปลว่า (ผวน)
แต่ถ้า คนไม่สวย ก็.. (ผวน)
..555555

30 ต.ค. 45
ลองไปนั่งเรียนวิชาเลือก Stress Management ดู
ไปที่คณะแพทย์.. โห! ไม่น่าเรียนเลยว่ะ
วิชาจัดการความเครียดอะไรวะ ยิ่งเรียนยิ่งเครียด
..งานเยอะ สอบยาก ตัดเกรดโหด
ขนาดผู้ช่วยสอน ยังเก๊กหน้าบึ้งขมึงทึงตลอดเวลา..

อีกวิชาแอบไปดูที่คณะนิติ ตึกใหม่
ไอ้เราก็นึกว่าวิชา การโปรโมตสินค้า ฟังแล้วน่าเรียน
ก็มันชื่อ Product Promotion อ่ะ
อุตส่าห์ตามแก๊งอั้มไป กลายเป็นวิชา การเพิ่มผลผลิต..
ดูแล้วก็ยังไม่ถูกใจอยู่ดี.. เรียนไรดีว้า..

9 พ.ย. 45
ในวงเล่า หลังจากจบงานเลี้ยงที่โรงเรียน
มีคนเล่า (เรื่องความรัก) หกคน รวมเราด้วย
เรื่องของ *** ไม่รู้มันพูดอะไรแค่นิดเดียว
ไม่ทันฟัง เดินไปเยี่ยวกลับมามันเล่าจบแล้ว..
แต่สุนทรบอก เนี่ยยาวที่สุดที่เคยฟังมาเลยนะ
แถมยังแอบแฉว่า ที่จริง *** มันชอบคิดไปเอง
เปลี่ยนใจชอบคนนั้นคนนี้ทุกวัน
ชอบไม่ชอบเปล่า ยังทำร้อนรน เฮ้ยจีบไงดีๆ
หรือว่า สืบหน่อยเด๊ะว่าเค้าชอบอะไร..
สักพักก็เลิกบ้า..
... นี่คนปัจจุบันแค่ขอเค้าลองคบได้ก็ดีใจ
เที่ยวบอกใครๆ ว่านี่แฟนกูๆ..

อีกคนที่ได้เล่าคือ *** นี่น่ากลัวหน่อย
มีหญิงมารุกเร้า ถูกเนื้อต้องตัว โดยยังไม่รู้จักกันดี
ถึงหญิงจะดีทุกอย่างแต่เจอแบบนี้ถึงกับต้องรีบถอย
มารู้เอาว่า ที่แท้สาวเพิ่งเลิกกับแฟนมา
เออก็แปลกนะ..
เวลาเลิกกับแฟน ก็อยากจะหาคนใหม่มาแทนที่เร็วๆ
ไม่อยากเริ่มเรียนรู้กันจากศูนย์อีกรอบ
ดูอย่างน้องปุ๊ก (นามสมมติ) ที่เคยโทรหาเรานั่นปะไร..

11 พ.ย. 45
นอกจากน้องนุ่น น้องอิ๋ง อยากจะเอ็นท์ใหม่แล้ว
ยังมีน้องจ๋าอีกคน อยู่ดีๆ ก็บอกเราว่าจะเอ็นท์ใหม่
และยังไม่รู้ด้วยว่าจะเรียนอะไรดี รู้แค่ไม่ชอบที่เป็นอยู่
อ้าว! เราพูดไม่ถูกเลย..

ใช่.. เรายินดีถ้าใครไม่พอใจอะไรแล้วลุกขึ้นมาขอย้าย
แต่นี่มันก็เรื่องใหญ่ ต้องคิดรอบคอบมากๆ หน่อย
ถ้าย้านแล้วแย่ลงหรือไม่ชอบอีก จะยิ่งไปกันใหญ่นะ..
... รู้สึกว่า พอรู้ว่าเราห้าวหาญขอย้ายที่ฝึกงาน
และขอย้ายอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจ็ค
แล้วน้องๆ จะยึดตามแบบเราเป็นฮีโร่ซะ.. บางทีก็ไม่ดี..

21 พ.ย. 45
น้องยุมีเมล์มาถึง เป็นฟอร์เวิร์ดเมล์ 1 ฉบับ
ไม่รู้ว่าตั้งใจส่งมาหรือเปล่าเพราะนี่เป็นเรื่องราวที่โดนพอดี
... ทหารคนนึงไปหลงรักเจ้าหญิง จึงสารภาพรัก
เจ้าหญิงบอกจงไปอยู่ห้องใต้ดินลำพัง 100 วัน
หากทนได้จะยอมรับรัก และทหารก็ตกลง
แต่ว่า พอพ้นคืนที่ 99 ไปแล้ว ทหารกลับหนีออกมา
และหายสาปสูญไปเลย ทิ้งให้เจ้าหญิงซึ้งใจอยู่เท่านั้น..

เรื่องนี้มันมองได้หลายทาง
(1) ทหารยังอดทนไม่พอ ถอดใจเอาตอนใกล้ถึงจุดหมาย
(2) ทหารแค่ต้องการแสดงความรักให้รู้ ไม่คิดจะครอบครอง
(3) เจ้าหญิงก็คล้ายคนทั่วไป ที่มักมารู้ค่าในสิ่งที่สูญเสียไปแล้ว
(4) ในเมล์นี้สรุปมาว่า ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ตาม
มีจุดร่วมอยู่อย่างหนึ่ง คือ
เวลาความรักของ 2 คน เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน
จึงต้องจบด้วยความเศร้าและพลัดพราก..

อ่านแล้วระบายความในใจตอบกลับไปว่า เศร้าเหมือนกัน
เป็นห่วงและอยากให้เรากลับมาดีกันเหมือนเดิม..

25 พ.ย. 45
เจอพี่คูณใน msn บอกว่า เฮ้ยโปรเจ็คต้องเร่งมากแล้ว
อาจารย์แกเร่งแล้ว.. และที่สำคัญโปรเจ็คของเรา (2 คน)
ไม่ใช่แค่ 1 ในไฮไลต์ 8 อันจาก 150 นะ
แต่มีการโปรโมทลงหนังสือพิมพ์และเว็บจุฬาวิชาการด้วย
ยกให้เป็นไฮไลต์อันดับ 1 ของงานปีนี้เลย..
และสมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จมาชมด้วย.. โอ้ก้อด!

นี่แหละสาเหตุที่อาจารย์ และพี่คูณล่กกว่าเดิม
อาจารย์แทบจะเรียกไปนั่งทำตลอด 24 ช.ม.
มาถึงจุดนี้ถอยไม่ได้แล้ว ทำไม่เสร็จไม่ได้เด็ดขาด..
โอย นี่เราแจ๊คพอตมาโดนหัวข้อโปรเจ็คอันดับ 1 ได้ไงวะ
เหลือเวลาสิบวัน ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย..

กิจจาซชวนให้แต่งเนื้อเพลงใช้ประกอบในงานบอล
เป็นเครื่องเคียงนอกจากเพลงหลักที่ทำจะเสร็จแล้ว
(จะโปรโมทในงานจุฬาฯ วิชาการ ที่เราเฝ้านับวันนี่แหละ)
พอเจอการเร่งงานโปรเจ็ควันนี้ ก็เลยต้องขอยกเลิกกิจจาซ
เพราะว่าไม่เหลือเวลาว่างก่อนจบงานนั้นเหมือนกัน..

(หมายเหตุ : หลังจากนั้นกิจจาซจึงได้เนื้อเพลงและเสียงร้อง
จากเพื่อนเก่าที่อยู่คณะศิลปกรรม นิคเนมว่า ใหญ่ ไฟท์-โตะ
และภายหลังก็กลายเป็น ใหญ่ โมโนโทน.. ใช่..คนนั้นล่ะ)

6 ธ.ค. 45
งานจุฬาฯ วิชาการ (งานนิทรรศ)
โทรหาพี่คูณตอนเช้าตรู่ เราเองนอนสามชั่วโมงยังมึนๆ
แต่พี่คูณกับพี่ต๋อที่มาช่วย ยังไม่ได้นอนเลย
พี่บอกว่า งานเสร็จหมดแล้ว..
ปัญหาในโปรแกรมที่กว่าจะเจอ จ้องไปหลายชั่วโมง
สรุปแล้วเวลาที่ใช้ทำแค่นิดเดียว เวลาแก้ปัญหานานมาก

อึดอัดตอนแสดงในงานอย่างนึงคือ อาจารย์คุมตลอด
แบบว่า พูดตลกไม่ได้ และปลีกตัวไปไหนก็ไม่ได้
แต่อาจารย์เป็นตัวเอกประจำบูธแล้ว เรากะพี่คูณถึงกับเซ็ง
งานที่ลงแรงไปทั้งหมด กลายเป็นงานตัวประกอบ
แล้วมีอะไรต่อมิอะไรไม่รู้ มาอัดในบูธจนแน่นเลย
มองไปบูธของบอย (ที่เป็นไฮไลต์เช่นกัน) แล้วอิจฉาเล็กๆ
บูธนั้นคุมกันเอง อธิบายกันเอง แถมมีเพื่อนมาช่วยมุงเพียบ
และแน่นอน.. ขำมาก!
นวย 16/04/2005 11:27 
กว่าพี่นวยจะอัพไดอารี่ที.. ก็อ่านตาแฉะเลย =)
_OaT_ 16/04/2005 20:44  [ 1 ] 
จริงๆแล้วแก่นของ Stress management คือการให้นิสิตมีประสบการณ์จริงจากการ manage ความเครียดของตัวเอง  อาจารย์เลยชอบสั่งการบ้านเรื่อยๆ + มีรายงานสุดโหด + การเรียนในห้องที่ร้อยละ 85-90 น่าเบื่อมากกกกก มาเป็นตัวเพิ่ม stress หากใครสามารถหลับหูหลับตาทำๆไปได้จนจบ และสามารถท่องอะไรที่รู้สึกว่าไม่เห็นเข้าท่าเลย + มันจะจัดการความเครียดได้ยังไง(วะ ?)ได้เยอะๆจนได้คะแนนรวมเกิน 90/110 ก็จะได้ A ได้ค่ะ

....ไม่น่าหลงไปเรียนเล้ย    T_T
Shauฯ 19/05/2005 18:47  [ 2 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ