0411
รวมข้อความจากเล่ม 11
แสดงทั้งหมด

รวมข้อความจากเล่ม 12ตอบ: 0, อ่าน: 734

20 มี.ค. 45
ไปทำบัตรประชาชนรอบสอง คนถ่ายรูปหน้าดุไปหน่อย
เราเลยกลัว หน้าเราออกมาในบัตรนี่ฮาจริงๆ..
เอ๊ะ บัตรใครวะ หน้าตาคล้ายเราแฮะ
อ้าว! บัตรตูจริงเหรอเนี่ย..
ต้องทนใช้ไปอีก 6 ปีเรอะ..
แกล้งทำหายดีกว่า จะได้ถ่ายใหม่ เอาจนกว่าจะดูดีเลย

15 เม.ย. 45
โชคดีมาก ไปนั่งค้นกองกระดาษหาต้นฉบับเพลงที่แต่งไว้
ตั้งแต่ ปี 1 ปี 2 .. ก็เลยเจอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อของบ้านพัก
ที่หาดแม่รำพึง ที่เราไปกันตอนทริปกรุ๊ปปี 1..
เราจดไว้ตัวใหญ่มาก ราวกับรู้ว่าจะมีโอกาสได้ติดต่อไป
อีกครั้งในอีก 3 ปีให้หลัง..
ใช่แล้วครับ! เราจะจัดงานบายเนียร์เที่ยวทะเลกัน
ที่บ้านพักเดิมกับที่พี่ๆ เคยจัดทริปต้อนรับเรา
เป็นการตอบแทนที่เห็นภาพจะๆ
หวังว่าทริปนี้จะสนุก และได้ความประทับใจสุดๆ กลับมา..

17 เม.ย. 45
พี่เทพ อายุแก่กว่าเราปีเศษๆ เพิ่งทำงานได้ 2 ปี
จบมาก็ทำที่นี่เลย แกเล่าอะไรให้ฟังทั้งวัน แบบว่าชวนคุย
ในฐานที่เคยเป็นเด็กฝึกงานมาก่อน ก็รู้ว่าคงเหงา..

พี่เทพเคยทำงานมาแล้วโชกโชน ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่
เริ่มจากบ๋อยโรงแรม 3 ดาว ได้วันละ 150-180
ขยับมายืนแจกของหน้าห้าง จนถึงแต่งชุดโดเรมอน
ยืนเล่นกับเด็กๆ ในห้าง ได้วันละ 200 กว่า..
งานสุดท้ายเป็นคนคุมพริตตี้เหล้าเฮนเนสซี่ ของริชมอนเด้
หน้าที่คือ คัดสาวๆ มาทำงานเชียร์เหล้า ตระเวนตามผับหรูๆ
ได้วันละ 300 เอง.. ขณะที่พริตตี้ได้ค่าตัววันละ 1,000 บาท!
แล้วถ้าแขกซื้อเหล้า พริตตี้ยังได้เงินอีก ขวดละ 50 บาท
คืนนึงจะขายได้ราวๆ 30-40 ขวด.. ก็คูณเอาดูละกัน!

พี่โอเล่ยิ่งกว่าพี่เทพอีก เพราะอายุแก่กว่าเราไม่กี่เดือน
แต่ดูแล้วมีไฟมากๆ พอเลิกงานตอนเย็น
ถอยรถใหม่มาขับเป็นแท๊กซี่เพื่อผ่อนรถ ได้เกือบพันทุกวัน
นับว่าห่างกับเรามากๆ.. อายุเท่ากันแต่เค้าเรียนทางช่าง
ทำให้ความคิดอ่านไปไกลกว่าเราเยอะ
โลกของเขาไม่ได้มีอะไรมากมาย
เขาจึงบรรลุความเป็นผู้ใหญ่ได้เร็วกว่าเรามาก
โลกของเรามีอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด
ทั้งวิชาการ ทั้งบันเทิง ทั้งเพื่อนฝูง แล้วก็งานอดิเรก..
... เราเลยยังอ่อนนัก!

19 เม.ย. 48
ยังอยู่ในช่วงฝึกงาน
ออกมาจากโรงอาหารหอพักจุฬาฯ พบว่า
รถเทเลคอมที่จอดหันหลังให้รถบรรทุกเป๊ปซี่นั้นน่ะ
โดนรถเป๊ปซี่ถอยชน ไฟท้ายแตก ก็รอเรียกประกัน
พี่ทั้งสองแกเอาเปลญวนมาผูกใต้ต้นไม้
เอาเสื่อปูบนหญ้าตรงที่ร่มๆ นอนรอเลย
(มีของแบบนี้อยู่ท้ายรถได้ไง ยังดีนะที่ไม่มีหมอน)
เราว่ามันสะใจดีนะ
ลำพังเด็กจุฬาฯ มาทำแบบนี้คงโดนยามไล่เตะ..

5 พ.ค. 45
สัจธรรมจากการจัดทริป
(1) งานใหญ่ไม่ควรจัดโดยคนน้อยๆ เพียงไม่กี่คน
(2) เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่หากต้องจัดงานอะไรก็ตาม
(3) ของที่จะเอาไปเที่ยวด้วย ต้องเป็นของที่เผื่อใจไว้ว่า
จะเสียหาย หรือสูญหายไปได้ โดยไม่เครียดมาก..

19 พ.ค. 45
ทีเด็ดของทริปภาคไฟครั้งนี้คือ เรื่อง.. สวิมมิ่งพูล..
ระหว่างหาสถานที่แอบกินเหล้ากันตอนค่ำนั้น
โอเจก็เปิดประตูออกไปนอกระเบียงชั้น 2 มองสระว่ายน้ำ
จะดูว่าใช้ได้ไหม ปรากฏโอเจรีบวิ่งเข้ามาในห้อง
ปิดประตู ตะโกนว่า.. เฮ้ย มีคนเอากัน!
สองวินาทีถัดมาทุกคนในห้องทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง
กรูกันมาแปะติดหน้าต่างหมดเลย ลืมปิดไฟในห้องด้วย..

กว่าจะปิดไฟดับหมด ไอ้คนที่สระว่ายน้ำก็รู้ตัวแล้ว
ผ้าม่านมันสั่น คนมามุงดูเยอะ
แถมบอยยังวิ่งไปอีกห้อง ไปหาทำเลปิดไฟดูอีก
ทีนี้รู้กันหมดทุกคนจริงๆ เลย..
ไอ้คนที่สระซึ่งนั่งกอดก่ายกันอยู่ก็มีคนจำได้ว่า
เป็นน้องชื่อ *** (ฉายา คุณนาย) กับ แฟนหล่อน
เพียงแต่พวกเราไม่รู้ว่าคนไหนกัน.. แฟนหล่อน..

สองคนนี้คงรู้ตัวแหละว่า อะไรวะจู่ๆ ไฟก็ดับมืด 2 ห้อง
ก็เลยเดินเข้ามาใต้ตึก มาแหงนหน้าดูหน้าห้อง
ไอ้พวกเราในห้องก็ดันร้อนตัว รีบกรูกันออกมา
ไฟก็เปิดกันพรึ่บๆ.. แบบนี้มันรู้ชัวร์..
แล้วยังรู้ด้วยว่า ใครบ้างแอบดูมัน.. เฮ้อ!

พอตั้งวงเหล้ากันสำเร็จ (สุดท้ายตั้งในห้องนอนเลย)
โอ้โห.. วิพากษ์กันสนุกปากเลยนะพวกเรา
โอเจเล่ายืนยันว่า เนี่ยภาพที่เห็น 4 แขน แต่มีแค่ 1 ร่าง
(ประมาณว่าซ้อนทับ ซูเปอร์โพสิชั่นกันอยู่บนเก้าอี้เลย)
กินไปโม้กันไปจนเมาหลับกันถ้วนหน้า

มันจะไม่มีอะไรกว่านี้ ถ้าเผื่อตอนเช้าสร่างเมา
เราจะไม่มาพบว่า แฟนคุณนายน่ะ
มันคือไอ้หนุ่มที่เข้ามานั่งสมทบเมื่อคืนในวงเหล้า
อ้าว.. เสียหมาเลย.. ไม่ทันคิดว่ามันจะเข้ามาสืบ
มิน่า นั่งทำซื่อ กินก็น้อย ฟังอย่างเดียว แล้วพักนึงก็ไป..
แล้วก็ไอ้น้องๆ ในวงเหล้า ที่มันรู้จักแฟนคุณนายอ่ะ
ดันแกล้งเมาหลับไปทีละรายสองราย..
โธ่เอ๊ย.. ไม่กระซิบกันบ้างเลย!

21 พ.ค. 45
เจอพี่ *** ใน msn เกือบสิบโมงเช้า
แกดื้อมาก พยายามชวนเราไปค่ายให้ได้เลย
แม้จะบอกไปแล้วว่าติดฝึกงานจริงๆ
แล้วก็ต้องมาทำบ้านรับน้อง และทำรายงานฝึกงานอีก

พี่แกพูดจนเราฉุน บอกว่าบ้านไม่ต้องทำแล้ว แก่แล้ว..
เราบอก ก็จ่ายเงินไปแล้ว แถมยังจะมีน้องๆ มาเยอะเลย
พี่แกไม่รู้ยังไง พิมพ์สวนมาว่า
จะเป็นพระเอกไปถึงเมื่อไหร่
(คงหมายถึง พระเอกของน้องๆ อ่ะนะ)
เนี่ยแหละทำเราฉุนเลย แต่เถียงไม่ได้
ยอมให้แกชนะไปโดยการหยุดโต้ตอบ..

แม่งเอ๊ย อะไรจะดื้อขนาดนี้วะ
บอกว่าไปไม่ได้ๆ ยังไม่เข้าใจ
แล้วคำว่า เป็นพระเอกถึงเมื่อไหร่ เนี่ย
จะพูดทำไม เพื่ออะไร โกรธอะไรผมเหรอ?
พูดแบบนี้ดูไม่เข้าทีเท่าไหร่เลยพี่ชาย..

(ป.ล. ที่ไม่อยากไปค่าย อีกสาเหตุก็เพราะว่า
กลัวจะไปเจอไอ้คนที่ชอบพูดสไตล์เนี้ยเยอะๆ
แล้วเลยคิดเอาว่า กับคนแบบเราคงไม่เหมาะจริงๆ)

27 พ.ค. 45
บ้านผี มีน้องๆ และพี่บ้าน ดีๆ ทุกคน
ดีใจที่ได้รู้จัก ทั้งชายหญิง เป็นกันเองและเคารพรุ่นพี่ดี
พอใจมากๆ.. แถมยังได้รู้จักกับน้องยุ
ขึ้นปี 2 วิศวะเคมี ซึ่งติดสอยห้อยตามเพื่อนชื่อแจ๋วมา
น้องยุน่ารักดี หน้ากลมๆ ดุ๊กดิ๊กๆ ยิ้มตลอดเวลา
พูดอะไรก็ขำ.. ฮ่ะๆๆ..

เมื่อคืนได้คุยกะน้องแจ๋วและน้องยุ
คุยแล้วเริ่มถูกใจน้องยุด้วย
แต่เป็นคืนเดียวกับที่เมย์โทรมาบอกว่าคิดถึง
ไม่ได้คุยกันหลายเดือน (ฐานะเพื่อนนะครับ!)
แล้วยังอุตส่าห์แวะมาหาเราถึงที่ในวันนี้ด้วย
น้องยุเลยเข้าใจว่า เรากะเมย์เป็นแฟนกัน..
หรือไม่ก็กำลังจะ.. โธ่!

ป.ล. ชื่อบ้านที่รู้สึกครีเอทสุด คือ บ้านจัดสัน

7 ก.ค. 45
อย่างนึงที่ชักรู้สึกได้ คือ เราไม่ใช่ตัวเองแล้ว
เราเริ่มเปลี่ยนไป เราเอาใจเขาเกินไป
เราทิ้งความสุขส่วนตัว เราทิ้งความฝัน
ทั้งเวลาและเงินเราทุ่มให้กับเขา..

ไม่มีเงินทองซื้อของที่อยากได้
ไม่มีเวลาเขียนหนังสือ เขียนบันทึก
ไม่มีเวลาทำเพลงหรืออะไรๆ เลย..
พี่จุ๊เขียนประโยคไว้ในเว็บไดอะรี่ได้น่าคิดมากๆ
... เราจีบเขา ไม่ใช่ทำดี เอาใจสารพัด
แต่ทำสิ่งที่เป็นตัวเรามากที่สุด
และเป็นสิ่งที่คิดว่าจะทำแบบนั้นได้ตลอดไป ...

ที่เราคิดมากขนาดนี้ อาจจะแค่เพราะเพลียเกินไป
เท่านั้นเองรึเปล่า? ... หรือจริงๆ มันยังไง?
นวย 16/04/2005 11:27 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ