0375
15/12/46 .. รวมข้อความจากเล่ม 05
แสดงทั้งหมด

16/12/46 .. รวมข้อความจากเล่ม 06ตอบ: 0, อ่าน: 720

2 ก.ย. 42
วันนี้น้องปอนด์ให้ซองเป็นเงินค่าสอนพิเศษกับเราแล้ว
ได้มาสองพันห้าแน่ะ ถือเป็นเงินรายได้ครั้งแรกในชีวิตของเรา
มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองแท้ๆ เลยนะเนี่ย..

8 ก.ย. 42
วันนี้เที่ยงส่งใบลงทะเบียน แล้วก็ใช้สิทธิ์เลือกประธานรุ่นของปี 1
ผลคือคนที่ได้เป็นประธานน่ะ ก็นายคนล่ำๆ ที่อัดบันไดอยู่หน้าเรา
จำได้แม่นเลยว่า มันไม่ยอมร้องเพลงอะไรเลยที่เขาสั่ง
แถมยังจะล้มหงายหลังมาทับเราอีกต่างหาก.. (แต่มันเป็นนักมวยว่ะ..)
พูดไปใครจะเชื่อ

9 ก.ย. 42
วันนี้เป็นวันบ้าบอ เก้าเดือนเก้าปีเก้าเก้า
มีคนบ้าไปหลายคน อย่างเช่น
คนที่จะคลอดลูกวันนี้เอาเลขสวย
บางคนเอากล้องมาถ่ายรูปเพราะจะเอาวันที่ติดในรูปเป็นเลขสวย
บางคนทำนายว่าคอมจะเน่า เพราะคอมจะนึกว่าวันนี้วันสุดท้าย 9999 แล้ว
และพรุ่งนี้คอมจะนับ 0000 ใหม่..
.. ก็ว่ากันไป

22 ก.ย. 42
นั่งอยู่โรงอาหารหอกับหน่อง เพื่อนหน่องมานั่งด้วย
เราก็มุขไปว่า จำเราได้มั้ย เราอยู่ห้อง 315 ไง..
ปรากฏหน้าแตก เพื่อนหน่องคนนี้เจ้าของ 315 ตัวจริง
โอ้โห อะไรจะโป๊ะเชะขนาดนั้น..
คนนี้ลุกไป อีกสองคนมานั่ง เราเอาอีก.. เฮ้ยเรา 315 ไง
ก็หน้าแตกซ้ำสอง ไอ้คนใหม่ก็ 315 เหมือนกัน..
อะไรฟะ มันอะไรกันกับเลขนี้.. แล้วทำไมเราต้องใช้เลขนี้ด้วย แปลก!

24 ก.ย. 42
มีข้อคิดดีๆ ส่งมาให้อ่านทางเพจในช่องข่าวทุกวัน
... คนขี้นินทา คือคนที่คุยแต่เรื่องคนอื่นๆ
คนน่าเบื่อ คือคนที่คุยแต่เรื่องของตัวเอง
และคนที่หลักแหลม คือคนที่คุยแต่เรื่องของอีกฝ่าย ...

5 ต.ค. 42
ข้อคิดดีๆ..
.. การจะประสบความสำเร็จได้ คุณต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
ไม่มีใครจะสะดุดเจออะไร หากนั่งอยู่..

28 ต.ค. 42
มีนัดคุยกับแกนนำรุ่นมัธยม ในฐานะที่รุ่นเราเป็นน้องใหม่
เรื่องเตรียมการแสดงในวันรับน้องของสมาคมศิษย์เก่าปีนี้..
นั่งที่โรงเรียน สิบกว่าคนคุยกัน ไม่ค่อยได้อะไร
... ตกลงกันไม่ได้อีกแล้ว เหมือนตอนยังเรียน ม.6 ด้วยกันอยู่เลย
ทีแรกท่านประธานจะให้เล่นละครเนื้อหานึง
แล้วก็มีใครเสนอให้เปลี่ยนเนื้อเรื่องเป็นอีกแบบ
ย้ายที่นั่งไปคุยกันโรงอาหารอักษร
ป๋องเสนอให้เปลี่ยนจากละครเป็นแฟชั่นโชว์ หรือเดินแบบนางงาม
เอาแบบฮาๆ หน่อย.. เรื่องของเรื่องคือป๋องมันอยากแต่งหญิง..
ย้ายที่นั่งไปกินข้าวสามย่าน ก่อนไปถึงก็เจอบุ๊ค
บุ๊คบอกว่าทำไมไม่เล่นดนตรีล่ะ.. ปิ๊งเลย วงโจ้-แซ็ก-แต๊ก-หมี ไง
ก็ปรากฏติดต่อแล้วแต๊กไม่เอาด้วย...

ใครสักคนเสนอที่โต๊ะอาหารสามย่าน ว่าเอาวงอื่นอย่างกิจจาซก็ได้
เราก็เสริมว่า ดีนะ.. กิจจาซ อ๋ง กิ๊ก มารวมๆ กันคงพอไหว
ป๋องเกิดเคือง พูดว่าถ้าคิดว่าไม่ดี อย่าเสนอดีกว่า..
เราอึ้ง.. เขาไม่เชื่อมือกิจจาซ หรือกลัวตัวเองไม่มีส่วนร่วม..
ทำไปทำมาก็เลยต้องพับโครงการเก็บไปก่อน
บังเอิญกัลปวิชช์พูดขึ้นมาว่า ที่คณะมีฮาด้วย
เล่นดนตรีแหละ แต่เอากระดาษมาเขียนเป็นคาราโอเกะวิ่งๆ อยู่
เราก็ เฮ้ย คิดได้ไงวะ..
โชคดีนะที่ป๋อง และท่านประธานสนใจ แล้วก็สรุปว่าเอาอันนี้เลย..

ความคิดดีๆ อยู่ดีๆ มันก็มาเอง
บางทีนั่งคิดแทบตายกลับคิดไม่ออก

2 พ.ย. 42
งานโรงเรียนจะมีในวันเสาร์ที่ 6 แล้ว
ท่านประธานเพจมาขอเบอร์กิจจาซจากเรา จะติดต่อให้แสดง
เราก็สงสัยว่า ทำไมเพิ่งมาตกลงใจเอากิจจาซกันตอนนี้..
กิจจาซคงต้องแสดงเดี่ยว

6 พ.ย. 42
รอเรียนวันเสาร์ในคณะ แปดโมง
เก้าโมงก็แล้วตึกยังไม่เปิด ตัดสินใจจะกลับบ้านกันแล้ว
พี่อั้มรั้งไว้ ว่าอุตส่าห์ออกจากบ้านมาแล้ว ไปซ้อมดนตรีกันไหม..
เราเห็นด้วยทันที มองหาคนช่วยแจม
โอมตีกลอง เอเล่นเบส อั้มเล่นกีตาร์ อ้าวครบทีมงั้นลุยเลย
ว่าแล้วก็ยกขบวนกันไปเจ้าประจำพี่อั้ม ที่ฮอลลีวู้ดสตรีท

บ่ายโมงเราก็ลาเพื่อนคณะ
ไปดูดนตรีประกวดที่สยามดิสคัฟฯ กับกิ๊ก
แล้วค่อยไปงานเลี้ยงโรงเรียนต่อกันตอนเย็น..
วันนี้สนุกมากเพราะเจอเพื่อนเยอะที่สุด
บางคนไม่ได้คุยกันนานก็ได้มาคุยกัน บางคนหายไปนานมากก็ได้เจอ
แค่ทักทุกคนก็แทบจะจบงานแล้ว ไม่ได้กินเท่าไรเลย..

12 พ.ย. 42
ว้อบบอกว่าถ้าเราไม่ไปทริปกรุ๊ปวันนี้จะเลิกคบ
บรรยากาศแบบนี้ต้องไปอยู่แล้วล่ะ..

.. กว่าจะได้ขึ้นรถโคตรวุ่นวาย เสียเวลาไปหลายชั่วโมง
รถออกแล้วพวกเราดันนั่งหลังรถ ร้องเพลงกัน ดีใจได้เที่ยว..
คนขับเปิดพอสชุดใหม่ ร้องไปร้องมาพอรถเลยบางนาไปเท่านั้นแหละ
พี่ข่านเปิดเหล้า พี่เพชร พี่เอก เริ่มปฏิบัติการมอมเหล้าพวกเราหลังรถ
หลับกันเป็นแถว เล่นกรอกเพียวน่ะครับ
เราก็จำต้องหลับซบตักพี่เอกด้วยคน.. กล้านี่แกล้งเมาคึก ร้องเพลง
คนที่ววยที่สุดเห็นจะเป็นพี่อั้มเพราะเหลือคนสุดท้าย
โดนมอมจนเมาสลบไสล ไปถึงที่หมายตีสอง พับกันถ้วนหน้า..

13 พ.ย. 42
เกือบสามทุ่มเรียกมารวม เล่นเกมอะไรไม่รู้
แล้วจู่ๆ บอกให้น้องๆ นับยอด จะแสดงละคร..
มี 25 คน แบ่ง 5 กลุ่ม.. พอนับแล้วกี่ทีๆ ก็ได้แค่ 24..
มองหน้ากัน มีใครคนนึงพูดว่า ไอ้กริชหายไป ทุกคนอึ้ง
พี่ให้ไปหาดูในห้องพักก็ไม่มี ห้องน้ำไม่มี เริ่มตกใจ
สั่งน้องทุกคนอยู่ในศาลา แล้วพี่ปี 2 จะออกไปตามหาเอง
พวกเราเริ่มเครียด

แถมบอยเล่าว่าตอนกินข้าวเสร็จไปเดินเล่นกะกริชกะอ้อ
กริชยังอำอ้อ ว่าเห็นผู้หญิงชุดขาว แต่หายตัวไปแล้ว.. ประมาณนี้
ทุกคนขนลุกเกรียว อาถรรพ์หาดแม่รำพึงหรือเปล่า
.. เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง

มีการจับกลุ่มคุยกันไม่ให้เครียด
หลังจากทุกคนช่วยกันคิดเต็มที่แล้วว่าจะเอายังไง
ก็เริ่มจะปลุกใจกัน คุยตลกๆ กัน ไม่ให้บรรยากาศน่ากลัวเกินไป
บางคนก็ว่าเป็นแผนรุ่นพี่แน่ๆ.. เอาแผนเก่าๆ มาหลอกอยู่ได้
น้อคคิดเป็นคนแรกแล้วหันไปบอกกล้า
โอมก็บอกเรา หน่องก็ดูไม่เครียดอะไรเหมือนรู้อยู่แล้ว
สักพักกล้าคิดได้.. กระซิบกับเราว่า เซอร์ไพรซ์วันเกิดนวยแน่ๆ
เราเริ่มสงสัย ทำไมต้องเกี่ยวกับวันเกิดเราด้วย
แล้วถ้าเป็นแผน ทำไมพี่ปี 2 บางคนน้ำตาซึม..
หรือเป็นแผนพี่นายช่าง.. ก็คิดเรื่อยเปื่อยไป..

จนกระทั่ง พี่อุ๋ยเดินเข้ามายืนว่าพวกเราอย่างแรง
หาว่าเพื่อนหายไปคนนึงยังจะหัวเราะอยู่อีก
ไม่ห่วงเพื่อนเลยหรือไง
.. ทุกคนไม่ชอบพี่อุ๋ยแล้ว
บอยฟังแล้วลุกออกไปจากตรงนั้นทันที .. ป๊อดกับโอมก็เคืองมาก
เอลุกโทรศัพท์ตลอดเวลาเพราะซี้กับกริชที่สุด
เราบอกกล้าว่า เดี๋ยวถ้าเฉลยแล้วกูลุกไปนอนเลยนะ
ไม่สนอะไรแล้ว .. อารมณ์นั้นเราสับสนมากจริงๆ
เกือบจะลุกยืนตอบพี่อุ๋ยว่า ให้ผมร้องไห้ซะตอนนี้เลยดีไหม
แล้วจะได้เฉลย จบๆ ไปซะที
สงสารเพื่อนนั่งปวดหัวกันจะตายห่าอยู่แล้ว
ไม่รู้จะเล่นอะไรไร้ความคิดขนาดนี้..
แล้วไม่นานกริชก็กลับมา ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
.. พี่ปีสองพากลับมา

ไม่มีใครลุกถามกริชว่าไปไหนมา อะไรแบบนี้เลย กลับนั่งเงียบ..
ตรงนั้นปีสองก็เงียบ ปีหนึ่งก็เงียบ
เรากำลังจะลุกไปนอนอย่างเคืองแล้ว
ป๊อดดันร้องไห้ออกมาซะก่อน ถามพวกพี่ว่า
สนุกนักเหรอ ทำให้พวกเราเป็นห่วงเพื่อน คงสะใจแล้วสิ
ทำไปเพื่ออะไรกัน
.. พี่ต๋งตอบว่าตอนกูพาเพื่อนมึงไปกูก็ปวดหัวนะโว้ย
ยิ่งมาเจอพวกมึงหัวเราะเล่นกันเหมือนไม่มีอะไร กูยิ่งเศร้าใจ

กริชลุกขึ้นปิดงาน โดยเอาหนมปังปักเทียนอันนึงให้เรา
ปิดไฟ เป่าเทียน..
อารมณ์เราตอนนั้นมันไม่ใช่แล้ว มันโกรธอยู่
แต่ลุกไปไหนไม่ได้ ดันมาจบเอาที่เราด้วย ทำหน้าไม่ถูก
ไม่มีอะไรจะพูดด้วย รีบๆ ทำๆ ไปให้คืนนี้มันจบ..

เอลุกขึ้นระบายบ้าง ตรงกับใจที่เราจะพูดเป๊ะ
คือพวกพี่รู้ได้ไงว่าเราไม่ห่วงกัน
แค่ช่วยกันปลอบใจเพื่อนด้วยการพูดตลกบ้าง
จะให้ทำยังไงได้ .. พี่ไม่รู้ว่าพวกเราอึดอัดแค่ไหน
ที่ลุกออกไปข้างนอกไม่ได้ ช่วยอะไรก็ไม่ได้เลย..
เอพูดไปร้องไห้ไป..
งานสลายตัว ณ บัดนั้น

เราและอีกหลายๆ คนขอบคุณเอ ที่ช่วยพูดแทน
คืนนี้ทั้งชายหญิงกินกันเมาเละ
ปีสองปีหนึ่งเข้าหน้ากันไม่ได้แล้ว..
พี่อั้มมาบอกเราว่า เป็นคนเสนอให้เซอร์ไพรซ์วันเกิดเราเอง
เราก็เสียใจนะที่ทำให้พี่อั้มผิดแผน
แต่เราก็ทนไม่ได้ที่พี่ปีสองทำเพื่อนเราเจ็บใจขนาดนี้
เศร้าว่ะ..

คืนนี้หามกล้าเข้านอนแล้วเราก็นอนไปด้วย
ในหัวคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด.. ก่อนจะหลับไป

15 พ.ย. 42
เรื่องของคืนนั้นยังถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ตลอด
เราตกลงกันว่าจะไปเที่ยวกันเองอีกที
เป็นทริปไปชลบุรี พัทยา ระยอง วันที่ 4-7 ธ.ค.
ซึ่งเป็นวันหยุดเพื่อเตรียมงานจุฬาวิชาการ
ตั้งชื่อล้อเลียนคำ สบายใจกิน ของพี่เอก (ที่พวกเราชอบ)
ว่า สบายใจเที่ยว.. ครั้งที่ 1

16 พ.ย. 42
มีรถรับบริจาคเลือดจากสภากาชาดมาจอดในคณะ
เที่ยงครึ่ง เราเข้าคิวบริจาคกะเขาบ้าง ลองดู
นึกว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า แต่เสร็จแล้วก็เฉยๆ..

17 พ.ย. 42
บอร์ดข่าวประจำโต๊ะกรุ๊ปกำลังมาแรง
วันนึงเปลี่ยนพาดหัวหลายรอบ
แซวดะไม่ว่าใครจะคุยกับใคร เป็นข่าวได้หมด..
ทำให้พวกเราอยากเข้ากรุ๊ปกันบ่อยๆ.. ดีนะ..
ตัวอย่างพาดหัวข่าว
- อ้อขายออกแล้ว โลละห้า กอปต่อโลละสามได้มั้ย
- กล้าบุกเดี่ยวปล้นลุงไอติม รุดเข้าแจ้งความ
- แก้วซุ่มเงียบ ควงหนุ่มกินข้าวอักษร
- อั้มมีแฟนแล้ว ดาวเสดสาด ซ้อมวิดพื้นเตรียมตุ๊ยท้อง
- นวยลั่นอยากมีแฟน สิบเก้าแล้วเหงาจัง
- กริชเผย ชมรมแบดเป็นแค่ข้ออ้าง
- บอยสลัดคราบใจทุ๊ส บอกรักแอมเม่ก่อนน้ำท่วมโลก
- น้อคยอมรับเป็นเกย์ เผยสาเหตุความใจทุ๊ส
- สัมพันธ์ลับโอมเล็กกับวันเพ็ญ ตะลึงกลางลานเกียร์
- นิวเบนซ์ จิ๋ม(ชื่อคน)ไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน
- ป๊อดใจตุ๊ด ไม่ไปเกะกับสาวกรุ๊ปซี
- เก่งโชว์เต้นคริสตินกลางลานเกียร์ ฉาว..

21 พ.ย. 42
คำพูดที่ควรงดเว้นในปัจจุบัน เพราะพูดไปแล้วเสี่ยว
(1) จ๊าบ
(2) ยุคไอเอ็มเอฟ
(3) อะเมซิ่ง
(4) ประเทือง
(5) วายทูเค

22 พ.ย. 42
วันลอยกระทง
คณะนัดสี่โมงครึ่ง มาช่วยเตรียมงานลอยกระทงกัน
เราก็ใจดี ช่วยยกโต๊ะจากลานเกียร์ไปสนามหน้าสระน้ำสองรอบ
แขนหมดแรงพอดี
.. ถึงตอนจะแบกเสลี่ยง (นางนพมาศ และกระทงยักษ์)
เห็นรุ่นพี่มานั่งสแตนด์ มีถุงให้ฝากข้าวของด้วย
เรากะจะอยู่ช่วยงานเลยได้จังหวะหนี ไม่เอาแล้ว
เป็นโรคเซ็งพิธีการ..
แอบไปเดินร่อนดูซุ้มคณะต่างๆ และดูคนมาเที่ยวงานแทน
คืนนี้ในงานได้ดูวงพี่อูเล่นแนวร็อคโหดได้ถึงอารมณ์มากๆ..

23 พ.ย. 42
เมื่อคืนในงานลอยกระทงเจอชายผมยาวหนวดเครารุงรัง
แต่งชุดไทยห่มสไบเฉียงเดินทั่วงาน
บอยกับบูลก็ชวนเราดู ว่ามันทำไมกัน เราว่าคงเป็นงานแสดงมั้ง
และแล้ววันนี้เที่ยงก็ให้บังเอิญชายคนเดิม
มาในชุดสาวออฟฟิศ เดินเข้าลานเกียร์คุยกับเขาไปทั่ว
โอมบอกว่า เคยเจอคนนี้ใส่ชุดคลุมท้องด้วย น่ากลัว..

พอเดินมาถึงโต๊ะเราเท่านั้นแหละ พูดคำแรก
.. ดูข่าวช่องสิบเอ็ดกับไอทีวีไว้นะ ข่าวเขาดีมาก
โลกเรากำลังจะแย่แล้ว พวกเราไปอยู่ดาวปูกัน
จะย้ายตึกทุกตึก ต้นไม้ทุกต้นในจุฬาฯ ไปไว้ที่นั่น
เพราะพวกเราเป็นคนดี จะพาไปก่อน
ไปทางแคปซูลย้ายมวลสาร เร็วกว่าไทม์แมชชีนอีกนะ
หน่วยเงินของที่นั่นดีกว่าของเรามากรู้ไหม
ร้อยมิลลิกระดึ๊บ เป็นหนึ่งไมโครกระดึ๊บ
ร้อยไมโครกระดึ๊บเป็นหนึ่งกระดึ๊บ
หนึ่งกระดึ๊บตอนนี้เท่ากับ 29 บาท
ถ้าคุณซื้อชุดนิสิตที่นั่นล่ะไม่เกิน 5 บาทหรอก.. ฯลฯ

รู้เลย ที่แท้ก็พี่อ้อยหวานที่เคยรู้จักในเพลงของซีเปียนั่นเอง

1 ธ.ค. 42
(1) คนเราอาจจะมองเห็นสีต่างกันก็ได้
เรามีข้อตกลงกันตั้งแต่เกิดว่าสีนี้เรียกชื่อนี้ๆ
เลยไม่มีใครฉุกคิดได้ว่า แดงของเรากับแดงของเขา
มันแดงเท่ากันหรือเปล่า หรือแดงของเขาเป็นฟ้าของเรา..
ไม่แน่คนเราอาจจะชอบสีเดียวกันหมด ตามที่สายตามองเห็นก็ได้
เพียงแต่เราเรียกชื่อสีไปคนละชื่อ..
ทางเดียวที่จะพิสูจน์ทฤษฎีนี้ได้คือ ต้องไปสิงร่างคนอื่น

(2) ลำไส้คนเรามีต่อมปวดอึอยู่หลายต่อม ตามรายทาง
จากลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ จนถึงไส้ตรง
ถ้าอึของเราเคลื่อนที่ไปถึง ต่อมที่โดนสัมผัสก็จะทำงานเตือนเราทันที
แต่สักพักถ้าได้นั่งนิ่งๆ ก็จะหายเป็นปลิดทิ้งเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะยังมีต่อมสอง ต่อมสาม อีก
ตามความยาวลำไส้ใครลำไส้มัน
จนถึงต่อมสุดท้ายที่ไส้ตรงนั่นแหละ
ขอเรียกมันว่า ต่อมสุดทน.. ถึงตรงนี้เมื่อไหร่ตัวใครตัวมัน

(3) คนเรายึดติดกับคอมพิวเตอร์มากเกินไปแล้ว..
ถ้าอยากจะครองโลก เราคงทุ่มเทเขียนโปรแกรมออกมาขาย
แข่งกับวินโดวส์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทุกเครื่อง..
ทำให้ทุกคนตายใจและใช้โปรแกรมเราอย่างเลี่ยงไม่ได้
พอถึงวันที่ที่ตั้งไว้ในโปรแกรม ก็ให้โปรแกรมหยุดทำงาน
พร้อมกันทั่วโลก ห้างร้าน สำนักงาน องค์กร ธนาคาร ขนส่ง ต่างๆ
จะต้องหยุดชะงักและปั่นป่วนหมด แล้วก็จะได้สะใจ
มั่วไปกับกระแส Y2K ก็ได้ จะได้ไม่มีใครมาจับผิดเรา..
.. เอ๊ะ แล้วรู้ได้ไงว่าตาบิล เกตต์ แกไม่ได้เคยคิดแบบนี้อยู่
หรือว่า Y2K ที่เขาพูดๆ กัน มันมีเบื้องหลัง..

5 ธ.ค. 42
รถไฟฟ้าเปิดบริการเป็นวันแรก
หลังจากทดลองวิ่งทั้งวันมาหลายเดือน
อยู่ดีๆ ก็เปิดให้บริการกันดื้อๆ
ยังไม่มีประกาศอะไรเลย พิธีเปิดก็ไม่มี แปลกดี..
ตลอดสายมีสถานี รวม 23 แห่ง
สนนราคาใกล้สุด 10 บาท จนถึงไกลสุด 40 บาท

7 ธ.ค. 42
ไปเป็นยามเฝ้าคณะในช่วงเตรียมงานจุฬาวิชาการ
กรุ๊ปเราอยู่เฝ้าตรงสามแยกกันจนถึงเช้า..
จัดกันเองเป็นสองพวก ผลัดกันอยู่และผลัดกันเที่ยว
รอบแรก เรา เก่ง บอย กริช ว้อบ และเณร นั่งร้องเพลงกัน
โอม โฟล์ค หนึ่ง ต้า วาย ก็ไปเที่ยวอาร์ซีเอ กลับมาตีสองตีสาม
ผลัดเวรให้พวกเราไปเที่ยวบ้าง
ปรากฏว่าเพื่อนเณรเราชวนไปกินนม..

มนต์นมสดเปิดถึงตีสอง ไปไม่ทันล
ได้กินโจ๊กสามย่านตอนร้านเปิดตีสี่แทน

8 ธ.ค. 42
ไม่ได้นอนและไม่ได้กลับบ้าน
อยู่เร่ขายสมุดในงานก่อน

เกือบขายออก 5 เล่ม 80 อยู่แล้วเชียว
คนซื้อกำลังควักตังค์จะจ่าย
ไอ้คนสภานิสิต อบจ. มันเอาวิทยุสื่อสารเสายาวๆ มาชี้หน้าเรา
แล้วบอกว่า ห้ามขายตรงนี้ ถ้าจะขายไปขายในคณะ
มีอะไรเรียกไอ้โอ้มาคุยได้ (ใครวะโอ้)
อย่าให้เจออีก ไม่งั้นจะเอาตำรวจมาลากออกไปแน่ๆ..

ฮ่วย.. เราก็เคืองเด่ะ
พูดกันดีๆ ทำไมต้องขู่ขนาดนี้ แถมยังเอาเสามาชี้หน้าอีก
ยกมือไหว้มันทีนึงแล้วพาคนซื้อออกมา จะมาขายแถวคณะ
ปรากฏว่าเจอของคู่บุญของคณะ คือพิธีการอีก ให้สำรวม ยืนนิ่งๆ
คนซื้อเลยหนีไปหมด.. หมดอารมณ์ขาย
ก็เลยเดินกลับบ้าน

9 ธ.ค. 42
เจอประโยคข้างๆ กระป๋องถั่วโก๋แก่ บอกว่า
.. ควรบริโภคก่อน ดูใต้กระป๋อง ..
โอ้โห ถ้าเผลอดูก่อนล่ะเป็นอันอดกินเลย

18 ธ.ค. 42
เรียนเรื่องเครื่องมือวัด แล้วสงสัยว่า
ใครเป็นคนกำหนดว่าความยาว 1 ซม. ต้องยาวเท่านี้
ไม่สั้นไม่ยาวกว่านี้ เอาอะไรมาระบุ
แล้วอุปกรณ์เซนติเมตรมาตรฐานอยู่ที่ไหน
โรงงานไม้บรรทัดใช้อะไรมากำหนดสเกล..
ใช้ไม้บรรทัดของเจ้าอื่นเหรอ ยังงี้ก็คลาดเคลื่อนแย่เลย
แล้วนี่วัดต่อๆ กันมากี่ร้อยปีแล้วเนี่ย

24 ธ.ค. 42
ณ อุณหภูมิ 13 องศา ตอนเช้ามืดของกรุงเทพฯ
แทบไม่ต้องใช้ตู้เย็นแช่น้ำแล้ว
ไม่เคยหนาวขนาดนี้มาก่อน ต้อนรับปีสองพันหรือไงเนี่ย..

บรรยากาศเมืองไทยตอนนี้กลายเป็นแถบยุโรปไปแล้ว
นั่งรถเมล์ผ่านหน้าโรงเรียนเตรียมฯ ตอนเที่ยง
เด็กเลิกเรียนออกมาในชุดกันหนาวกันเต็มไปหมด แปลกตาดี
สีสันสดใส โลกก็น่าอยู่กว่าเดิม..

ศุกร์ก่อนกินไอติมกะทิที่ตลาดนัดในจุฬาฯ แล้วเกิดชอบใจ
วันนี้เลยแวะไปกินอีก หนาวก็ไม่หวั่น
แย่เลยนะช่วงนี้ร้านไอติม น้ำปั่น น้ำแข็งไส ซบเซากันไปหมด
แต่ร้านโจ๊ก ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ อะไรพวกนี้คงชอบใจ..

30 ธ.ค. 42
สอบเสร็จวิชาสุดท้ายแล้ว กรุ๊ปไบรท์แกไปเที่ยวอาร์ฯ กัน
หน่อง บอย บูล จ้ำ โอ๊ด จะไปดูหนัง เราเลยเดินมาด้วย
แวะกินข้าวไหนกันดี โอ๊ดว่าก๋วยเตี๋ยวเรือท่าสยามเป็นไง..
เพิ่งเปิดใหม่ซะด้วย (ข้างร้านโดเรมี ริมถนน ทางขึ้นรถไฟฟ้า)

โอ้โห ร้านหรูทีเดียว ชามไม่ใช้ ใช้หม้อแทน
เป็นหม้อสังกะสีเตี้ยๆ มีด้ามจับเป็นไม้
ทุกคนกินจากหม้อ ได้อารมณ์ก๋วยเตี๋ยวเนื้อดี ไฟสลัวๆ
คนแน่นต้องขึ้นชั้นสอง เอ้า สองก็สอง..
โอ้โหอีกที มีเครื่องมือไฮเทคครับท่านผู้ชม
เจาะรูระหว่างชั้น ทำลิฟต์วางของ เป็นแผ่นไม้ผูกเชือก
ส่งก๋วยเตี๋ยว ส่งผัก ขึ้นไปชั้นสอง ชั้นสาม ได้..
มีมอเตอร์ชักรอกอยู่ ดังอื้ด อื้ด.. แหม่ครีเอทสุดๆ
แถมโต๊ะเราได้มุมดี ชมสาวหน้าใสโต๊ะติดกันด้วย..

และแล้วพอกินเสร็จ รอบางคนไปเข้าห้องน้ำ เราก็นั่งคุยกับหน่อง
อยู่ดีๆ มีชาม (หม้อ) ก๋วยเตี๋ยวลอยเข้ามา.. โครม..
ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกหมูครับ หกเต็มกางเกงผมเลย
กระเด็นใส่เสื้ออีกเป็นดวงๆ ต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำโดยด่วน
รองเท้ามันแผล่บ กางเกงแข็ง และเสื้อกลายเป็นลายดอกงดงาม..
เหตุการณ์ทั้งหมดคือ คนวางหม้อชั้นหนึ่งมันวางไม่ดี
ชิดขอบเกินไป ด้ามจับน่ะยื่นออกมาข้างนอก
พอมาถึงชั้นสองเลยเกิดโมเมนต์ กับขอบรู..
หม้อหมุนควับมา โบ๊ะกางเกงผมพอดี.. เยี่ยมจริงๆ ดวงท่านวันนี้

เจ้าของร้านเดินมาบอกว่า มื้อนี้ฟรีละกัน.. โอกาสหน้าเชิญใหม่..
เพื่อนๆ ก็โฮลี่กันใหญ่สิ กินฟรีต้อนรับปีใหม่ ถือว่าไอ้นวยเลี้ยง
แถมยังทำท่าเสียดายว่าน่าจะสั่งเพิ่มซักคนละชามด้วย..
..แต่เราก็..เฮ้ย อะไรวะ ให้ฟรีแค่มื้อเนี้ยอ่ะนะ น่าจะกินฟรีทั้งปี
จะเดินสยามต่อเลยเป็นอันอด ต้องรีบกลับบ้านแช่เสื้อกางเกงด่วน

(ป.ล. หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเป็นต้นมา
ร้านนี้ก็ไม่เคยใช้ชักรอก เพื่อส่งก๋วยเตี๋ยวอีกเลย.. สาธุ..)

คำคมที่หน่องทิ้งท้ายปีเก่าไว้ ก่อนจากกันคือ
.. อิ่มจังตังค์อยู่ครบ

31 ธ.ค. 42
ไคลแมกซ์ของวันนี้คือ ตอนค่ำ
รอเค้าท์ดาวน์กันอยู่ที่พัทยา .. สู่ปีใหม่ ปี 2000 ..
(ไม่ใช่ศตวรรษหรือสหัสวรรษใหม่ อย่างที่หลายคนเข้าใจ
เพราะเขาต้องเริ่มนับกันเมื่อขึ้นปี 2001 ต่างหาก)
ปีนี้คนตื่นกว่าทุกปี เพราะดันมาเจอปัญหาวายทูเค
ที่บ้างก็ว่าคอมจะเจ๊ง ไฟจะดับ ธุรกิจจะปั่นป่วน
แถมตบตูดด้วยคำทำนายของนอสตราดามุสที่ว่า
โลกเราจะแตกปลายปี 1999
.. จำได้ว่าตอนเด็กเคยเห็นลายเซ็นไมเคิล แจ๊คสัน
เซ็นกำกับลงท้ายด้วยตัวเลข 1999 เพราะเขาเชื่อว่า
โลกจะแตกปี 1999 เช่นกัน ..

10 ม.ค. 43
นิสัยเสียของเราคือ ทำผิดแล้วไม่ค่อยยอมรับผิด
ชอบหลอกตัวเองให้เชื่อว่าเราเป็นฝ่ายถูก
แล้วก็เพียรหาข้อแก้ตัวสารพัด..
โชคดีที่เจออาจารย์คนจริงเข้าให้
เขาจับไต๋เราได้ ให้เราได้รู้ตัวซะที
ต่อไปนี้จะไม่ทำอย่างงี้อีกแล้วครับ ผิดก็จะยอมรับผิด..
(ทางที่ดี อย่าทำผิดเลยจะดีกว่า)

15 ม.ค. 43
งานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 56
ขึ้นสแตนด์เชียร์ แปรอักษร ร้อนแต่ก็หนุกดี
รู้สึกกำลังใจฝั่งจุฬาเป็นต่อ
มีด๊อกเตอร์พิจิตต ผู้ว่ากรุงเทพฯ มาคอยปลุกใจทั้งวัน
เขาบอกปีนี้นโยบายทำพญาไทเป็นสีชมพูได้ผล
เอาธงสีชมพูมาติดเต็มถนนเลย
พอธรรมศาสตร์รู้ก็แอบเอาธงเหลืองแดงมาติดบ้าง
แกก็รีบสั่งปลัดเขตปทุมวันให้เอาลงทันที (คนดูปรบมือฮา)
วันถัดมาธงเหลืองแดงยังอยู่ แกก็ไปสืบๆ
ได้ความว่า ปลัดเขตปทุมวันแกจบธรรมศาสตร์ (ฮาอีกที)..

20 ม.ค. 43
คิดอะไรก็เป็นจริงไปซะหมด
(1) เมื่อวานเย็นลองนึกภาวนาเล่นๆ ให้อากาศหนาวอีกซักครั้ง
เพราะไม่หนาวมาหลายสัปดาห์แล้ว พอตื่นเช้ามาอากาศก็หนาวเลย..
(2) บ่นกับหน่องว่าแถวนี้มีช้างมาเดินเยอะว่ะ เจอทุกวัน
ยังไม่ทันขาดคำ ช้างก็โผล่พรวดออกมาจากซอยต่อหน้าต่อตา
(3) เดินไปหอกับหน่อง บอกว่าเดี๋ยวก็เจอคนที่หน่องหมั่นไส้อีกแหละ
ว่าปั๊บก็เจอเลย หน่องถึงกับอุทานเฮ้ยแม่นว่ะ..
(4) ผ่านเซ็นเตอร์พ้อยท์คนเดียว นึกในใจว่า
ถ้าเจอแมวมองเราก็อาจจะได้เข้าวงการ ดังเลยก็ได้นะ
เงยหน้าขึ้นมา พจน์ อานนท์เดินสวนเราไปในระยะประชิด..
ไม่มองหน้าเราซักแอะ..

12 มี.ค. 43
... คอมพิวเตอร์ เราเป็นเจ้านายมันตอนใช้งาน
แต่มันจะมาเป็นนายเราก็ตอนที่มันเจ๊งบ๊งนี่แหละ ...
ประโยคจากหนังสือ ก้นกล่อง เขียนโดยอุดม แต้พานิช

6 เม.ย. 43
... อย่างน้อยวันนี้ก็ได้รู้สัจธรรมของชีวิตเกี่ยวกับร่างกายคนเรา
ว่าไอ้ตอนร่างกายมันสมบูรณ์ปกติทุกส่วน
เราก็ไม่เคยได้ทะนุถนอมมันเลย ใช้งานหนักอย่างไม่รู้ตัว
แล้วพอมันชำรุดถึงเพิ่งมาคิดถึงหน้าที่ของมัน
... ใครว่ากล้ามก้นไม่สำคัญ
วันนี้ปวดก้น ทำให้เราค้นพบแล้วว่ากล้ามก้นจะถูกใช้เมื่อใดบ้าง

(1) เปลี่ยนท่า จะต้องเกร็งก้นอย่างมาก
ในการรวบรวมกำลัง เคลื่อนย้ายน้ำหนักร่างกายส่วนบน
ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากนอนเป็นนั่ง จากนั่งต้องเกร้งตัวมาเป็นยืน
ปวดจนต้องเอามือยันพื้นช่วยพยุง ท่าแบบคนแก่เลยเรา
ตอนเดินก็ต้องมีการแกว่งของข้อตรงก้น ซึ่งถ้าก้าวยาวเกินไป
น้ำหนักตัวจะไปตกไกล ทำให้ขาส่งแรงมาเกร็งตรงก้นอีกจนได้
เรื่องวิ่งยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย..
จากยืนเป็นนั่งก็ต้องเกร็งก้นหย่อนตัว ไม่งั้นก้นจะกระแทกแรงมาก
ไอ้จะลุกขึ้นจากเก้าอี้นี่ก็ต้องเกร้งก้นอีกเช่นกัน สารพัดไปหมด..

(2) ผิดท่าผิดทาง
มีหลายท่าที่เขาไม่แนะนำให้ทำใช้เพราะจะเสียสุขภาพ
จะทำให้ร่างกายเสื่อมตอนอายุมาก
ไอ้เราก็ไม่เคยเชื่อ ยังทำอยู่ตามความเคยชินบ่อยๆ เช่น
ก้มหลังลงทำอะไรที่พื้น (หยิบของ เสียบปลั๊กไฟ)
ท่านี้ปวดหลังกับก้นมาก ต้องรับแรงน้ำหนักตัวที่ยื่นออกไปนอกฐาน
ท่านั่งยองๆ ก็ว่าข้อเข่าจะเสื่อม แต่เราเจอเต็มๆ ว่าท่านี้
กล้ามเนื้อก้นจะตึงเปรี๊ยะเหมือนจับมันยืดออก ก็เลยจะปวดมาก

(3) หยุดอยู่ท่าใดนานๆ แล้วขยับตัว จะเมื่อยมาก
ไม่มีท่าใดพักผ่อนการเกร็งกล้ามเนื้อได้ครบ 100% หรอก
เราจะรู้ว่ากล้ามไหนเกร็งอยู่ก็เมื่อขยับเปลี่ยนท่า
แล้วมันจะแสดงอาการเมื่อยล้า หรือชา ให้เราทราบเอง
เพียงแต่วันนี้กล้ามก้นมันออกอาการเปลี่ยนจากเมื่อยเป็นปวดแทน...

(4) เวลาจะใส่กางเกง
ยืนยกขาข้างเดียวยังไม่ปวด แต่นี่ต้องก้มตัวลงด้วย
แค่ก้มเฉยๆ ก็ทรมานแล้ว ยังต้องยกขาขึ้นใส่กางเกงอีก ทรมานมาก
(5) ไอ หรือจาม ก้นจะเกร็งทันที ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ
(6) ท่ากำลังจะอ้วก ก้นก็จะเกร็งปึ๋งเหมือนกัน

9 เม.ย. 43
นั่งคุยกันเล่าเรื่องตลกไปมา เราเล่าๆ ไป
ป๊าเกิดสนุก งัดเรื่องมาเล่าบ้าง แต่ละเรื่องฮากลิ้งทั้งนั้นเลย

เกือบยี่สิบปีก่อน มีอาแปะคนนึงแกแบกหาบขายขนม
อยู่แถวโรงแรมเชอราตัน มีเค้ก แยมโรล ขนมปังใส่ไส้บ้าง
ทุกเย็นแกก็ต้องมาประจำ แต่แกขายโคตรฮาเลย
พอหาบมาถึงนะ ปากก็ร้องมาแต่ไกล.. โน้มมมมม...
เดินมาอีกสิบก้าว หันหน้ามาหาฝูงคน..เอามือป้องปาก.. ปัง!..
คนก็แตกฮือ น้ำลายเต็มหน้ากูหมดเลยไอ้ปังเนี่ย..
(ป๊าทำอีกที) หนมมมมม...
เดินไปสองสามคูหา แล้วก็เอามือป้องปาก.. ปัง!...
ไอ้คนมันเจอตรงปังแล้วตกใจทุกที ไม่รู้มันขายอะไร

อีกเรื่องก็เรื่องจริงยี่สิบกว่าปีมาแล้ว
มีวันนึงนั่งรถผ่านไป จะเอาของไปส่ง ผ่านแถวๆ สามพราน
มันก็มีคนมุงดูอะไรอยู่เต็มเลย ไอ้เราก็ชักอยากรู้
เฮ้ยมุงอะไรกันวะ เปิดประตูลงไปดูถึงได้รู้ ตรงนั้นมันเป็นคลอง
มีเด็กห้าหกขวบตกน้ำไป ว่ายน้ำไม่เป็น..
ก็มีผู้ชายคนนึงลงไปช่วยเด็กขึ้นมาเว้ย คนดูนี่เฮกันลั่น
มีคนถาม ทำไมคุณถึงเสียสละลงไปช่วยเด็กคนนั้นล่ะ
ไอ้คนนั้นหันมาบอก..
กูก็ไม่รู้ใครถีบกูลงไปเหมือนกัน..
ฮ่ะๆๆ ไอ้นี่ซวย ดันไปมุงอยู่แถวหน้า..

11 เม.ย. 43
รู้สึกวันนี้นี่เองที่ไปช่วยเบลล์เลือกอันดับคณะ
ว่าแผนศิลป์เสียเปรียบกว่าแผนวิทย์เยอะเลย
สมมติเอ็นทรานซ์ได้ 50% ถ้าคุณอยู่แผนวิทย์คุณได้เรียนที่โอเคแล้ว
ได้เรียนวิศวะหลายๆ ที่ สบายมาก
หรือถ้าได้แค่ 40% ก็ยังเรียนสถาบันเทคโนโลยีได้
แต่ถ้าคุณอยู่แผนศิลป์นี่ 50% หมายถึงคณะที่คะแนนต่ำมากๆ
และหากคุณได้ 40% ละก็ เตรียมซื้อคู่มือท่องเที่ยวได้เลย..
นวย 22/12/2003 11:42 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ