0364
19/10/46 .. บันทึกจริง : ฝันกับจริง
แสดงทั้งหมด

20/10/46 .. บันทึกจริง : ดวงพาไปตอบ: 0, อ่าน: 702

ตื่นมาก็ว่าจะชวนน้องยุไปดูหนัง แฟนฉัน ค้นเบอร์โทรราชเทวีรามาแต่โทรไปไม่มีใครรับซะที น้องยุก็โทรมาหาบอกว่าวันนี้มาหาหมอรักษาสิวอยู่สยามสแควร์ เราก็ อ๊ะ งั้นไปเจอกันก่อนเลยละกัน ระหว่างทางเราจะได้ผ่านป้ายโปรแกรมหนังราชเทวีด้วย... ก็ปรากฏว่าป้ายบอกฉายเรื่อง ตู้ซ่อนผี ควบกับ ผี..ดุ หนังผีสองเรื่องสองภาษา ว่าจะโทรไปถามโรงที่สะพานควายว่าพรุ่งนี้ฉายเรื่องอะไร แฟนฉันฉายเมื่อไหร่ ก็ไม่ได้โทร เปลี่ยนใจว่าจะโทรตอนก่อนกลับบ้านตอนเย็นแทน

สรุปแล้ววันนี้ได้เอาบัตรรถไฟฟ้าไปขายต่อให้น้องมด และได้ซื้อปริ๊นเตอร์เครื่องใหม่ เรื่องทั้งหมดเป็นไปตามจังหวะจะโคนดังนี้

1.
- เช้า เกือบ 11 โมง เก่งโทรศัพท์มือถือดับ น้องมดโทรมาหาเก่งก็เลยโอนมาเข้าเครื่องเราแทน น้องมดบอกว่ากำลังจะเรียนกะเก่งที่เอแอนด์ดับบลิว สยามฯ
- พักนึงเราก็โทรหาเก่ง จะให้ดูรอบหนังให้ แต่โทรช้าไป เก่งอยู่บนรถไฟฟ้าแล้ว ก็ไม่เป็นไร
- เราก็ออกจากบ้านไปหาน้องยุ และรู้แล้วว่าหนังยังไม่ฉายโรงควบ แล้วจะทำอะไรดีล่ะ เริ่มโดยไปเยี่ยมเก่งสอนที่เอแอนด์ ก่อนเลย กะไว้ว่าจะเอาบัตรรถไฟฟ้าไปฝากน้องโอ๊ตไปขาย
- เข้าใจผิด น้องมดเรียนคนเดียวตะหาก แต่ว่าโชคดีมาก น้องมดเพิ่งใช้บัตรรถไฟฟ้าหมดเที่ยวสุดท้ายตอนโทรมาติดเครื่องเราพอดี และยังไม่ได้ซื้อใบใหม่สำหรับขากลับ ก็เลยรับซื้อต่อไปจากเราในราคากันเอง

ลองคิดดูสิว่าต้องมีปัจจัยอะไรบ้างให้เหตุการณ์การขายบัตรนี้เกิดได้ ถ้าเราไม่อยากดูหนังวันนี้ก็อด ถ้าน้องยุไม่ออกจากบ้านมาหาหมอวันนี้ก็อด ถ้าเก่งไม่โทรศัพท์ดับพอดีก็อด ถ้าเก่งยังดูโปรแกรมหนังให้เราทันก็อด ฯลฯ ถึงได้ว่าชีวิตไปตามจังหวะ

2.
- เอาเรซูเม่ไปจ้างเขาปริ๊นท์ใต้ตึกจอดรถสยามฯ ด้วย แต่ดวงเราเป็นอะไรหนอ ร้านแรกที่เคยปริ๊นท์ก็มาปิดปรับปรุงเอาวันนี้พอดี ร้านถัดมาเครื่องเสียไม่รับปริ๊นท์ ร้านถัดมาจะปริ๊นท์ก็ปรากฏว่าโปรแกรมรวนเลยไม่ยอมทำให้ และร้านสุดท้ายนี่กว่าจะปริ๊นท์ได้งมอยู่นาน ปรากฏว่าจ่ายเงินเสร็จเดินออกมาสังเกตดูอีกที ไมโครซอฟท์เวิร์ดทำพิษ เป็นภาษาต่างดาวไปหนึ่งบรรทัด! ใช้ไม่ได้เลย..
- บอกน้องยุว่า เห็นไหม ดวงเรามันกำลังจะเกิดอะไรซักอย่างแน่ๆ สงสัยไม่ได้สมัครงานแล้วมั้ง.. แต่จะลองไปปริ๊นท์ห้องเก่งดู..
- กินข้าวกันเสร็จสรรพ ไม่รู้จะทำอะไรดีก็ชวนน้องยุเดินไปโรงเรียนเรา จะไปถามข่าวว่ารับครูสอนเลขเพิ่มไหม แต่เดินมาถึงโรงพยาบาลตำรวจเก่งก็โทรมาหยุดเราไว้ก่อน ให้เราไปหาที่เวิร์ลเทรด
- เก่งกำลังรอรอบหนังอยู่ เก่งมาดูหนังคนเดียว ฉะนั้นยังไปปริ๊นท์ที่ห้องเก่งก็ไม่ได้อีก จะไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนก็ไม่ได้ไปอีก
- จู่ๆ เพิ่งเดินมาถึงเวิร์ลเทรด พี่สาวน้องยุก็เรียกกลับบ้านด่วน ต้องเดินไปส่งที่มาบุญครอง ไกลมาก แล้วเราก็เลยไม่มีอะไรทำ เดินกลับบ้าน ตั้งใจไว้ว่าขอแวะตัดผมหน่อยก็ดี วันนี้ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
- บังเอิญเดินผ่านห้างพันธุ์ทิพย์ แล้วเกิดความคิดที่จะซื้อปริ๊นเตอร์ขึ้นมาดื้อๆ ว่าจะเอาแบบถูกๆ ไม่ถึงสองพันบาท วันก่อนที่มาซื้อสายแพฮาร์ดดิสก์ก็เห็นอยู่บ้าง.. ว่าแล้วก็เดินเข้าไปดูราคา แล้วก็ซื้อเลย!
- เอปสัน ซี43ยูเอสบีพอร์ต เป็นรุ่นที่เราได้มาในราคาพันเจ็ดร้อยเก้าสิบบาท ไม่ได้ศึกษาอะไรมาก่อนเลย ไม่เคยคิดว่าจะมาซื้อด้วย จู่ๆ ก็อยากขึ้นมา เห็นว่าราคาถูกสุดก็เลยเอารุ่นนี้แหละ.. ที่เลือกยูเอสบี ไม่เลือกพอร์ตขนานก็เพราะจะได้ถอดง่ายหน่อย ไม่รู้เลือกไวๆ อย่างงี้จะแย่หรือเปล่านะ..
- เงินไม่พอ ต้องกดตู้เอทีเอ็มมาอีกร้อยบาท (เหลือทอนสิบบาทเดินกลับบ้าน) ปรากฏว่าเป็นจังหวะของเราหรือไง ตู้กสิกรไทยกำลังซ่อมกันอยู่ ขี้เกียจยืนรอ เลยไปเบิกตู้ธนาคารอื่นข้างๆ คือไทยทนุ ไม่รู้ว่าจะโดนค่าธรรมเนียมไปสามบาท.. โห! ทีนี้เลขที่เหลือในบัญชีก็ไม่สวยเลย.. ลงท้าย 97 เลย..

สรุปว่าได้ปริ๊นเตอร์มาปริ๊นท์เรซูเม่สมัครงาน และชีทเลขที่เพิ่งพิมพ์ คงเพราะดวงนะเนี่ย ไม่ได้แกล้งซื้อจริงๆ.. ลองคิดดูเล่นๆ อีกที ถ้าไม่ไปสยามก็ไม่ได้ซื้อ ถ้าปริ๊นท์ได้สำเร็จในร้านใดร้านหนึ่งก็ไม่ได้ซื้อ ถ้าเก่งไม่ดูหนังก็ได้ไปปริ๊นท์ห้องเก่งก็ไม่ได้ซื้อ ถ้าน้องยุไม่ถูกเรียกกลับด่วนก็ไม่ได้ซื้อ ถ้าไม่ได้กลับทางมาบุญครองก็ไม่ได้ผ่านพันธุ์ทิพย์ก็ไม่ได้ซื้อ ถ้าขึ้นรถเมล์กลับก็ไม่ได้ซื้ออีก.. ยังมีอีก ก่อนน้องยุกลับก็โทรถามโรงหนังที่สะพานควายเขาว่าฉายเรื่องนีโมอยู่ น้องยุก็เลยอยากดู ชวนดูพรุ่งนี้.. ดีนะเนี่ยถ้าโทรถามแต่เช้าล่ะก็วันนี้ก็ไม่ได้ซื้อปริ๊นเตอร์อีกเช่นกัน..

แต่วันนี้ก็เลยไม่ได้ดูหนัง และไม่ได้ตัดผม ตามที่ตั้งใจไว้เลยซักอย่าง..
การซื้อปริ๊นเตอร์วันนี้ดีกว่าที่คิด เพราะเมื่อเช้าม้าให้ตังค์ แล้วก็ยังช่วยออกค่าปริ๊นเตอร์ให้อีกนิดหน่อย พอบวกกับค่าบัตรรถไฟฟ้าที่ขายมาได้ซึ่งก็เป็นตังค์ม้าอีกแหละ ก็พบว่าม้าเป็นสปอนเซอร์จ่ายค่าปริ๊นเตอร์คนเดียวล้วนๆ และเราได้กำไรด้วย 10 บาท!.. นี่ถ้าซื้อวันหลังคงต้องจ่ายเอง..

3.
เรื่องสุดท้าย เรื่องนี้ฮา
- น้องแพรโทรมาขอเบอร์บ้าน ว่าจะโทรเข้ามาคุยด้วย แล้วระหว่างรอ นั่งๆ นึกว่าจะคุยเรื่องไรหว่า เท้าเราก็ดันไปโดนปุ่มปิดสวิตช์ UPS พอดี สักแป๊บรู้ตัวก็กดเปิดใหม่
- นั่งรออยู่ห้านาที เอ๊ะทำไมยังไม่โทรมาหนอ หรือจะเป้นจังหวะ UPS ดับเมื่อกี๊.. โทรศัพท์ก็ต่อผ่านเครื่องนี้อยู่ อาจะตัดไปด้วย.. เราก็พูดขึ้นมา ถามม้าดูว่าเป้นไปได้ไหม แล้วก็เลยลองปิดดูอีกทีดีกว่า แล้วยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาฟัง..
- เฮ้ย ไม่มีสัญญาณจริงๆ ด้วย.. มีคลื่นแทรกๆ เสียงดัง คล้ายๆ แว่วๆ ได้ยินเสียงคนพูดเบาๆ คงเป็นเสียงสายอื่นแทรกเข้ามา ฟังไม่ชัด ไม่รู้นึกยังไงเราก็พูดฮัลโหลๆ ลงไป..
- ปรากฏว่าเสียงนั้นตอบกลับมา ฮัลโหล พี่นวยเหรอ.. นั่นคือน้องแพร.. เฮ่ย! แล้วจู่ๆ มาได้ไง ตกใจเลย.. รีบเปิด UPS เสียงก็ชัดใสอีกครั้ง เป็นไปได้ไงมายกหูเอาตอนโทรเข้ามาพอดี ไม่มีเสียงกริ่งซักแอะ.. ม้านั่งดูอยู่ก็ฮา..

สองสาวมิมิกับแพร จะให้เราไปสอนกีตาร์ให้ หลังจากเราคุยเหตุผลว่าทำไมอยากหัดจนพอจะมั่นใจแล้วว่าไม่เลิกง่ายๆ ก็ยอมรับปากจะไปสอนให้วันพุธบ่ายที่บ้านน้องแพร (ติดสถานีรถไฟฟ้าพระโขนง.. แต่บัตรรถไฟฟ้าขายไปแย้ว..) ก็ขอให้น้องมิมิอย่าเพิ่งซื้อกีตาร์นะ น้องแพรก็ไปขุดกีตาร์คลาสสิคของพี่สาวมาใช้ด้วยกันไปก่อน คาดว่าดูไปสักพักเราค่อยบอกให้ซื้อได้..

อย่างงี้พรุ่งนี้ต้องรีบไปสมัครงานเป็นครูด่วนแล้ว เดี๋ยวไม่ทันเปิดเทอมเอา!
นวย 27/10/2003 19:48 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ