0354
6/10/46 .. บันทึกจริง : งานออฟฟิศวั…
แสดงทั้งหมด

7/10/46 .. บันทึกจริง : งานออฟฟิศวันที่สองตอบ: 0, อ่าน: 687

งานวันนี้ไม่มีเพลงที่ได้รับมอบหมาย ดีที่ช่วงบ่ายโปรแกรมเมอร์ชาวต่างชาติคนนึงขอให้ทำซาวด์เอฟเฟกต์ประกอบเกม (จาวาบนโนเกีย) ให้ ตาคนนี้กังวลและเข้มงวดเรื่องขนาดมากๆ ให้เราบีบจนแทบฟังเสียงไม่รู้เรื่อง ขนาดว่าสิบกว่าเคแกก็ไม่ชอบแล้ว บอกว่าขนาดไฟล์เสียงรวมกันใหญ่กว่าเกมอีก

เริ่มจับทางได้แล้วว่า หัวหน้าสบายๆ ไม่เข้มงวดเรื่องแต่งตัว เสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็ไม่ว่า หัวหน้าแกก็ตื่นเช้ามาชุดอยู่บ้าน เสื้อยืด กางเกงขาสั้นจู๋.. รู้แล้วว่าที่นี่น่ะบ้านหัวหน้าเลยล่ะ แบ่งมาทำออฟฟิศ 1 ห้อง.. แต่เพราะไม่เข้มงวดเรื่องอื่นจึงมาเข้มงวดเรื่องงานมากๆ โปรแกรมเมอร์ทั้งหมดถูกคุมสุดๆ วันนี้ได้รู้จักเพิ่มอีกบ้าง และเหมือนได้ยินว่าโปรแกรมเมอร์คนนึงจะลาออกในวันที่ 16 (สงสัยลองงานมาครบ 1 เดือนพอดี มิน่าล่ะ เพิ่งมาเลยเงียบๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร ก็เหมือนเรานี่แหละ)

วันนี้มีหนึ่งหนุ่มมาสัมภาษณ์งานโปรแกรมเมอร์ พอดีเรานั่งทำงานห้องหัวหน้า เลยได้แอบฟังการสัมภาษณ์บ้าง ก็คล้ายๆ ตอนสัมภาษณ์เรานั่นแหละ แต่คราวนี้รู้สึกจะหว่านล้อมคนสมัครมากกว่าตอนเรานะ.. บอกว่าไม่เคยไม่เป็นไร มาฝึกเอาได้ ยอมให้ลอง 1 เดือน จะช่วยสอนด้วย.. เอาใจขนาดนั้น บวกกับสภาพบริษัท คนที่มาสมัครเลยกลัว ขอกลับไปคิดดูก่อน.. ชักอยากรู้ขึ้นมาว่าโปรแกรมเมอร์ได้เงินเดือนเท่าไหร่ ดูสิขนาดเราทำเสียงเล็กๆ น้อยๆ ยังให้ตั้งหมื่นห้า..

เข้าใจระบบงาน ว่าโปรแกรมเมอร์เป้นคนสำคัญที่สุดในงาน มีกี่คนก็ทำไปคนละเกม ต่างคนต่างทำ เกมนึงใช้เวลาไม่เกินหนึ่งเดือน และจะเรียกใช้คนทำกราฟิก กับคนทำเสียง (คือเรา) ในเวลาที่ต้องการ ฉะนั้นเวลาที่ไม่มีงานเราก็แค่นั่งๆ หาอะไรฆ่าเวลาไป ปัญหาก็คือเราต้องอยู่ในห้องหัวหน้าน่ะแหละ จะอู้ก็เกรงใจแก..

ขากลับวันนี้กระอักกระอ่วนใจ อุตส่าห์รอจนเกินหนึ่งทุ่มก็ยังไม่มีใครกลับบ้านสักคน หัวหน้าก็ยังอยู่.. ต้องรวบรวมกำลังใจอย่างมากในการลากลับ.. ปรากฏว่าวันนี้เจอดีอีกแล้ว ซึ้งสุขุมวิทเลย.. นั่งอยู่บนรถเมล์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เดินทางได้เพียงหนึ่งช่วงสถานีรถไฟฟ้า! หิวมาก เพลียด้วย เลยเปลี่ยนมาขึ้นรถไฟฟ้าปรากฏว่าใช้เวลาเพียง 10 นาที มาถึงบ้าน (6 สถานี) ตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยว่าหลังจากนี้จะเดินทางไปกลับด้วยรถไฟฟ้าเท่านั้น...

ระหว่างเดินแวะซื้อซีดีและกดเงินอีกสี่ร้อยเพราะเงินหมด ทั้งที่เพิ่งกดไปหลังกินเหล้าคืนนั้น รู้สึกตัวแล้วว่าใช้เงินเยอะดีแท้.. เลยเริ่มคิดๆ เรื่องเงินเดือน เรื่องงาน ประกอบกับความเหนื่อยของการเดินทาง การนั่งสแตนด์บายจ้องจอถึงสิบชั่วโมงที่บริษัทโดยบางเวลาแทบไม่มีงาน เริ่มอยากจะสอนพิเศษขึ้นมาแล้ว อดไม่ได้.. ไม่รู้ว่าเพราะงานสบายกว่า หรือเพราะรักการสอนจริงๆ กันแน่.. หรือทั้งสองอย่าง..

ก็ชักมีไอเดียจะขอบริษัทว่าเปลี่ยนไปทำแค่สามวัน จันทร์พุธศุกร์ เพื่อให้เหมาะกับปริมาณงานได้ไหม ยอมทำงานเท่าเดิมแต่ลดเงินเดือนลงเหลือหมื่นเดียวตามที่เคยเสนอ แลกกับอิสระของเราวันเว้นวัน ไปหาสอนพิเศษเอา สอนได้ครั้งละหกร้อยสองคนสองชั่วโมง ก็ได้เดือนละสี่พันแปดเหมือนกัน ถ้าเกินกว่านี้ก็คือกำไร.. ที่จริงบางเดือนมีเกินสี่สัปดาห์ด้วย..

ประโยชน์สำหรับเรา..
1. เงินเดือนต่อวัน มากขึ้น จำนวนชั่วโมงทำงานลดลง
2. เอาเวลาไปสอนพิเศษ ซึ่งเป็นงานที่ชอบ
3. เอาเวลาที่เหลือไปศึกษาอะไรอย่างอื่น ทำงานอดิเรก สมัครงาน และไว้คิดงานดนตรีนี่ด้วย คิดที่บ้านจะได้ไม่กดดัน
4. ไม่ต้องนั่งหง่าวในบริษัท

ประโยชน์สำหรับบริษัท..
1. จ่ายเงินน้อยลง แต่ได้งานปริมาณเท่าเดิม
2. งานมีคุณภาพมากขึ้น เพราะคิดมาล่วงหน้าจากบ้าน ไม่กดดัน
นวย 26/10/2003 13:57 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ