0305
8/6/46 .. วงเล่า (ตอนที่สอง: หางาน)
แสดงทั้งหมด

10/6/46 .. ผมทำพลาดไปแล้วตอบ: 2, อ่าน: 716

ผมชอบเขียนบันทึกนะ
ก็ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่เคยจาระไนอยู่บ่อยๆ ... เป็นต้นว่า
ได้เก็บความรู้สึกในอีกมุมหนึ่งไว้อ่านเอง นอกจากบันทึกในสมุด
แล้วก็ยังมีโอกาสให้คนอื่นได้รู้ความคิดเห็นโดยที่ไม่ต้องไปเล่าเอง
ใครใคร่อ่านเวลาไหนก็ได้อ่าน แต่ถ้าไม่อยากอ่านเลยก็จะได้ไม่อ่าน
แค่สองเหตุผลนี้ก็นับว่าคุ้มแก่การมานั่งจ้องหน้าจอให้ปวดตาเล่นแล้ว

ถ้าใครสังเกตจะรู้ว่าตลอดเวลาหนึ่งปีครึ่งที่ผมเขียนในเว็บมา
ผมแทบไม่เอ่ยชื่อใครอื่นเลย นอกจากตัวเอง
หากจำเป็นจริงๆ ก็ใช้เพียงคำว่า เพื่อนคนหนึ่ง ฯลฯ (เลี่ยงการเอ่ยชื่อ)
ยิ่งช่วงแรกๆ ยิ่งระวังตัวเป็นพิเศษ ด้วยเกรงจะมีการไม่พอใจกันขึ้น
และแล้วเมื่อวันก่อนที่เขียนเรื่อง หาคู่ (7/6/46) ก็มีชื่อบุคคลที่สามเต็มๆ
ไม่ใช่แค่สามแต่เป็นบุคคลที่สามสี่ห้าหกด้วยซ้ำ
บทจะเอ่ยชื่อก็เอาซะหนักเลย แล้วในที่สุดก็เป็นเรื่องจนได้ !!

เพื่อนคนหนึ่งดูเหมือนจะโดนมองแบบเข้าใจผิดจากบันทึกวันนั้นครับ
มันจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ถ้าหากสาวที่เขาหมายปองจะไม่ได้อ่าน
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขาเองก็เพิ่งได้อ่าน.. อ่านต่อหน้าผมเสียด้วย
เป็นเวอร์ชั่นที่ถูกสาวปริ๊นท์มา และมีการเน้นประโยคกับวิจารณ์คำพูดไว้บางส่วน
เพื่อนของสาวเจ้าเป็นคนขีดเส้นใต้ ใช้ปากกาเน้นคำ และเขียนกำกับลงไปเอง
แล้วทีนี้ผมซึ่งเป็นคนนอก (แต่เป็นเจ้าของผลงานอันนั้นน่ะ) ก็ตกที่นั่งลำบาก..
คนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้อยู่ต่อหน้ากันสามคน คนเขียนและคนในเรื่อง
เพื่อนคนนี้ไม่พอใจอย่างมาก เพราะว่าเรื่องที่เขียนลงไปนั้น
อาจทำให้คนเข้าใจเขาผิดไป โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าสาวจะเข้าใจผิดแล้วยิ่งเคือง
เขาบอกว่า อ่านจบแล้วยังเข้าใจตัวเองผิดเลย..
คือประโยคเหล่านี้เขาพูดเองน่ะใช่ แต่จะเขียนแล้วทำไมไม่เขียนให้ครบๆ ไป
แบบนี้ข้อมูลบางส่วนที่ทำให้เข้าใจที่มาที่ไปของความคิดมันไม่มี
คนอ่านจะตีความผิด..

เพื่อนสอนผมเสียยกใหญ่ถึงลักษณะการเขียนที่ดี หากจะเอ่ยถึงบุคคลอื่น
พูดไปถึงการฟ้องหมิ่นประมาท ปกติถ้าใครว่าผมมากขนาดนั้นผมต้องโต้กลับแล้ว
แต่ในที่นี้ต้องเข้าใจว่าเป็นเพื่อน แถมยังเป็นผู้เสียหายจากสิ่งที่ผมทำ
ผมเข้าใจนะว่าข้อมูลมันหายไปจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจจะตัดข้อมูลทิ้ง
ผมก็เขียนไว้ชัดเจนแล้วว่ามันเป็นเรื่องในวงเล่ายามดึก จำไม่ได้ทั้งหมดหรอก
เป็นการตัดตอนบทสนทนามาเท่าที่ยังจำได้ และอาจจะผิดมั่งถูกมั่ง..
ถึงเพื่อนจะเคืองแล้วบอกว่าไม่ต้องแก้หรอก ไม่แคร์ใครนอกจากสาวเจ้าเท่านั้น
แต่ผมก็ยังรู้ตัวดีในฐานะคนเขียนว่ายังไงก็ควรแก้ไข หากรู้ว่าสิ่งใดกันที่หล่นลืมไป

ที่จริงผมว่าเพื่อนทำไม่ถูกตรงที่ไปอารมณ์เสียต่อหน้าสาวนะ
ก็ในเมื่อเขาอ่านแล้ว และเขาพร้อมจะให้เราอ่าน ย่อมแปลว่าเขาไม่ได้ซีเรียสนัก
แล้วถึงจะกลัวเขาเข้าใจผิดขนาดไหน ก็ยังอธิบายกันให้เข้าใจได้ เพราะอยู่ด้วยกัน
แถมผมเองคนเขียนก็นั่งอยู่ข้างๆ พอดีด้วย แทนที่จะถือเป็นโอกาสได้เคลียร์กันกับเขา
กลับเอาระเบิดมาโยนใส่หัวผมเสียนี่.. เพื่อนหนอเพื่อน..

และต่อไปจากนี้
1. ถ้ากลับไปอ่านหน้านั้นจะเห็นว่าผมแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องส่วนที่ตกหายไปแล้ว
พร้อมกับขอโทษเพื่อนไว้ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง ก็แล้วกัน
ไม่รู้ว่าเติมไปแล้วจะพอใจหรือยัง ไม่น่าจะช่วยอะไรเท่าไหร่แต่ก็จะทำ
2. เรื่องที่ว่าจะเขียนในวันนี้ คือหาคู่ ภาคสอง ซึ่งเป็นเรื่องเพื่อนอีกคนหนึ่ง
ก็เลยตกลงใจว่าไม่เขียนแล้วละกัน เพราะเสี่ยงต่อการถูกเพื่อนอีกคนด่าเพิ่มเอา..
3. ผมจะเพิ่มคำเตือนตรงท้ายหน้าแรกไว้ว่า เป็นเพียงความคิดเห็นของคนคนเดียว
ข้อมูลที่สำคัญอาจตกหายไปบ้าง ถูกละเลยไปบ้าง หรือมองเพียงมุมเดียว
ให้คิดเสียว่าอ่านเพื่อความบันเทิง และโปรดใช้วิจารณญาณประกอบก่อนจะปักใจเชื่อ
4. บทเรียนที่ได้ก็คือ เขียนแบบเอ่ยชื่อไปครั้งหนึ่งก็โดนหนักเสียแล้ว
หลังจากนี้คงไม่เขียนแบบเอ่ยชื่อแล้วล่ะ แล้วจะพยายามไม่เอาเรื่องใครมาเขียนแล้ว
เพราะมันลำบากถ้าหากว่าต้องระมัดระวังความเข้าใจของทุกคนไปเสียหมด
หากต้องปูพื้นความเข้าใจให้คนที่มาอ่าน ว่าใครเป็นคนแบบไหน และเพราะอะไร..
ก่อนจะเข้าสู่เรื่องราวจริงที่ต้องการเล่า.. แบบนั้นไปเขียนนิยายขายเลยจะดีกว่า

นวย 11/06/2003 11:28 
อ่า ขอโทด...
...ทำสถานการณ์ตึงเครียด
อดอ่านภาค 2 เลย ว้า!!...
ผู้อยู่ในเหตุการณ์ 11/06/2003 21:46  [ 1 ] 
เอาน่า...เข้าใจผิดกันนิดหน่อย...จะโทษก็โทษน้องกิ๊ฟเหอะ...
บอยงง 16/06/2003 22:27  [ 2 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ