0304
7/6/46 .. วงเล่า (ตอนที่หนึ่ง: หาคู…
แสดงทั้งหมด

8/6/46 .. วงเล่า (ตอนที่สอง: หางาน)ตอบ: 2, อ่าน: 1037

ผมประทับใจวงเล่าเมื่อคืนก่อนมาก เพราะได้คุยกันแบบผู้ใหญ่ขึ้น
เอาเรื่องทุกอย่างออกมาแบ่งกันคิด และน่าแปลกที่ห้าคนชอบห้าแบบ
แต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกันเลย แถมยังต่างกันแบบสุดขั้ว

กล้า = เชื่อในอำนาจ
ต้องการมีเงิน มีอำนาจ มีบารมี มีชื่อเสียง
เป้าหมายคือ รวย และให้เงินทำงานแทนเรา ไม่ต้องเหนื่อยเอง
ขณะที่เราไปทำอย่างอื่น เช่นทำสิ่งที่ชอบ
สรุปว่า กล้าเป็นสายยิ่งใหญ่ (โผงผาง พูดตรง ฉุนเฉียวง่าย)

เก่ง = เชื่อในขั้นตอน
ต้องการเป็นนักวิทยาศาสตร์ บอกว่ารักฟิสิกส์มาก
เป้าหมายคือ รางวัลโนเบล ไปสถานีอวกาศ
หรือไม่ก็เป็นอาจารย์ฟิสิกส์อยู่มหาวิทยาลัยเมืองนอก
สรุปว่าเก่งเป็นสายแข็งกระด้าง (เหตุผลมาก่อน หัวใจมาหลัง)

นวย = เชื่อในจังหวะ
ต้องการทำสิ่งที่เป็นศิลปะให้คนทั่วไปชอบ บางขณะดื้อต่อสังคม
เป้าหมายคือ งานสุดท้ายในชีวิตเป็นงานที่ไม่เหนื่อยและไม่เกลียด
เช่น ร้านขายของเล็กๆ ที่มีของเข้าท่าๆ ขาย (เช่นอะไร ??)
สรุปว่าผมเป็นสายโอนอ่อน (ประนีประนอม และอารมณ์มาก่อน)

แค่นี้สามคนก็ชอบคนละแบบแล้ว
แต่ละคนเวลาคุยกัน คบกันมาสี่ปี เกือบทะเลาะกันหลายหน
เพราะความเป็นเพื่อนทำให้ยิ่งพูดแรงแบบไม่ประนีประนอม
แต่ก็เพราะความเป็นเพื่อนที่ทำให้ยังไม่ต่อยกัน ยังยอมฟังกัน

กริช = เชื่อในความสบายใจ
ต้องการมีความสบายใจ และมีงานที่ชอบ
เป้าหมายคือ งานอะไรก็ได้ที่ทำแล้วสบายใจ มีเวลาพัก
มีเวลาเที่ยวเตร่เฮฮา ไม่บังคับกันมากเกินไป
ผมสรุปเลยว่ากริชเป็นคนที่เป็นกลางที่สุด กริชเป็นสายผ่อนคลาย
แม้จะดูว่าทุกคนชอบต่างๆ กันไปตรงข้ามกันเลย
แต่จุดหนึ่งที่ทุกคนมีร่วมกันก็คือ ความชอบกับความสบายใจที่ได้ทำ
ให้ผมไปรักเงินรักอำนาจ ผมทนไม่ได้
ให้เก่งมาทำงานศิลปะ เก่งทนไม่ได้
ให้กล้าไปรักฟิสิกส์ และคิดทุกอย่างแบบแข็ง ก็คงทนไม่ได้
แต่ที่ทุกคนทำสิ่งที่ตัวเองเลือก ก็เป็นเพราะความชอบนั่นแหละ

ส่วนบอยนี่เดาใจยาก เพราะไม่ค่อยสุดขั้วเท่าไหร่
มีความประนีประนอม ความอยากรวย ความมีเหตุผล และอารมณ์
ทุกอย่างปนๆ กันไป บอยจึงเลือกความสบายใจเช่นเดียวกับกริช

หลังจากคุยกันเมื่อคืนก่อน เพิ่งได้คุยกันเรื่องอนาคตจริงๆ ก็ครั้งแรก
ผมว่าแต่ละคนได้อะไรกลับไปคิดเยอะมาก
กล้าโทรมาบอกเช้าอีกวัน ว่ากูเข้าใจแล้ว ไม่ต้องมองไกลมากมายก็ได้
อยู่กับสิ่งที่มีวันนี้ก่อน ทำไปเรื่อยๆ เริ่มจากวันนี้ก็ได้
(ไม่จำเป็นต้องรีบรวยในสามวันเจ็ดวันนี่หว่า)
เก่งน่าจะได้คำแนะนำเรื่องหาคู่มากกว่า ว่าอย่าใช้ทางแข็งให้มากนัก
งานส่วนงาน หัวใจส่วนหัวใจ
และผมเองก็ได้ความคิดว่า เชื่อในจังหวะน่ะดีแล้ว จงทำต่อไป
แต่บางคราวถึงเวลาต้องยอมแพ้ต่อกระแสสังคม ก็ต้องยอม
(จุดหมายยังอยู่ แต่เปลี่ยนทางไปก็ไม่เห็นเป็นไรมาก)
บอยได้เรื่องการครองความสัมพันธ์กับคนต่างเพศไปบ้าง
เพราะบอยมักจะมีเรื่องนี้กวนใจมากกว่าเรื่องงานเสมอ
ส่วนขจรกริช นั่งเงียบ แทบไม่พูดอะไรเลย
อาจจะคิดอยู่ว่า ไอ้พวกนี้มันบ้าว่ะ จู่ๆ มาคุยอะไรกัน..เครียด.. 5555

ประโยคที่ผมหยอดลงไปในช่วงสนทนา
ถ้ามีเงินสองบาท จงใช้บาทหนึ่งซื้อข้าว และอีกบาทหนึ่งซื้อดอกไม้
อย่างแรกเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้
แต่อย่างหลังคือเหตุผลที่ทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่ต่อ
(ประโยคนี้จากหนังสือของประภาส ชลศรานนท์)

ผมว่ากริชก็คงทำแบบนั้น เลือกทั้งความจำเป็นและความสบายใจ
ส่วนคนอื่นๆ ขยายความต่อจากประโยคนี้ในวงเล่าไว้ว่า
เก่ง: กูมีสองบาท กูซื้อดอกไม้เลยทั้งสองบาท
เพราะไอน์สไตน์บอกให้ไปถึงจุดหมายได้ด้วยทางตรงที่สุด
กล้า: กูจะปลูกข้าว ขายข้าวให้ได้เงินมากๆ ก่อน แล้วค่อยซื้อดอกไม้
นวย: แต่เราปลูกดอกไม้ ขายดอกไม้เพื่อเอาเงินไปซื้อข้าวว่ะ.. :]
บอย: ส่วนบอยจะซื้อข้าวหนึ่งบาท แล้วอีกบาทหยอดกระปุก.. 5555
นวย 08/06/2003 14:56 
ฮ่าๆ คิดแบบพี่บอยเลย
_OaT_ 08/06/2003 20:33  [ 1 ] 
:)
Shau_Leuw_Hiang 09/06/2003 19:05  [ 2 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ