0205
24/10/45 .. โปรเจ็ค ตอนที่หนึ่ง
แสดงทั้งหมด

25/10/45 .. เปิดร้าน (๑)ตอบ: 0, อ่าน: 735

... ตั้งแต่เด็กๆ ทุกคนมักจะถูกถามเสมอว่า
โตขึ้นอยากเป็นอะไร..
ตอนผมเด็กๆ ก็ถูกถามเช่นกัน
และผมตอบไปส่งเดช ไม่ได้คิดอะไรมาก
บางทีพ่อแม่ก็อยากให้เป็นหมอ อยากให้เป็นครู

... ผมรู้ตัวว่าไม่ชอบชีววิทยา
ผมดื้อมาเรื่อย.. ผมฝืนคำสั่งของพ่อแม่มาตลอด
ตั้งแต่อยากให้เรียนชีวะ .. เฮ่ย ไม่เอาๆ ไม่ชอบ
อยากให้ไปเข้าเตรียมอุดม .. เฮ่ย ไม่เอาๆ ไม่ชอบ
ผมรู้ว่าจุดมุ่งหมายของพ่อแม่ที่อยากให้เข้าเตรียมฯ ก็คือ
อยากให้มีโอกาสเอ็นติดจุฬา คณะดีๆ
หลังจากทำตามใจตัวเอง คือเรียนต่อมัธยมปลายที่เดิม
ผมก็ได้เข้าเรียนคณะที่ผู้ใหญ่คิดว่าดีแล้ว สมใจ
... ถือว่า ถึงผมจะดื้อทำตามใจตัวเองไปบ้าง
แต่ผมก็เดินมาถึงสิ่งที่ผู้ใหญ่คาดหวังให้เป็น จนได้แล้ว..
... แม้ในใจจะไม่ได้ชอบอาชีพนี้ก็ตาม ...

พอเริ่มจะพ้นวัยรุ่น คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ ก็เปลี่ยนไป
จาก โตขึ้นอยากเป็นอะไร
กลายเป็น เรียนจบแล้วจะทำงานอะไร ...
... ไม่ใช่แค่ความอยาก
และไม่ใช่อนาคตอันอีกยาวไกล
แต่เป็นทางเลือกที่จำเป็นต้องเลือกสักอย่าง
และเป็นอนาคตที่จะมาถึง ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าแล้ว
... ไม่กี่เดือนก่อน ผมยังไม่ได้วางแผนชีวิตไว้เลย
ตอนนั้นความฝันอย่างเดียวในอาชีพ ก็คือ อยากเป็นนักเขียน
แต่ความฝันมันดูเลือนลางเหลือเกิน
ผมจะเป็นนักเขียนที่มีผลงานออกพิมพ์ได้อย่างไร
.. ยาก ... และคงใช้เลี้ยงชีพไม่ได้หรอก
อย่าว่าแต่มีครอบครัว มีลูก เลย.. ลำพังตัวเองอาจจะอยู่ไม่รอด
มีคนบอกว่า งานเขียนที่ดี กับงานเขียนที่ขายดี อาจเป็นคนละอันกัน
เขียนดีแค่ไหน ถ้าไม่ดัง ก็ไม่มีคนซื้อ
เทียบกับการที่ดารานักร้อง คนดังในสังคม มาเขียนหนังสือเรื่อยเปื่อย
กลับขายดีกว่ากันไม่รู้เท่าไหร่
ต้องเป็นคนเสียงดัง คือพูดอะไรแล้วมีคนจำนวนมากสนใจอยากจะฟัง
แบบนั้นค่อยมาเขียนหนังสือ

... ช่วงฝึกงานเมื่อเดือนสี่เดือนห้า
ผมยิ่งมั่นใจขึ้นว่า เรียนจบแล้วผมไม่ยอมมาทำงานออฟฟิศแน่ๆ
ขนาดฝึกงานทางช่าง ยังต้องมาเข้างานตรงเวลา
เจ้านายก็แย่ ..นอกจากเข้มงวด แล้วยังเหยียบลูกน้องเป็นงานอดิเรก
ผมไปคลุกคลีกับคนทำงานออฟฟิศ กินเงินเดือนไม่ถึงหมื่น
ผมเห็นอะไรมากมาย..
และรู้ตัวเองว่า
ผมไม่ชอบทำงานแบบเคร่งครัดเกินไป ไม่มีอะลุ้มอล่วยเลย
ไม่อยากทำงานใต้คำบัญชาของใคร โดยไม่สามารถเสนอความเห็นได้
และไม่อยากทำงานแบบกินเงินเดือนไปตลอด ทำมากก็ได้เท่าเดิม

ช่วงนั้นเองที่ความฝันจะเปิดกิจการส่วนตัว ค่อยๆ ก่อขึ้นชัดเจน
ถ้าเปิดกิจการเองละก็ ไม่ต้องทนทำงานที่ไม่ชอบ ไม่ต้องเอาใจเจ้านาย
ไม่ต้องทนกินเงินเดือน ทำมากได้มากเห็นๆ ..
จะได้ใช้สมองคุ้มค่าด้วย เพราะทำกิจการเองต้องตื่นตัวอยู่ตลอด
และผลพลอยได้คือ จะได้มีร้านไว้ให้พ่อแม่ดูแลยามว่างตอนเกษียณ..

เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นมาขณะเดินกลับบ้านด้วยกันว่า
อยากหุ้นกันเปิดร้านอะไรสักร้าน
ความฝันส่วนตัวของเขาคือ เปิดร้านหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์
ความฝันของผมถ้าจะต้องเปิดร้านคงเป็นกิจการทางเสียงเพลง
มีเพื่อนอีกคนอยากเปิดที่กวดวิชา โดยอาศัยแรงงานพวกเราช่วยกันสอนเอง
อีกคนอยากเปิดผับกลางคืน แบบมืดๆ มีหญิงเยอะๆ..
อีกคนอยากเปิดร้านเหล้า แบบเพื่อนฝูงนั่งคุยเฮฮา
แต่หลังจากคุยกันแล้ว หลายคนชอบใจไอเดียที่ว่าจะหุ้นกันเปิดร้าน
อย่างน้อยจะได้ลดต้นทุนที่ต้องจ่าย หารกันออกก่อนแล้วรวยค่อยแยกย้าย
ร้านที่จะเปิด ก็เลยอาจจะเป็นแบบนี้ครับ..
... ตึกแถวสองห้อง ชั้น 2 เป็นกวดวิชาชั้นมัธยม
แล้วพอกวดวิชาเสร็จก็หัวค่ำ ผับชั้น 1 ก็เปิดพอดี
ได้ลูกค้าเป็นเด็กที่มาเรียนนี่ล่ะ.. ฮ่ะๆๆ
ไม่ ไม่.. แบบนั้นมันก็เกินไป : ]
ชั้นล่างเป็นร้าน CD หรือร้านหนังสือสิ... เออ พอไหว..

โดยส่วนตัวผมอาจจะเปิดร้านกาแฟ นม กับขนมปังสักร้าน
จัดร้านแบบสว่างๆ โปร่งๆ.. และดูสะอาด อาจจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนๆ
ขายแผ่น CD ควบคู่ไปด้วยเป็นงานหลักอยู่มุมหนึ่งของร้าน
และคนที่มานั่งดื่มอะไรสบายๆ ก็จะมีเพลงให้เลือกฟังเอาที่โต๊ะเลย..
นี่เป็นบรรยากาศที่ผมชอบ และคิดว่าลูกค้าคงถูกใจไม่น้อย
... เพื่อนผมคนเดิมฟังแล้วอยากร่วมกิจการด้วย
โดยเอานิยายวิทยาศาสตร์มาบริการให้อ่านฟรี
เอ.. ผมว่ามันชักหลุดแนวแล้วนะ..

แนวโน้มในตอนนี้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หลังจากเรียนจบ 4 เดือนข้างหน้า
ผมจะสมัครเข้าสอนพิเศษกวดวิชาในที่ไหนสักแห่ง เพื่อเก็บเงิน
พอหาเงินทุนได้จำนวนมากพอ ผมก็จะเอามาลงทุนเปิดร้านตามความฝัน
ถ้าร้านมันอยู่ได้และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ หรือเบื่อสอนพิเศษแล้ว
ผมก็ค่อยเลิกสอน หันมาคุมร้านอย่างเต็มที่..

เพื่อนหลายคนยังชวนไปเข้าหุ้นทำกิจการอยู่ตลอด
คนหนึ่งบอกว่าทำร้านเหล้ากันไหม.. แล้วมีมุมบริการถ่ายรูปด้วย
รายได้ดี แถมมีเด็กๆ มาเยอะอีกตะหาก.. คล้ายๆ ร้านโฟโต้มี อ่ะ..
..ก็ดีนะ แต่ผมว่ามันคนละอารมณ์กับร้านเหล้าว่ะ.. เอาทีละอย่างสิวะ..
ทำร้านเหล้าหรือร้านกาแฟนี่เข้าท่า โดยเฉพาะทำโดยหุ้นกันกับเพื่อนๆ
เพราะอย่างน้อยถึงไม่มีใครมานั่ง เราก็นั่งกันเองล่ะวะ
จะได้ไม่ต้องไปเสียตังค์ให้ร้านคนอื่นเขาอีก.. ดีนะ เป็นที่นัดรวมเพื่อน..

แล้วนี่ผมจะทำอะไรก่อนดี
- ร้าน CD กับมุมกาแฟและนม ก็ยังทำไม่ได้ ทำสองอย่างกลัวร้านเจ๊ง
- ถ้าร้าน CD อย่างเดียวก่อนล่ะ ก็ยังมีปัญหาว่า
แล้ว CD ของนอก ยังไม่มีความรู้พอจะคุยกับลูกค้าเลย
ถ้าให้เพื่อนมาดูแลส่วนนั้นก็ไม่ดี อยากให้เป็นกิจการในครอบครัวมากกว่า
- งั้นเปิดร้านเหล้า หุ้นกะเพื่อนก่อนสิ
ที่จริงก็ยังไม่รู้จะเปิดตรงไหน.. เอาจริงกันหรือเปล่า..
เงินทุนยังไม่มีใครมีด้วยซ้ำ.. แถมถ้าเปิดไปเปิดมาแล้วเจ๊งคงลำบาก..
- ก็หาทุนโดยสอนพิเศษก่อนสิ
อืม คงต้องแบบนั้น.. อีก 4 เดือนก็รู้..
- อ๊ะๆ.. แล้วไอ้ที่บอกอยากเป็นนักเขียนล่ะ.. ??
นวย 25/10/2002 18:41 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ