0191
9/10/45 .. ท่องไปบนดวงดาวก้าวลงบนดว…
แสดงทั้งหมด

10/10/45 .. โลกยังน่าอยู่ตอบ: 2, อ่าน: 5142

ผมเพิ่งได้ดูภาพยนตร์ I am Sam จากวีซีดีเมื่อเช้านี้เอง
มันทำให้ผมนึกได้ว่าผมมีเรื่องสั้นๆ เรื่องหนึ่งเคยเขียนไว้
แต่เรื่องนี้ไม่ได้เผยแพร่ที่ไหนมาก่อน
นอกจากครั้งหนึ่งซึ่งมีคนมาขอเรื่องสั้นไปรวม และผมให้เรื่องนี้ไป
เป็นโครงการที่จะรวมเรื่องสั้น 9 เรื่องพร้อมทำเพลงประกอบทุกเรื่อง
นานหลายปีมาแล้วที่ไม่ได้ยินข่าวคราวของโครงการนี้อีกเลย

หลังจากได้ดูหนัง Flowers for Algernon ทาง HBO
ด้วยความซาบซึ้งในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์
ผมก็เลยเอาโครงเรื่องนั้นมาเขียนเป็นเรื่องสั้น
..ดังที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ครับ..


----------------------------------------------------------------

เรามาอยู่ในโรงเรียนนี้ได้สิบกว่าปีแล้วล่ะ
คุณครูที่นี่ใจดีจัง สอนอะไรเราทุกวันเลย
เราอยากฉลาดนะ แม่เราจะได้ภูมิใจ
แต่เราไม่ได้อยู่กับแม่หรอก
แม่เราพาเรามาอยู่กับคุณครูที่นี่ตั้งแต่เด็กเลยล่ะ
แม่บอกว่า แม่งานเยอะ แม่ไม่มีเวลาดูแลเรา
คงจะจริงเพราะเราไม่ได้เจอแม่อีกเลย
น่าสงสารแม่เหมือนกันที่ต้องทำงานหนักอย่างนี้น่ะ
แม่บอกว่าเราเป็นคนพิเศษ ไม่เหมือนคนอื่นๆทั่วไป
ถ้าเรามาอยู่กับคุณครูและเพื่อนๆ ที่นี่แล้ว ครูจะช่วยให้เราฉลาดขึ้น
แม่คงอยากให้เราฉลาดขึ้นสินะ
ก็จริงอย่างที่แม่ว่า คุณครูสอนเราอ่านหนังสือด้วย
แล้วยังเล่นเกมสนุกๆ กับพวกเราทุกวันเลย
เพื่อนๆที่นี่ก็นิสัยดีทุกคนเลย เรารักโรงเรียนนี้จัง
ทำไมนะใครๆถึงพูดกันว่าโลกนี้โหดร้าย
ไม่จริงเลยเนาะ เราว่าโลกนี้น่าอยู่ออก
แล้วนายล่ะ นายว่าโลกนี้น่าอยู่เหมือนเรามั้ย


ลืมบอกนายว่าเราทำงานที่ร้านหนังสือด้วยล่ะ
เค้าให้เราช่วยยกของ
ถึงจะเหนื่อย แต่ไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ตังค์ค่าขนมมาตั้งร้อยนึงแน่ะ
เพื่อนๆที่ร้านก็ดีกับเรามาก มีงานอะไรก็ให้เราช่วยทำให้
เวลาเราทำอะไรผิดก็ไม่ดุด่าเราเหมือนแม่
แต่ทุกคนกลับยิ้มและหัวเราะให้เรา ทำให้เราต้องหัวเราะไปด้วยทุกที
เรารักงานนี้เหมือนกันนะเพราะได้อ่านหนังสือเยอะแยะเลย
เราชอบอ่านหนังสือ นายอยากอ่านบ้างมั้ยล่ะ
คุณครูบอกเราว่าอ่านมากๆ แล้วจะฉลาดนะ
ถึงบางคำอ่านยากแต่เราก็ยังอ่านสนุกอยู่ดี
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเพื่อนๆ ที่ร้านไม่เห็นอ่านหนังสือกันเลย
ปล่อยให้เรานั่งอ่านอยู่คนเดียว ทั้งที่เราก็ชวนอยู่บ่อยๆ นะ
แต่ยังไงเวลาเพื่อนๆ เดินผ่านมาก็ส่งยิ้มให้เราทุกที


วันก่อนมีคุณหมอมานั่งดูเรากับเพื่อนๆในห้องเรียน
แล้วคุณหมอก็เดินมาคุยกับเรา ถามเราว่าอยากฉลาดขึ้นมั้ย
เราก็บอกว่าเอาสิ เอาสิ คุณหมอจะช่วยให้เราฉลาดได้จริงเหรอ
คุณหมอบอกว่าถ้าเราเขียนชื่อในกระดาษของคุณหมอ
แล้วคุณหมอจะพาเราไปทำให้ฉลาดได้
ง่ายจังเลย แค่เขียนชื่อตัวเองได้ก็ฉลาดได้แล้ว งานของหมอดีจังนะ
เราถามว่าทำยังไงล่ะถึงฉลาด
คุณหมออธิบายอะไรที่เราไม่เข้าใจ แต่ได้ยินว่าเปลี่ยนยีนอะไรนี่ล่ะ
ก็เลยบอกคุณหมอว่าเราก็เปลี่ยนกางเกงยีนบ่อยๆนะ
เราเปลี่ยนกางเกงได้เองแหละ
อย่างนี้เราฉลาดขึ้นแล้วสินะ คุณครูก็ยังชมเราเลย
แต่คุณหมอหัวเราะแล้วบอกว่าไม่ใช่หรอก
ถ้าเปลี่ยนเองได้แบบนั้นแล้วจะมีหมอไว้ทำงานอะไร
เราก็เห็นด้วยกับคุณหมอก็เลยหัวเราะตาม


เราบอกคุณหมอว่า ถ้างั้นเราไปเปลี่ยนเดี๋ยวนั้นเลยดีกว่า
คุณหมอว่า ไม่ได้ ต้องให้แม่เราเขียนชื่อในกระดาษด้วย
และยังต้องเตรียมข้าวของอีก
ก็เลยบอกว่าจะมารับเราถ้าทุกอย่างพร้อมแล้ว
เราไม่รู้หรอกนะว่าทุกอย่างคือกี่อย่าง
แต่ก็ยิ้มให้คุณหมอเพราะมั่นใจว่า
แค่เขียนชื่อตัวเอง แม่เราทำได้อยู่แล้ว
ทำไมคุณหมอถึงคิดว่าเป็นเรื่องยากก็ไม่รู้สิ


เมื่อวานคุณหมอพาเราไปเปลี่ยนกางเกงยีนแล้วล่ะ
แต่ทำไมพอเปลี่ยนกางเกงแล้วถึงต้องพาเราเข้าไปนอน
ในห้องที่มีเครื่องอะไรไม่รู้เต็มไปหมด
สักพักคุณหมอก็เลื่อนหัวเราเข้าไปในรูใหญ่ๆ ที่มีแสงสว่างมาก
แสงนั้นมากจนเราต้องหลับตา ตอนนั้นเรารู้สึกว่าแขนขาไม่มีแรง
ก็เลยเผลอหลับไป พอเราตื่นแล้วคุณหมอมาถามเราว่า เป็นยังไงบ้าง
เราก็ไม่รู้คุณหมอถามถึงอะไร จะตอบยังไงดี
เลยถามคุณหมอกลับไปว่าเราฉลาดขึ้นแล้วหรือยัง
เราอยากอ่านหนังสือได้เร็วๆ แบบคุณครู
แต่คุณหมอบอกว่าไม่ใช่เปลี่ยนแค่ยีนแล้วจะฉลาดเลยนะ
เรากำลังจะบอกให้คุณหมอเปลี่ยนเสื้อด้วย แต่คุณหมออธิบายต่อว่า
มันแค่ช่วยให้เราเรียนรู้อะไรได้เร็วกว่าเดิมต่างหาก
คุณหมอให้เรานอนพักแล้วก็พาเรากลับโรงเรียน
เรารู้สึกว่าคุณหมอใจดีกับเรามาก เรารักคุณหมอรองจากคุณครูเลยล่ะ


วันนี้เรารู้สึกไปเองหรือเปล่านะว่าเราคิดเลขได้เร็วขึ้น
แต่คงไม่ได้รู้สึกไปเองเพราะคุณครูก็ตกใจ และเอ่ยปากชมว่าเราเก่ง
มีพัดถะนาอะไรนั่นแหละ ดีจังเลย เราอยากฉลาดไวๆ
เมื่อคืนนี้เรายังฝันถึงตอนที่เราฉลาดขึ้นและไปหาแม่
แม่ชื่นชมในตัวเรามากเลยล่ะ
เอ เราต้องไปก่อนนะ เดี๋ยวเพื่อนที่ร้านหนังสือจะรอนานน่ะ
แล้วเจอกันใหม่นะนาย

----------------------------------------------------------------

เฮ้ย คุณน่ะ ผมจำคุณได้ หลายเดือนก่อนเราเคยคุยกันใช่ไหม
นี่ผมเองไง
ตั้งแต่ 2 - 3 สัปดาห์หลังจากผ่าตัด ผมก็ไม่ได้ไปที่โรงเรียนนั่นอีกเลย
ครูที่นั่นบอกว่าผมฉลาดขึ้นและเรียนรู้เร็วเกินไป
เกรงว่าผมจะเข้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้
พูดง่ายๆ ก็คือเขาไม่ต้องการผมแล้วนั่นเหละ
ผมก็เศร้าเหมือนกันนะ
แต่ตอนนั้นยังดีที่ยังได้ทำงานที่ร้านหนังสือและได้อ่านหนังสืออยู่
ก็เพราะไอ้หนังสือมากมายนี่แหละที่ทำให้ผมเรียนรู้อะไรได้สารพัด
ตอนนี้ผมชอบอ่านพวกสารคดีกับวิทยาศาสตร์นะ
ผมว่ามันมีเหตุผลกว่าพวกนิทงนิทานไร้สาระที่ผมเคยอ่านนั่น
ไม่รู้ครูพวกนั้นคิดอะไรอยู่ถึงได้เอานิทานเด็กๆ มาให้ผมอ่านอยู่ตั้งนาน
นี่ผมอายุ 18 แล้วนะ ไม่เข้าใจเลย


ไอ้คุณหมอนี่ก็เหมือนกัน คิดแต่จะหาทางพาผมออกไปอวดประชาชน
ว่าผมนี่เคยปัญญาอ่อนมาก่อน ทำยังกับผมเป็นตัวตลก
หมอเป็นคนช่วยให้ผมหาย หมอเป็นพ่อพระมาโปรด
โอ๊ย อยากดังน่ะสิไม่ว่า ทุกคนมันก็หลอกใช้ผมกันทั้งนั้นแหละ
ความจริงใจน่ะมีไหม โลกเรามันเป็นอะไรไปเนี่ย
ไอ้พวกเพื่อนที่ร้านที่ผมเคยนึกว่าจริงใจก็เปล่าเลย
พอผมทำอะไรผิดนิดผิดหน่อยก็คอยจะหัวเราะเยาะผม
ถือว่าผมมันพวกปัญญาอ่อน
ทำไมผมถึงไม่เคยรู้ความจริงมาก่อนนะ
ทำไมผมถึงเคยมองโลกในแง่ดีได้ขนาดนั้น
คนพวกที่ผมเคยรักและไว้ใจ
วันก่อนพวกมันลงชื่อกันฟ้องผู้จัดการให้ไล่ผมออกจากงาน
สาเหตุงี่เง่าของพวกมันก็คือ ผมเปลี่ยนไป ผมก้าวร้าว
จริงเหรอ ผมที่มองโลกตามความเป็นจริงเนี่ยนะ
กลายเป็นคนไม่ดีสำหรับพวกมัน
แน่ล่ะ มันอิจฉาล่ะสิ ก็ผมฉลาดกว่ามันแล้วนี่นา
คงจะทนยอมรับความจริงกันไม่ได้


หลังจากผมออกจากโรงเรียนแล้วก็ไม่มีที่พัก
ผมตัดสินใจออกตามหาแม่จากที่อยู่ที่ได้มาจากไอ้คุณหมอนั่น
และแล้วไม่นานผมก็ได้เจอแม่ ผมคงไม่ถามว่าทำไมแม่ถึงหลอกผม
และทิ้งผมไปตอนเด็กๆ
เพราะรู้ดีว่าความเป็นจริงที่อยู่ในคำตอบก็คงจะทำให้ผมยิ่งเจ็บปวดไปกว่านี้
แต่ผมก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามแม่ว่า
ทำไมแม่ถึงยอมเซ็นชื่ออนุญาตให้หมอเอาตัวผมไปทดลองผ่าตัด
คำตอบของแม่ทำให้ผมน้ำตาไหล
แม่บอกว่า ใครจะไปนึกว่าแกจะมีชีวิตรอดมาได้เป็นสิบปีอย่างนี้
อีกอย่าง เขาให้เงินมาแล้วแม่ก็เลยเซ็นให้เขาไป ถ้างั้นแม่แบ่งเงินให้ก็ได้นะ


ผมไม่กล้าขออยู่กับแม่ ทั้งด้วยคำตอบและท่าทางของแม่
เมื่อรู้ว่าผมฉลาดขึ้นกลายเป็นคนปกติแล้ว
มันไม่ได้เหมือนกับที่ผมเคยวาดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย
ผมคงต้องกลับไปอยู่กับไอ้คุณหมอนั่นจนได้
เช้านี้นี่เองที่หมอเพิ่งพบว่าแท้จริงการเปลี่ยนยีน
จะทำให้คนพัฒนาขึ้นได้แค่ไม่นาน
และจะกลับไปเป็นแบบเดิมในอีกไม่ช้า
ก็ยังดีนะ อย่างน้อย ผมก็จะได้กลับไปมองโลกอย่างสดใสอีกครั้ง
โลกเฮงซวยใบเดียวกับตอนนี้น่ะแหละ
พอซะทีไอ้ความจริงที่เจ็บปวด
บางทีโลกสดใสของคนโง่ก็ยังดีกว่าโลกที่โหดร้ายของคนฉลาด

----------------------------------------------------------------

อ้าว นาย เจอกันอีกแล้วนะ
เราเพิ่งเลิกเรียน จะไปทำงานที่ร้านน่ะ
ไม่รู้ยังไงนะ เราจำอะไรไม่ค่อยได้เลย
รู้แต่ว่าคุณหมอพาเราไปทำให้ฉลาดขึ้น แต่ไม่รู้สำเร็จรึเปล่านะแบบนี้น่ะ
โชคดีจังที่คุณหมอพาเรากลับมาโรงเรียนและพาไปส่งที่ร้านหนังสือด้วย
แต่ยังไงเราก็จำนายได้นี่นะ
ใช่แล้ว นายยังไม่ได้ตอบคำถามเราเลยนี่ว่า
สำหรับนายน่ะ นายว่าโลกนี้น่าอยู่เหมือนเรามั้ย

----------------------------------------------------------------
นวย 10/10/2002 18:22 
ผมอยากเอาไปทำเป็นหนังสั้นจังเลยครับ ^^
JM 05/06/2012 21:35  [ 1 ] 
อันนี้มันเป็นหนังฝรั่งอยู่แล้วนะครับ (Flowers for Algernon)
ลองหาดูของจริงแล้วเอามาดัดแปลงเป็นบทไทยๆ ก็น่าจะแจ่มครับ ^_^
นวย 06/06/2012 23:44  [ 2 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ