0180
MYR (0) .. สารบัญ
แสดงทั้งหมด

MYR (1) .. ช่องทางทำกินบนแผ่นดินสยามฯตอบ: 2, อ่าน: 1334

โดย นวย น่าคิดฯ
จาก MYR เล่ม 9 (กุมภาพันธ์ 2542) หน้า 1 - 2

บังเอิญไปเจอเรื่องราวเก่าๆ ที่ผมเคยเขียนไว้
ลงในนิตยสารที่ทำเล่นกับเพื่อนๆ เมื่อ 5 ปีก่อน
อ่านแล้วสนุกดี รู้สึกว่าไอ้หนุ่มคนนี้ความคิดมันไม่เลว
เสียดายที่ตอนนี้แทบไม่ได้ใช้สมองสำหรับงานเขียนแบบนั้นอีก
ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะเอามาแบ่งกันอ่าน
อ่านแล้วไม่ต้องคิดมากนะครับ ..



ศักดิ์ชัย ลวดลายเจริญกุล (2536) เคยกล่าวไว้ว่า
** ไม่มีวัยรุ่นคนใดในเขตกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยเสียเงินที่สยามสแควร์ **
ฟังแล้วอาจจะเหมือนไม่มีความหมายอะไร
แต่จริงๆ แล้ว คณิต มโนภาตยพงษ์ (2541) ได้ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
** ไม่ว่าเศรษฐกิจจะตกต่ำอย่างไร พวกเอากำไรกับวัยรุ่นก็ยังอยู่รอดได้ **
กล่าวคือแหล่งศูนย์รวมของบรรดาวัยรุ่นก็ยังคงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
สินค้าอะไรก็ขายได้หมด ขอให้อยู่ในแหล่งแฟชั่นก็พอ

** สยามสแควร์ ** นับเป็นแหล่งวัยรุ่นที่ใหญ่ที่สุด
และมีประวัติยาวนานเป็นทศวรรษมาแล้ว
ข่าวว่าในปีหนึ่งๆ มีเงินหมุนเวียนเฉพาะในเขตนี้กว่าพันล้านบาท
...แน่นอน--ถ้าใครกล้าเสี่ยงกล้าลงทุน ก็รวยไป ...
แล้วคุณล่ะ พร้อมจะเอากำไรจากวัยรุ่นแล้วหรือยัง
ผมมีอาชีพสบายแต่ทำเงิน (ในสยามสแควร์) มาแนะนำคุณ

คุณสมบัติของผู้ที่จะประกอบอาชีพต่างๆ เหล่านี้ในสยามสแควร์ จะต้อง...
(1) ทันกระแสแฟชั่น กลยุทธ์การพูด/การค้าเป็นเยี่ยม
(2) ใจกล้าหน้าด้าน ไม่หวั่นต่อคำครหานินทา
(3) มีกลุ่มหน้าม้าเป็นของตนเอง พร้อมที่จะแผ่กระแสที่คุณเป็นคนครีเอทขึ้น
(4) เงินลงทุนไม่ต้องมาก
(5) ต้องกล้ารวย...

ก่อนจะเข้าสู่อาชีพต่างๆ คุณต้องเข้าใจลักษณะของวัยรุ่นไทยก่อน
ว่าเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ดำเนินกลยุทธ์สำเร็จ
...คณิต มโนภาตยพงษ์ (2541) ได้กล่าวต่อไปอีกว่า
** ..วัยรุ่นไทยสมัยนี้นับว่าแปลกมาก คือทำตัวอย่างกับกิ้งก่า
เปลี่ยนสีไปได้เรื่อยๆ ตามสิ่งแวดล้อม เค้าแต่งอย่างไรเราแต่งอย่างนั้น
เค้าทำตัวแบบนี้เราก็ทำด้วย
สรุปคือทั้งรูปร่างลักษณะ ท่าทาง คำพูด ความคิด เหมือนกันยังกะแฝด
แต่คงเป็นแฝดล้านละมั้งครับ เดินกันขวักไขว่ทั้งสยามฯ... **
นั่นคือถ้าเราจะเข้าสู่กลุ่มวัยรุ่นได้ เราจะต้องสร้างกระแสก่อน
แล้วมันจะทำตามๆ กันไปเอง เช่น
** ...ปีนี้แฟชั่นเสื้อรัดนม แขนสั้นติดรักแร้ เอวลอย สะดือโผล่ กำลังมาแรง.. **
หรือ ** ..ช่วงนี้ถ้าจะกินอาหาร ต้องแ-ก(กิน)ไก่ ... พวกเบอร์เกอร์เชยแล้ว...**
ฯลฯ

มีอีกพวกทำตัวไม่ตามใคร คุณจะเจาะเข้าสู่กลุ่มนี้อย่างไร ...
... ง่ายมาก เพียงโฆษณาว่าสินค้าของคุณนั้น
** เป็นอีกทางเลือกใหม่ ไม่ตามใคร คุณมีสิทธิ์เลือกด้วยตัวคุณเอง **
(ถึงแม้จะมีให้เลือกแค่ 2-3 อย่างก็ตาม)
แค่นี้ก็แห่กันมาซื้อแล้วเห็นมั้ยครับ...


ตอนนี้เรามาเริ่มรู้จักกับอาชีพทำเงินในสยามฯ กันเลยดีกว่า
เดี๋ยวที่จะหมดซะก่อน...

** หากินกับกระแสแฟชั่น **
เช่น เปิดร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า
กระเป๋า นาฬิกา ส้มโอ น้อยหน่า พุทรา มังคุด ฯลฯ
ขอแค่คุณมีเวลาติดตามรายการโทรทัศน์วัยรุ่นทุกสัปดาห์
คุณก็จะเป็นผู้นำในวงการนี้ทันที
เสื้อผ้ารับมาจากสะพานพุทธ ตัวละ(อย่างแพง)ร้อยกว่าบาท
พอมาอยู่ที่สยามฯ สามารถทำเงินให้คุณได้ถึงสามสี่ร้อยบาททีเดียว
ส่วนข้อเสียก็มีอยู่ว่า คู่แข่งเยอะ
แต่ถึงยังไงๆ กำไรก็งามอยู่แล้ว(เนอะ)...

** เปิดสถาบันกวดวิชา **
อาชีพนี้ไม่ได้เป็นกันได้ทุกคน
ต้องอาศัยความรู้ ใช้พื้นที่ห้องเรียน และอาศัยแรงโหมโฆษณาหนักมาก
แหล่งเป้าหมายก็คือ บรรดานักเรียนชั้นมัธยมปลาย
ที่จะแข่งขันกันสอบเข้ามหาวิทยาลัย
สำหรับผลตอบแทนที่จะได้สูงสุดถึงปีละหลายล้านบาททีเดียว ...
... แต่ถ้าคุณไม่มีความรู้พอที่จะสอนใครได้
เราก็มีอาชีพผลพวงมาจากอาชีพนี้ คือ
** รับจ้างเปิดสถาบันกวดวิชา **
หรือเรียกง่ายๆ ว่ารับจ้างเฝ้า และเปิด-ปิดประตูน่ะแหละ
และอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ** รับจ้างแจกใบปลิว **
ไม่ต้องมีคุณวุฒิ วัยวุฒิใดๆ
ขอแค่มีมือที่ใช้ขยับได้ซักข้างหนึ่งก็พอ
(สำหรับอาชีพนี้จะไปรุ่ง ควรมีถังขยะตั้งไว้ข้างๆ เพื่อบริการลูกค้าด้วย
... ระบบอัตโนมัติ-แจก-รับ-ทิ้ง-แจก-รับ-ทิ้ง-...)

** วณิพกจากรั้วมหาวิทยาลัย **
หรือนิคเนมว่า ขอทานมีการศึกษา
...สมัยนี้อาชีพขอทานมีรายได้วันละหลายร้อยบาทยังไม่สะใจ
คุณเพียงแต่งชุดนักศึกษาแล้วพาเพื่อนๆ ไปกัน 7-8 คนทั้งหญิงทั้งชาย
ยืนในที่คนพลุกพล่าน   มีคนหนึ่งเล่นกีต้าร์ และที่เหลือสองสามคนช่วยกันร้อง
คนหนึ่งถือกล่องรับบริจาค
ติดหน้ากล่องว่าสมทบทุนการกุศลอะไรซักอย่างก็ได้
ถ้าเป็นกล่องแบบนี้มีหรือจะหยอดเหรียญบาทเหรียญห้า
อย่างต่ำๆก็แบงค์สิบยี่สิบ
ให้เพื่อนหญิงคนหนึ่งคอยพูดบรรยายเรียกลูกค้าว่าเราจะไปทำกุศลอะไรที่ไหน
แต่ถ้าหากคุณกลัวจะได้น้อยเกินไป ให้ใช้วิธีล้อมเอา
มีคนเดินมาปั๊บหัวท้ายตวัดเข้ายืนล้อมทันที
บีบบังคับให้เค้าควักเงินออกมา รับรองว่าวันหนึ่งได้หลายร้อยบาทอยู่แล้ว

** ขายหมากฝรั่งหรือเมนทอส โดยอ้างว่าพิการ **
ผมเคยเห็นคนหนึ่งที่สยามฯที่ไม่รู้ว่าพิการตรงส่วนไหน
ตาก็ไม่บอด แขนขาก็อยู่ครบ...
อาชีพนี้มันมีกระบวนการครับ
คุณเคยสงสัยมั้ยว่า คนตาบอดทำไมถึงสั่งทำป้ายพลาสติกแขวนคอซะสวยหรู
แถมบอกราคาเสร็จ ไม่ต้องพูดอะไรซักคำเลย...
... หมากฝรั่ง 5 บาทขาย 10 บาท ถ้าเมนทอส 10 บาทก็ขาย 15 บาท
กำไร 5 บาทต่อหนึ่งอัน วันหนึ่งขายได้ 50 อันก็ 250 บาท
นั่งอย่างเดียวก็มีคนเอาเงินมาให้...
... โดยเฉพาะพวกหนุ่มที่ซื้อโชว์สาวว่ามีเมตตาเหลือเกิน

*** เปิดร้านขายเทป **
อาชีพนี้เป็นอาชีพที่รายได้งาม และดูมีศักดิ์ศรี
แต่จริงๆแล้วเอาเปรียบคนฟังคนซื้อมากเลย
การขายเทปนั้นคุณแค่เอาเทปมาวางไว้ก็พอ
ไม่ต้องร้องเรียกลูกค้าให้เจ็บคอ
ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเพราะค่ายเทปมันโปรโมทแรงอยู่แล้ว
(เงินค่าโฆษณาให้คนฟังเดินมาซื้อก็บวกอยู่ในค่าเทปน่ะแหละ
ถึงบอกว่าค่ายเทปมันเอาเปรียบจริงๆ)
... บางแห่งเอากำไรน้อยๆ ม้วนละ 3-5 บาทก็อยู่ได้แล้ว
บางร้านอยากรวยเร็วๆ คิดตามราคาปก ลดให้นิดหน่อย
ขอม้วนละ 20 บาทอย่างเงี้ย ก็เลยเจ๊งเร็วไปด้วย
ตลาดเทปมันเป็นตลาดแข่งขันสูงอยู่แล้วต้องเข้าใจ

** เดินและพูด **
หรือระบบไดเร็คเซลล์ของบริษัทโฆษณานั่นเอง
ขายง่ายกว่างานขายประกันหน่อยเดียว
... งานนี้คุณต้องเดินในสยามฯทั้งวัน
เพื่อหลอกให้บรรดาวัยรุ่นหลงเชื่อ
และยอมจ่ายเงินหลายร้อยเพื่อเอกสิทธิ์พิเศษในการซื้ออาหาร
ร้านที่พวกเขาไม่ได้อยากจะกินเลยแม้แต่น้อย
งานจะสำเร็จได้นั้น คุณต้องกะล่อนมากๆ ลื่นไหลไปได้เรื่อยๆ
และอย่าหวั่นเมื่อเจอลูกค้าเจ้าคารม
อย่าลืมว่าอาชีพนี้ยังเป็นอาชีพใหม่ๆ สดๆ ยังไม่มีคู่แข่ง
ถ้าสนใจก็เชิญที่บริษัทโฆษณาแห่งนู้น...


สำหรับอาชีพอื่นๆ ไม่ขอแนะนำ เพราะลูกค้าลดลงฮวบฮาบในช่วงนี้
เช่น ร้านฟาสต์ฟู้ด ร้านเกม ร้านการ์ตูน โรงหนัง ร้านหนังสือ ฯลฯ
ต้องรอเวลาที่เหมาะสมถึงจะไปรุ่ง
ส่วนบางอาชีพก็ขอเตือนว่าไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่งที่สยามฯ
เช่น ขายบ๊ะจ่าง รับดูดส้วม ลบรอยสักปานแดงปานดำ
ขายเครื่องแต่งบ้าน รับซ่อมแอร์ เช่าพระเครื่อง ฯลฯ
เพราะดูจะสร้างกระแสนิยมกับวัยรุ่นยากไปนิด
ขืนทำไปมีแต่จะเจ๊งเปล่าๆ
...เชื่อผมมั้ย

--------------------------------------------


เกี่ยวกับเรื่องนี้ :
อ่านวันนี้ยังพอเข้าใจได้อยู่เลยแฮะ ถึงจะไม่ใช่เรื่องทันสมัยแล้วก็ตาม
ที่เป็นแบบนี้คงเพราะตอนที่เขียนนั่น ผมพยายามหยิบเอารื่องใหม่ๆ บูมๆ มาเขียนทันที
เทคนิคการเขียนเรื่องของผมในช่วงนั้นคือ พยายามจดบันทึกรวมเอาอะไรๆ ไว้มากๆ
แล้วพอเห็นว่าได้ปริมาณเหมาะสมแล้ว ก็ลงมือเขียนได้
มันทำให้ผมรู้สึกเองว่าเนื้อหาแน่นกำลังดีด้วย
ได้วิธีการนี้มาจากการเขียนเพลงของพี่จิก ประภาส แห่งวงเฉลียงครับ..

นวย 21/09/2002 00:35 
ศักดิ์ชัย ลวดลายเจริญกุล (2536)...
คนนี้ชื่อคุ้นๆนะ อิอิ..
:-)
teh 27/09/2002 23:39  [ 1 ] 
น่าคิดมั๊กมากเลยคับ
คิดดีทำดี 27/05/2009 19:25  [ 2 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ