0144
17/6/45 .. ว่าด้วยเรื่องท่วมหัว (1)
แสดงทั้งหมด

22/6/45 .. ว่าด้วยเรื่องป้าขอเงินและแท๊กซี่ช่างคุยตอบ: 0, อ่าน: 1180

เกือบ 5 ทุ่ม เสร็จจากงานเลี้ยงอาหารรับน้องที่คณะ
ผมยืนรอรถเมล์อยู่ตรงข้ามห้างตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี
ห้างปิดไปนานแล้ว
แม้จะมีไฟฟ้าริมถนนสว่าง แต่ก็ไม่มีคนเดินอยู่บริเวณนั้นเลย
ผมยืนรอรถเมล์เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมือง เป็นเวลาหลายสิบนาที
ดึกขนาดนี้ รถไม่ติดแล้ว
ถนนว่างเสียจนแก๊งมอเตอร์ไซค์ราวสิบคันออกซิ่ง วนไปวนมา
เริ่มหวั่นว่า เวลานี้รถเมล์เลิกวิ่งไปแล้วหรือยัง
ถึงรถธรรมดาเลิกวิ่งตอน 4 ทุ่ม ก็น่าจะมีรถแอร์ที่วิ่งตลอดคืนล่ะ

ผมมองนาฬิกาอยู่สี่ห้ารอบ เริ่มกระวนกระวาย
คลำเหรียญในกระเป๋ากางเกง มีอยู่ 9 บาทถ้วน
ไม่พอจะนั่งรถเมล์แอร์เสียด้วยซ้ำ
แต่ผมมีแบงค์ห้าร้อยสำรองอยู่ในกระเป๋าสตางค์
มันคงจะพาผมกลับบ้านได้
ตัดสินใจบอกตัวเองว่า
5 ทุ่มตรงหากยังไม่มีรถเมล์ จะโบกเรียกแท๊กซี่


หลายนาทีผ่านจน 5 ทุ่มตรง
เวลาเดียวกับที่สมองสั่งให้ยกมือโลกเรียกรถแท๊กซี่
ก็มีมือมาสะกิดเอวผมจากทางซ้ายด้านหลัง
ผมหันไปมอง เป็นป้าคนหนึ่งเตี้ยๆ และอ้วนเล็กน้อย
ป้าพูดเบาๆ แบบไม่มั่นใจ พอจับใจความได้ว่า
ทางนี้ไปอนุสาวรีย์ใช่ไหม แล้วต้องนั่งสายอะไรหรือ
นี่ป้าไม่มีเงินเลยพ่อหนุ่ม ถ้าป้าขึ้นไปขอเขานั่งฟรีเขาจะให้ไหม

ผมยิ้มขู่ป้า ... รู้เลยว่าเป็นคนมาขอเงินชัวร์
ดึกดื่นป่านนี้ยังมาเดินอยู่อีก ไม่หลับไม่นอน เฮ้อ..
ผมล้วงเงินมาให้ดูว่าผมไม่มีจริงๆ
ขนาดจะขึ้นรถแอร์ยังไม่พอเลย

แล้วผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้
ผมก็กำลังจะเรียกแท๊กซี่ไปทางอนุสาวรีย์พอดี
ถ้าป้าเป็นแค่คนที่หวังขอเงินก็คงไม่ยอมนั่งไปด้วยหรอก
นี่ก็ดึกแล้ว..
อีกอย่างสมมติว่าป้าเกิดเป็นคนเดือดร้อนจริงๆ
ก็ถือว่าผมได้ช่วยคนอีกคน ยังไงไม่เสียหายอยู่แล้ว.. ทางผ่าน..
เผื่อจะได้มีเพื่อนนั่งคุยบนแท๊กซี่ด้วย จะได้ซักถามให้ละเอียดเลย
คิดได้ดังนั้นผมก็บอกป้าว่า ผมกำลังจะไปทางนั้นพอดี
คิดว่ารถเมล์คงหมดแล้วล่ะ
เดี๋ยวผมเรียกรถแท๊กซี่แล้วป้านั่งไปด้วยกันเลยก็ได้
ป้าพูดจาสรรเสริญเยินยอผมเสียยกใหญ่
ไม่กี่วินาทีถัดมา ผมกับป้าคนนั้นก็อยู่บนรถแท๊กซี่


ไม่รู้เป็นอย่างไร
คนขับแท๊กซี่ก็เป็นคนประหลาดอีกคน
คนขับช่างพูดช่างคุยมาก และดูท่าทางเป็นคนเอาเรื่องเสียด้วย
ขึ้นไปนั่งปั๊บ คนขับขอให้ช่วยบอกทางด้วย เพราะไม่เคยมาแถวนี้
ผมบอกก็ตรงไปอย่างเดียว ข้ามสะพานซังฮี้ ตรงไปเรื่อยๆ ก็ถึง
แกบ่น เนี่ยเมื่อกี๊ยางแตกอีกต่างหาก เพิ่งเปลี่ยนยางเสร็จ
เหนื่อยจริงๆ..
ผมหัวเราะแบบไม่รู้จะทำอะไร
คนสามคนอยู่บนรถคันเดียวกัน ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อน
คนหนึ่งกำลังทำงานขับรถบริการผู้โดยสารเพื่อแลกกับเงิน
อีกคนหนึ่งยอมเอาเงินแลกความสะดวกในการกลับบ้าน
และอีกคนอ้างว่าเดือดร้อนไม่มีเงินค่ารถ แต่ต้องการโดยสารไปด้วย
ต่างคนก็คงระแวงกันและกันมากกว่าปกติ
แค่การนั่งแท๊กซี่ลำพัง หรือการเดินขอความช่วยเหลือ
ก็เป็นเหตุให้ระแวงกันและกันมากพออยู่แล้ว
บรรยากาศในรถช่วงนี้เป็นบรรยากาศที่น่าอึดอัดมาก


ผมหันไปถามป้าว่ามาจากไหน มาทำอะไรแถวนี้
ป้าพูดตอบโดยเอามือป้องปากแล้วพูดเบาๆ
ก็มาจากอีสานนะคะ มาหาลูกสาวอ่ะนะคะ
พอดีไม่เจออ่ะนะคะ อย่าเข้าใจผิดอ่ะนะคะพ่อหนุ่มคะ
แล้วทำไมป้ามาเสียดึกเลยล่ะ
ก็ป้าก็เดินมาจากสายใต้ใหม่อ่ะนะฮะพ่อหนุ่ม
ป้าพูดตอบแบบล่กๆ ท่าทางหวาดวิตกอะไรบางอย่าง
แถมยังพูดเบาราวกลัวคนขับจะได้ยินด้วย
ผมสองจิตสองใจ
ป้าหลอกหรือจริง ... ป้ามีพิรุธ หรือป้ากำลังกลัวจริงๆ กันแน่

ไม่รู้จะตอบตัวเองยังไง ก็เลยหันไปคุยกับคนขับแท๊กซี่
บอกว่า เนี่ยผมเจอป้าเค้าเมื่อกี๊ มาขอเงิน ไม่รู้จะจริงหรือหลอก
แต่พอดีผมจะเรียกแท๊กซี่อยู่แล้ว ก็เลยให้นั่งมาด้วย..
..ประมาณว่าตีซี้คนขับไว้ก่อน เล่าให้ฟังไว้
เผื่อมีอะไรอย่างน้อยผมก็มีพวกล่ะวะ
ผมเล่าไปแล้ว ดูท่าทีคนขับก็รู้เลยว่าเขาไม่ไว้ใจมนุษย์ที่นั่งอยู่ข้างผม
คนขับคุยกับผมและป้า ผ่านกระจกส่องหลัง
พี่แกซักไซ้ป้าเหมือนที่ผมซัก
ป้าก็ตอบเหมือนที่ตอบผมบ้าง ไม่เหมือนบ้าง
ก็มาหาน้องสาวนะคะพี่คะ อย่าเข้าใจผิดนะคะพี่คะ
พอดีมาเจอพ่อหนุ่มนะพี่คะ อย่าเข้าใจกันผิดนะคะพี่คะ
... คุณเข้าใจไหมครับว่าป้าแกพูดจาไม่เหมือนคนทั่วไป
ดูระแวงๆ อย่างไรพิกล.. แถมต้องลงหางเสียงด้วยคำว่า
นะฮะ นะพี่ฮะ นะคะพี่คะ ตลอดทุกคำ.. เป็นอาราย หา เป็นอาราย..


คนขับไม่สนใจป้าแล้ว
แต่ในใจคงโมโหไม่น้อยที่ผมเอาป้ามานั่งรถฟรี
พี่แกชวนผมคุยเรื่องราวจิปาถะ เรียนที่ไหน ดูบอลโลกหรือเปล่า
นี่เกาหลีมันได้แชมป์ชัวร์ ถ้ากรรมการมันรักจะโกงเสียอย่างนี้
(แปลกดีนะครับ คนขับแท๊กซี่ทุกคนต้องคุยเรื่องบอลโลก แม้จะไม่มีเวลาดู)
... คนขับบอกป้าด้วยเสียงเข้มว่า เนี่ยป้าโชคดีนะ
มาเจอน้องคนนี้เค้าใจดี ไม่งั้นป้าก็แย่แน่
ป้าก็พูดจาตอบคนขับไปในทำนองเดียวกัน
ผมคงดีใจหากว่าป้าเป็นคนที่เดือดร้อนจริงๆ
แต่ด้วยท่าทางหลายอย่าง ผมชักไม่แน่ใจว่าจะดีใจดีไหม
สุดท้ายผมสรุปกับตัวเองได้ว่า ทำแบบนี้ก็ดีที่สุดแล้ว
เพราะเราก็ไม่เสียหายอะไร ยังไงก็จะมาทางนี้อยู่แล้ว
ถ้าเราปล่อยป้าไว้เราเองจะยิ่งไม่สบายใจหนัก

ป้าลงรถจากไปแล้ว..
หลังจากคนขับรำพึงอยู่สามเที่ยวว่าโอ้โห ทำไมมาง่ายแบบนี้
ตรงอย่างเดียวก็ถึงอนุสาวรีย์เหรอเนี่ย โอ้โหง่ายจัง ง่ายจัง..
... บนถนนพญาไทมุ่งหน้าสู่บ้านผม ผมคุยกับคนขับต่อเรื่องป้าคนนั้น
คนขับบอกว่า น้องโดนหลอกนั่งรถฟรีแล้ว
พี่ดูตาคนออก เนี่ยป้าคนนี้แกรู้ ทำไมจะไม่รู้ ว่าขึ้นรถยังไง สายอะไร
ดูสิ ตาเลิกลั่กขนาดนี้ เป็นพี่พี่ไม่เชื่อหรอกนะคนแบบนี้..
ผมหัวเราะอีกที ตอบไปว่าก็ถือเป็นประสบการณ์แล้วกัน
เกิดมามีคนมาขอเงินก็เยอะ แต่แบบป้านี่ไม่เคยเจอ

ในใจยังนึกต่ออีกว่า
แบบพี่คนขับนี่ก็ไม่เคยเจอ ..คนอะไรพูดได้ตลอดเวลา
แม้ตอนจ่ายเงินจะลงรถ ยังเปิดไฟกระพริบแล้วหันมาคุย
จ่ายแบงค์ห้าร้อยไปยังบอก นี่น้องเอาหนึ่งใบมาแลกหลายใบ
เห็นมั้ยคุ้มออก..
ชีวิตพี่นี่ไม่มีได้แบงค์ใหญ่กับเขาหรอก แบงค์ย่อยตลอด.. ฮ่ะๆๆ..


ผมเดินขึ้นลิฟต์ไปยังห้องคนเดียว
ในใจนึกทบทวนเหตุการณ์ในช่วง 20 นาทีที่ผ่านมาแล้วก็
เฮ้อ.. มีเรื่องสนุกให้บันทึกอีกเรื่องแล้วแฮะ..
ก็ได้แต่หวังว่า ป้าคนนั้นถ้าเป็นพวกหลอกลวงจริงๆ
ขอให้ป้าฉุกคิดอะไรได้จากเหตุการณ์วันนี้ แล้วก็หันมาทำอาชีพสุจริตเถอะ !!
นวย 23/06/2002 13:29 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ