0025
18/1/45 .. สวัสดีคนหนึ่ง
แสดงทั้งหมด

19/1/45 .. สวัสดีงานบอลตอบ: 9, อ่าน: 1797

งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์
ครั้งนี้ครั้งที่ 58 แล้ว
แต่นายนวยใส่เสื้อเก่า ครั้งที่ 56 ไปงานเฉยเลย
ไม่ได้จนขนาดไม่มีเงินซื้อเสื้อของปีนี้
แต่ใส่ไปประชดคนจัดงาน
โทษฐานที่มีเสื้อมาขายน้อยมาก
นายนวยพยายามอยู่หลายวันก็ยังซื้อไม่ทัน
คนจัดงานคงเข็ดที่ปีก่อนทำเสื้อมา แล้วขายไม่ค่อยได้
ก็ผมอีกแหละที่ไม่ได้ซื้อเสื้อของปีก่อน..

สถิติที่ผ่านมา แข่ง 57 ครั้ง
จุฬาฯ ชนะ 12 ครั้ง
ธรรมศาสตร์ 20 ครั้ง
และเสมอ 25 ครั้ง
... วันนี้ก็เสมอกันอีก สองต่อสอง
ผลฟุตบอลไม่สำคัญเท่าไหร่
อยากไปดูกับใครสองต่อสองมากกว่า : ]

ศักดิ์ศรีของงานนี้อย่างหนึ่งก็คือ
การแข่งกันว่า สแตนด์แปรอักษร
ฝั่งใดจะมีกองเชียร์ขึ้นประจำที่ เต็มก่อนกัน
รู้สึกสแตนด์ธรรมศาสตร์จะเต็มก่อนจุฬาฯ
มาแต่ไหนแต่ไร
และก็ดูมีระเบียบมากกว่าเยอะ
อาจเป็นเพราะเดินทางมาไกล
คงขยันและตั้งใจกว่าเด็กจุฬาฯ อย่างเราเรา

... ผมก้าวออกจากบ้านตอนที่โฆษกในทีวีประกาศว่า
สแตนด์ธรรมศาสตร์เต็มแล้ว พอดี
ตอนนั้น บ่ายสามโมงยี่สิบห้านาที

... ผมเข้าไปนั่งอัฒจันทร์คนดูฝั่งจุฬาฯ
ตอนเกือบหกโมงเย็น
สแตนด์จุฬาฯ ยังไม่เต็ม ...

ย้อนไปเมื่อครั้งปี 1
ผมก็มางานบอลกับเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ทีเดียว
พากันขึ้นสแตนด์กองเชียร์ด้วยอารมณ์มึนๆ
คือไม่รู้ว่าประตูนั้นเข้าไปจะเป็นสแตนด์เชียร์
... แต่หลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งตากแดดตลอดวัน
ทำตามที่เค้าสั่งอย่างเดียว ... เอะอะชูป้ายชูป้าย
ไม่ว่าจะโค้ด 1-1 หรือโค้ด 1-16 อะไรก็แล้วแต่
... ถึงจะเพลียและดำขึ้นหน่อย
แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจสุดๆ
ครั้งหนึ่งในชีวิตเลยครับ
เลิกงานแล้วรู้สึกภูมิใจขึ้นมานิดๆ
คงพูดกับใครได้เต็มปากแล้วว่า
พ้มน่ะเด็กจุฬาฯ

วันนี้แม้จะไม่ค่อยได้ดูบอล
และแทบไม่ได้เห็นเชียร์ลีดเดอร์
(พี่อั๋น เพื่อนสัน และพี่โหน่ง)
แต่ก็รู้สึกดีที่ได้จ่ายค่าบัตรผ่านประตู
ซึ่งจะเอารายได้นี้ไปถวายในหลวง
และรู้สึกดีที่ได้กระตุ้นความเป็นจุฬาฯ
ของผม กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

สีชมพู = จุฬาฯ
สีเลือดหมู = วิศวกรรมศาสตร์
" เข้มเลือดหมู ชมพูสด ... เลือดหมูลด ชมพูจาง "
ประโยคนี้ได้ยินมาจากงานบอลปีที่แล้ว
ชอบจังเลยแฮะ

พี่ปู๊ดว่าไว้น่าคิด
"คนเราจะรักกัน ก็เมื่อรู้สึกว่า มีฝ่ายตรงข้ามอยู่"
อย่างเช่น
-- กีฬาภายในมหาวิทยาลัย
เรารักกันแค่ในคณะเดียวกัน
ฝ่ายตรงข้ามคือคณะอื่น
-- แต่พอแข่งกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัย
เราต่างคณะก็กลายเป็นพวกเดียวกัน
เพราะมีฝ่ายตรงข้ามคือ มหาวิทยาลัยอื่น

... ฟังดูแล้วเกิดความคิดว่า
คนเรารักหรือไม่รักกัน ก็เพียงแค่การแบ่งฝ่าย
ได้ชื่อว่าพวกเดียวกัน ก็รักกัน
ถ้าเรียกว่าต่างพวกกัน ก็เข้าสู้กัน
พอแบ่งพวกอีกครั้งหนึ่ง คนเคยรักกันก็เคืองกันได้
คนเคยต่อสู้กัน ก็กอดคอกันเฉยเลย
เอ๊ะ.. ฟังฟังดู เหมือนระบบอะไรซักอย่างของไทยนะ
นึกไม่ค่อยออก : ]

... วันนี้ 2 มหาวิทยาลัย
แม้จะแข่งฟุตบอลกัน
แม้สแตนด์เชียร์จะต้องประชันกัน
แต่ กองเชียร์ปรองดองกัน
น่าดู...
นวย 19/01/2002 23:23 


มหาจุฬาลงกรณ์
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 9 (พ.ศ. 2492)
ประพันธ์คำร้องโดย ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา
และนายสุภร ผลชีวิน




ยูงทอง
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 36 (พ.ศ. 2506)
ประพันธ์คำร้องโดย นายจำนงราชกิจ (จรัล บุณยรัตพันธุ์)



นวย 19/01/2002 23:25  [ 1 ] 
สแกนบัตรได้แล้วรูบข้าเจ้าเล่าท่าน...............
tai 20/01/2002 21:00  [ 2 ] 
มาแล้วๆๆๆมาอ่านเร้วนะ ไดอะรี่เราอ่านด้ายเร้วแหละๆๆ
โบกิด 20/01/2002 22:44  [ 3 ] 
อันนี้นี่เอง
นึกว่าเลิกเขียนไปแล้วซะอีก.. : ]
นวย 20/01/2002 23:30  [ 4 ] 
อ่านเร้วหรอจ๊ะ  ยังไม่เห้นมีคอมเม้นจากพี่นวยเลยอ่ะ
โบกิด 21/01/2002 11:39  [ 5 ] 
อยากไปกะพี่อ......อะดิ๊
tai 21/01/2002 13:11  [ 6 ] 
ออ่าว ก็อ่านแต่ไม่เขียนอ่ะ.. ไม่ได้อ๋อ ?
นวย 21/01/2002 17:23  [ 7 ] 
ดีจังอ่ะ มีคอร์ดเพลงให้ด้วย
พี่จุ๊ 22/01/2002 22:36  [ 8 ] 
เพลงยูงทองมีคอร์ดผิดหน่อยนึงอ่ะฮะ
ลอกมาจากหนังสือ ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์
นวย 24/01/2002 01:18  [ 9 ] 
สามารถใส่ html tag โดยใช้เครื่องหมาย { } แทน < >      
ความเห็น : 
จาก : : รหัส
(อีเมล/เว็บไซต์) : อัพโหลดรูป/ไฟล์
ถ้าไม่มีรหัสประจำตัว กรุณาใส่ "เลขหนึ่งสี่ตัว" ด้วยครับ